|
รามเกียรติ์
รามเกียรติ์ถือกำเนิดมาจากมหากาพย์รามายณะของชาวอินเดีย
ซึ่งแปล
'เรื่องราวของพระราม'
มีทั้งหมด
๒๔,๐๐๐ บท
ผู้ประพันธ์คือวาลมีกิ ได้แต่งไว้กว่า
๒,๕๐๐ ปีมาแล้ว
รามเกียรติ์ได้ถูกเรียบเรียงใหม่
หลายครั้งและแปลเป็นหลายภาษา เช่น
ภาษาสันสกฤต ภาษาฮินดี ภาษาทมิฬ และภาษาแอสแซม
ซึ่งมีแต่ในประเทศอินเดียเท่านั้น
สำหรับโครงเรื่องที่มีความสำคัญมากที่สุดและเป็นต้นตำหรับดั้งเดิมคือตอนที่แปลเป็นภาษาสันสกฤต
รามเกียรติ์ไม่เพียงแต่จะเป็นบทประพันธ์ที่ยี่งใหญ่และคลาสสิกเท่านั้น
แต่ยังถือได้ว่าเป็นหนังสือบูชาเทพเจ้าของชาวฮินดู
ที่นับว่าสำคัญและยื่งใหญ่ที่สุด เพียงแต่คัมภีร์เวทมีความสำคัญมากกว่าเท่านั้น
นอกจากประเทศอินเดียแล้ว
รามายณะยังได้แพร่ หลายไปยังเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ และได้ถูกแปลเป็นภาษาพื้นเมืองของหลายประเทศ เช่น ประเทศไทย
ประเทศอินโดนีเซีย ประเทศมาเลเซีย ประเทศกัมพูชา ประเทศเวียดนาม
ประเทศพม่า ประเทศลาว และก็ประเทศฟิลิปปิน
ในประเทศไทยได้มีการปรับเปลี่ยนรามเกียรติ์ในหลายรูปแบบแต่
ก็ยังคงไว้ซึ่งเค้าโครงเดิม
ของมหากาพ์อินเดีย บ้างก็ได้รับการสนับสนุนจากราชวงศ์
บ้างก็ได้ทำเป็นแบบฉบับของท้องถิ่น
ยิ่งไปกว่านั้นยังได้ทำเป็นรูปแบบของนิทาน ละคร
จากนั้นก็นำมาแสดงในรูปแบบของงานศิลปะ
อย่างเช่น ประติมากรรม รูปสลัก จิตรกรรมฝาผนัง และภาพวาด
(รูป)
รามเกียรติ์ฉบับที่สมเด็จพระรามที่
๑
ปฐมบรมมหากษัตราแห่งราชวงศ์จักรี
(รูป)
ทรงพระราชนิพนธ์ พ.ศ. ๒๓๒๘
เป็นฉบับที่สมบูรณ์ที่สุด สืบเนื่องมาจากว่ารามเกียรติ์เป็นที่นิยมกันอย่างแพร่หลายเป็นเวลายาวนาน
รามเกียรติ์ได้ฝังลึก
อยู่ในวิถีชีวิตของชาวไทยตลอดมา
ซึ่งออกมาในรูปแบบของงานศิลปะหลากหลายซึ่งอาจจะพบเห็นได้
ในชีวิตประจำวัน ส่วนภาพวาดที่ปรากฏอยู่ในฉากในแต่ละสถานที่
เป็นงานศิลปะที่มีความหมายและรูปแบบเฉพาะตัว ซึ่งสามารถหาดูได้ในสถานที่สำคัญๆ
ของประเทศไทย

เรื่องราวในตอนกำเนิดพระรามา มีอยู่ว่า
พระรามเป็นพระโอรสของพระนางเกาสุริยากับพระเจ้าทศรถแห่งกรุงศรีอยุธยา
(รูป)
พระองค์ได้อภิเษกสมรสกับ พระนางสีดา
ธิดาของพระเจ้าจนากะ
ต่อมานางสีดาได้ถูกทศกัณฐ์
(รูป)
ลักพาตัวไปยังกรุงลงกา
ประเทศศรีลังกา
จากนั้นก็ได้มีการออกติดตามหา
ตัวนางสีดาเป็นเวลายาวนาน จนกระทั่งได้เกิดการประลองกำลังกันขึ้นระหว่าง
พระรามกับทศกัณฑ์
ซึ่งมีถึง ๑๐ หน้า พระรามมีผู้อารักษ์ขา นามว่าหนุมาน
(รูป)
ซึ่งมีลักษณะเฉพาะตัวก็คือ
ครึ่งหนึ่งเป็นคนส่วน
อีกครึ่งหนึ่งเป็นสัตว์ มีสีขาวทั้งตัว
และในท้ายที่สุดทศกัณฑ์ก็ต้องพ่ายแพ้ พระรามก็สามารถช่วยนางสีดา
ให้พ้นภัยได้และพานางกลับเข้าเมือง

ในการเล่นโขนถือประเพณีตัวละครทั้งหมดเป็นผู้ชายแม้ถ้าแสดงเป็นผู้หญิง
แต่ในละครผู้แสดงจะมีทั้งหญิงและชาย โดยโครงเรื่องที่นำมาเล่นนั้นอาจจะสั้นนกว่าต้นฉบับเดิมของรามเกียรติ์
หรือเรื่องที่นำมาแสดง
อาจนำมาจากนิทานพื้นบ้านอื่นๆ พระว่ารามเกียรติ์ต้นฉบับนั้นมีตัวละครในเรื่อง
๓๑๑ ตัว
หากจะใช้เล่นอย่างไม่ขาด
ตอนต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่าหนึ่งเดือน

สำหรับเครื่องแต่งกายของตัวแสดงโขน
จะเป็นผ้าไหมยกดอกเงินหรือทองซึ่งเป็นลักษณะของชุดโบราณ
ตัวละครที่สำคัญจะสวมชฎาบนศีรษะจะลักษณะคล้ายๆกับเจดีย์องค์เล็กๆ
ตัวละครที่แสดงเป็นตัวยักษ์หรือตัวลิง จะสวมหน้ากากมีสีสันแตกต่างกันออกไป
แล้วแต่บุคลิกของตัวละครแต่ละตัวโดยความหมายที่ซับซ้อนได้ถูกนำมารวมกันเป็นมุดรา
ซึ่งเป็นตำแหน่งของร่างกาย
ในแต่ละสถานการณ์ที่แตกต่างกันตลอดจนสีหน้าที่แสดงออกมาถึงความรู้สึก และอารมณ์
แน่นอนว่าการวางมือไปยังส่วนต่างๆของร่างกายก็จะต้องเข้ากับความหมายด้วย มุดรา
เป็นคำสันสกฤต แปลว่าตำแหน่งของการวาง
มือ และได้มีการประยุกต์ตัวอักษรไว้บนหลักจาลึกในพระพุทธศาสนา
ซึ่งแต่ละตัวอักษรจะมีความหมายที่แท้จริง เครื่องหมายหรือตราประทับ
หรือตัวเขียนพิมพ์
ผู้ที่มีความชำนาญและมีประสบการณ์ในการเล่นโขนเท่านั้นที่จะสามารถแสดงบทบาทตัวละครให้เห็นได้อย่างชัดเจนได้

นนทก
รามเกียรติ์ตอนที่กำลังเป็นที่นิยมซึ่งมีตัวเอก
ก็คือพระรามกับทศกัณฐ์
ซึ่งเป็นตอนที่อวตารมาเกิดเป็นมนุษย์นนทก ก็คือทศกัณฑ์ซึ่งมีภาระอันหนักที่ต้องสะสางกับเหล่าเทวดาชั้นต่ำ ที่มายังเขาไกรลาศ
เพื่อมาสักการะพระอินทร์ซึ่งก็คือพระอิศวร
เหล่าเทวดาทั้งหลายได้ปฏิบัติตามหน้าที่ของตนโดยการหมอบกราบอย่างไม่ขาดสาย
และทำการเคารพโดยการดึงผมขึ้นแล้วก้มลงจนถึงพื้น

ด้วยความเหนื่อยล้า
และต้องทนทุกข์ทรมานกับการที่
นนทกนั้นมีนิ้วมือเป็นเพชรไม่ว่าเขาจะชี้ไปที่ศัตรูผู้ใดเป็นอันต้องดับสลายด้วยเงื้อมือของตน
นนทกจึงได้ทูลขอร้องให้พระอินทร์ช่วยแก้คำสาป
แรกทีเดียวนั้นพระอิศวร
ก็ยอมรับฟังคำขอร้องของนนทกแต่หลังจากที่ได้เห็นเหยื่อที่ต้องตายมากมาย
พระองค์ จึงหวนกลับมาคิดพิจารณาอีกครั้ง
จึงสั่งให้พระนารายณ์
ซึ่งต่อมาก็คือพระรามให้ปลอมตัวเป็นนางรำเพื่อหลอกล่อให้นนทกหลงใหลและทำได้สำเร็จ
นนทกนั้นเคลิ้มไปโดยไม่รู้ตัวและไม่รู้ว่านางรำนั้นคือพระรามและเชื่ออย่างสนิทใจ
ร่ายรำตามพระราม ในขณะนั้นเองนนทกได้รำท่าสังหารนิ้วตนเองด้วยเข่า
ทันใดนั้นนิ้วก็ได้ขาดตกลงบนปฐพี

อย่างไรก็ตามนนทกก็ยังเลวไม่สิ้นสุดเที่ยวทำเรื่องน่าอับอายให้กับพระราม
นนทกยังเที่ยวฆ่าผู้คนที่พบเห็นเป็นว่าเล่น
ดังนั้นพระนารายณ์จึงหาวิธีที่จะลงโทษนนทกขั้นเด็ดขาดที่ทำให้พระองค์ต้องอับอายขายหน้า
จึงสาบานว่าจะกลับมาแก้แค้นในชาติหน้า และแล้วนนทกก็ได้กลับกลายร่างเป็นยักษ์ที่อัปลักษณ์น่าเกลียด
มีสิบหัว ยี่สิบมือ
ขณะที่พระนารายณ์อวตารมาเกิดเป็นมนุษย์จึงเป็นเหตุให้เกิดเรื่องราวที่สืบเนื่องในมหากาพย์รามเกียรติ์ในเวลาต่อมา
|