| ประวัติศาสตร์ตอนต้น
แต่เดิมชาวไทเป็นชาวที่นับถือลัทธิวิญญาณนิยมและอยู่ที่โยนกที่ประเทศจีนตะวันตกเฉียงใต้
แม้ว่า
ตามชาติพันธุ์วิทยา ไม่ใช่เป็นชาวจีน
ตั้งแต่สมัยพุทธศตวรรษที่
๑๔
ชาวไท เริ่มอพยพทีละน้อยไปทางใต้
ไปอยู่ในแคว้นต่างๆ
ในเอเชียอาคเนย์
ด้วยที่หุบเขาอุดมสมบูรณ์ของแม่น้ำเจ้าพระยา
ในที่สุดตั้งหลักฐาน
ในเนื้อที่ ซึ่งในปัจจุบันนี้
ประกอบด้วย ประเทศพม่า ลาว และ
ไทย
ที่นั้น
พวกนั้นพบชาติและวัฒนธรรมอื่นๆ
เช่น ชาวมอญ
ลาวะและเขมร
ตั้งแต่สมัยพุทธศตวรรษที่ ๑๒ ถึงพุทธศตวรรษที่ ๑๙
พวกขอมได้ก่อสร้างอาณาจักรมหึมา
ศูนย์กลางแห่งอาณาจักรอยู่ที่อังโคร์
ซึ่งรู้จักกันในนามไทยพระนคร จากเมืองนั่น อาณาจักรขอมแผ่ และในที่สุดปกครอง อินโดจีน เกือบทั้งหมด
พวกขอมอยู่ที่ลุ่มน้ำสำคัญที่สุดของแคว้นไทยแล้ว ในสมัยทวารวดี
ที่โน้นพวกขอม
ผสมผเสกับชาวมอญท้องถิ่น
ตลอดทั้งหมดพุทธศตวรรษที่
๑๒ ถึงพุทธศตวรรษที่
๑๖ การปราบขอม เอามาให้อิทธิพลวัฒนธรรม ในทางศิลปะ ภาษา และศาสนา
ในที่สุดศิลปะแห่งการปกครองของพวกเขา
ให้ล้มล้างวัฒนธรรมทวารวดี พวกขอมทำให้เมืองลพบุรีเป็นด่านกลาง และเร็วๆ มันกลายเป็นศูนย์กลางของศาสนาแล้ว ตลอดทั้งแคว้น
อาณาจักรต่างๆ
วางรากฐาน แต่ค้างปราบอานุภาพท่วมของเขมร
ใน พ.ศ.
๑๗๘๑
เมืองสุโขทัย
ซึ่งอยู่ในส่วนเหนือของแคว้น
กลายเป็นเอกราชย์แรกของไทย
ได้ยึดมาจากพวกเขมรโดยแม่ทัพพ่อขุนศรีอินทราทิตย์
ใน พ.ศ.
๑๘๒๔ กองทัพของ
พ่อขุนเม็งราย
(รูป)
ได้ปราบชาวมอญในเมืองหริภุญไชย
ซึ่งอยู่ทางเหนืออีกมากกว่า
พ่อขุนเม็งรายทำให้เป็นส่วนของอาณาจักรเหนือชื่อล้านนา
เป็นอาณาจักรซึ่งเจริญขึ้น
ระหว่างระยะพุทธศตวรรษที่
๑๘ และพุทธศตวรรษที่
๑๙ ซึ่งมีเชียงใหม่เป็นศูนย์กลางแห่งอาณาจักร
พ่อขุนเม็งราย รวบรวมกำลังของแคว้นเหนือ
โดยทำสัญญา (รูป) กับผู้ปกครองอีกสององค์ (รูป) คือว่า
พ่อขุนรามคำแหง
(รูป)
ประมุขของสุโขทัยและพ่อขุนงำเมือง (รูป)
ประมุขของพะเยา ในสมัยพุทธศตวรรษที่
๑๘ ลพบุรี ได้แย่งชิงของพวกเขมร โดยอานุภาพเพิ่มขึ้นของเมืองสุโขทัย
ซึ่งทิศทางภาคเหนือ

หลายนครรัฐงอกขึ้นและชาวไทย
ค่อยๆ มาเป็น
หัวหน้าของมณฑลและ
รัฐเอกราชในนามหลายที่ แต่ยังอยู่ในอิทธิพลของมหาอำนาจ
ซึ่งมีเชื้อชาติหลายคน
ไพร่ฟ้าข้าแผ่นดินอยู่ในบังคับของพวกเขาและได้ถึงที่เป็นเมืองขึ้น
ทำงานมอบหมายทำให้รัฐ และได้บังคับรบพุ่งในสงครามของพ่อขุนของมัน
ผลตอบเพื่อคนในบังคับคือ
การใช้ที่ดิน การบริหารความยุติธรรมและประโยชน์ส่วนรวมอยู่ในประชาคมใหญ่ก่วาครอบครัวหรือหมู่บ้านอย่างเคย ในระหว่างนครรัฐหลายเมือง
สุโขทัยได้พัฒนา
มาเป็นศูนย์กลางแห่งกำลังสำคัญที่สุดในภาคเหนือ
ในรัชกาลพ่อขุนรามคำแหง (พ.ศ.
๑๘๒๒-๑๘๔๑)
ราชาธิปไตยแบบสมบูรณาญาสิทธิราชได้เริ่มต้น พุทธศาสนาหินยาน
ซึ่งได้แนะนำโดยพระสงฆ์แพร่ศาสนาแขกชาวสิงหล
ได้นำมาใช้เป็นศาสนาตำรับหลวงอย่างเป็นทางการ
และอักษรไทยที่แรก ได้ประดิษฐ์ขึ้นโดยพ่อขุนรามคำแหง
ตามอักขระขอม

ด้วยเหตุนี้
สุโขทัย
พิจารณาเป็นเอกราชย์แรกของไทย
และเมืองหลวงแรกของประเทศไทย
เห็นเป็นแหล่งอายรธรรมของมัน
สุโขทัยคงจะดำรงฐานะอานุภาพนี้ในแคว้น
เกือบเป็นชั่วศตวรรษหนึ่ง จนกระทั่งร่วงโรยอำนาจและกรุงศรีอยุธยา
ได้เปรียบอย่างยิ่งยวด
กรุงศรีอยุธยาได้สร้างขึ้นใน พ.ศ. ๑๘๙๓ โดยพ่อขุนรามาธิบดีบนเกาะในแม่น้ำเจ้าพระยา
เป็นเมืองหลวงของรัฐใหม่ใต้จากสุโขทัยหลังปะทะอนึ่งนานา
เมืองสุโขทัยในที่สุดได้ขับรัศมีโดยกรุงศรีอยุธยา
กรุงคู่แข่งอำนาจจากทิศใต้
ซึ่งไม่ช้าคงจะทำให้เมืองสุโขทัยเป็นรัฐอยู่ในอิทธิพลของมหาอำนาจกรุงศรีอยุธยา
กรุงศรีอยุธยาเคยได้พบปะ ระยะเวลาในอิทธิพลของมหาอำนาจต่างชาติ
คือเขมรและพม่า
จนถึงพระนเรศวรมหาราช (รูป)
คงจะก่อบรรเทาชั่วคราว พม่าพิชิต กรุงอยุธยา พ.ศ. ๒๑๑๒
ทำให้เป็นรัฐในอิทธิพลของมหาอำนาจ และนำกษัตริย์ไทยเป็นข้า ขึ้นนั่งบัลลังก์
พระองค์เจ้านเรศวรประสูติ
พ.ศ. ๒๐๙๘ เป็นพระเจ้าลูกยาเธอของพระเจ้าแผ่นดิน มหาธรรมราช และพระนางเจ้า
ซึ่งเป็นเจ้าหญิงของพระเจ้าอยู่หัวจักรพรรดิ
เมื่อเป็นเด็กได้ถูกกักขังส่งไปประเทศพม่า
จึงทำให้แน่ซื่อสัตย์ของในหลวง
ซึ่งเป็นบิดาพระองค์ พ.ศ. ๒๑๑๔ กษัตริย์พม่าชื่อ บายินนอง
ยอมให้พระองค์เจ้ากลับบ้านแลกเปลี่ยนเพื่อน้องสาวพระองค์เจ้าหญิง
แม้พระชนมายุเยาว์เพียงแต่
๑๖ พรรษา โดยทันทีบิดาส่งลูกเจ้าชายไปมณฑลพิษณุโลกตั้งอยู่ทางเหนือไปวินิจฉัยแค่ในวันเวลาเดียวกันพระองค์เจ้าได้รับแต่งตั้งมงกุฎราชกุมารของ
อยุธยา
พระนเรศวร ทรงราชาภิเษก
พ.ศ. ๒๑๓๓ เมื่อพระเจ้าแผ่นดิน
มหาธรรมราช สิ้นพระชนม์
พ.ศ. ๒๑๓๖
พระนเรศวรมหาราชทำให้อยุธยาเป็นอิสระโดยได้ชัยชนะพระมหาอุปราชาแห่งพม่าในยุทธหัตถี
ที่หนองสาหร่าย
แขวงเมืองสุพรรณบุรี (รูป)

ในสมัยกรุงศรีอยุธยาพุทธศาสนาได้ผสมกับด้าน เหลือคณนาของลัทธิวิญญาณ
และศาสนาพราหมณ์
บางส่วนเนื่องจากอิทธิพลวัฒนธรรมขอม
ซึ่งยังเหลืออยู่
จึงกลายเป็นการผสมผสาน
เทพเจ้าและผีต่าง ๆ จนกว่าปัจจุบันนี้
กษัตริย์ไทยมาเป็นประมุขล้วน
มีสมบูรณาญาสิทธิราช และก่อถวายพระผู้เป็นเจ้า แสดงเป็นอวตารเทพเจ้า
ตามระบบ แขก-พราหมณ์
นี้ทำให้
'ษัตริย์-พระเจ้า'
เป็นผู้ห่างเหินและเข้าหาไม่ได้
ซึ่งทรงเป็นประมุขของชาติไม่จำกัด
ไม่เหมือนเปรียบษัตริย์สมัยสุโขทัย
ฉะนั้นพระมหากษัตริย์ก็เป็นเจ้าชีวิต
คงสามาถตัดสินเรื่องเป็นและตายไพร่ได้
แต่ต้นพุทธศตวรรษที่
๒๑ กรุงอยุธยาเริ่มสัมพันธภาพตอนแรกกับยุโรป
ก่อนกับประเทศโปรตุเกส
ต่อมากับประเทศอังกฤษและประเทศฝรั่งเศส แม้ว่าประชาชนยังคงเรียกตนเองคนไทย
ประเทศกำลังก่อมีชื่อเสียงคือสยาม
ถ้อยคำมีกำเนิดมาจากภาษาสันสกฤตแปลว่า 'มืด'
หรือ
'ดำ'
เป็นชื่อซึ่งคนเขมรตั้งให้คนไทยมีมูลผิวดำ
มันเหลือเป็นชื่อของประเทศอย่างเป็นทางการจนกระทั่ง
พ.ศ. ๒๔๘๒
ใน
พ.ศ. ๒๓๑๐
หลังการล้อมกรุงอยุธยาระยะ
๒ ปี
กองทหารพม่าได้พิชิตกรุงอยุธยา
ทำลายและปราบกรุงทั้งหมด แม่ทัพพระตากสินได้สถาปนากรุงธนบุรีขึ้นเป็นราชธานีแห่งใหม่ของไทย
ในสมัยนั้นธนบุรียังเป็นดินแดนถิ่นหนองไพศาล
ที่เป็นรูปสามเหลี่ยมแถวปากน้ำ และเรียกมีฉายา
'สมุทรโคลน' หนีไปจันทบุรีที่ภาคตะวันออกเฉียงใต้แล้ว
พระตากสินระดมกองทัพและในระยะปีเดียวกันสามารถปราบได้ใหม่
ส่วนใหญ่ของสยามกลาง
กองทัพพม่าพัดกระจายไปและการสร้างใหม่เริ่มใหม่
จอมทัพพระตากสินขึ้นนั่งบัลลังก์ทรงเป็นกษัตริย์
ผู้ปกครองเชียงใหม่สามารถพัดกระจายไปกองทัพพม่าได้จากส่วนใหญ่ของสยามภาคเหนือ
สนับสนุนโดยคนสยาม
ในที่สุดนครรัฐภาคเหนือกลายเป็นอาณานิคมของสยามซึ่งในสมัยนั้นก่อทำให้อำนาจมั่นคงขึ้น
อำนาจบังคับบัญชาประเทศได้กลับคืน
ที่ภาคเหนือหลายเมืองขึ้นรวมกันและเสริมสยามกลาง

พ.ศ.
๒๓๑๕
พระบาทสมเด็จพระเจ้าตากสินพระเจ้าอยู่หัว
ทรงโองการเจ้าพระยายอดฟ้า
(พระจักรี
-
รูป) เป็นจอมทัพสยาม
หลังจอมทัพนี้ได้ปราบเมืองของลาวเวียงจันทน์แล้ว
เขายกเอาพระแก้วมรกตกลับมาธนบุรี
บรรจุ
ณ
วัดอรุณ
ชั่วคราวไม่ยั่งยืน
เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าตากสินทรงแสดงลักษณะคล้ายเป็นบ้าโอ่โถง
พระองค์ได้อเปหิตำแหน่ง
พ.ศ.
๒๓๒๕
โดยวินิจฉัยจอมทัพเจ้าพระยาจักรีหลังกรุ่นไปด้วยการต่อสู้รบกันเพื่ออานุภาพพระเจ้าตากสิน
ทรงประหารโดยตามราชพิธีการเวลานั้นซึ่งคือ
ถูกตีถึงสิ้นพระชนม์โดยใช้กระบองไม้จันทน์หุ้มด้วยผ้าต่วนสีแดง ต่อไปเจ้าพระยา
ยอดฟ้า หรือ
จักรี
ทรงขึ้นนั่งบัลลังก์ ทรงมาเป็นกษัตริย์แรกของราชวงศ์
จักรี
(รูป)
ซึ่งต่อมาจะได้บรรดาศักดิ์พระรามที่
๑
(รูป)

ราชวงศ์จักรี
เจ้าพระยา
ยอดฟ้า หรือ
จักรี
ทรงขึ้นนั่งบัลลังก์ ทรงมาเป็นกษัตริย์องค์แรกของราชวงศ์
จักรี
(รูป)
ซึ่งต่อมาจะได้บรรดาศักดิ์พระรามที่
๑
(รูป)
และราชาธิปไตยเริ่มให้ครุฑเป็นสัญลักษณ์ของชาติไทย
โดยเหตุที่เป็นยานประจำของเทพเจ้านิยายของอินเดียพระวิษณุ
ซึ่งเป็นผู้คุ้มครองและเทพเจ้าที่สองในศาสนศาสตร์ฮินดูซึ่งพระรามเป็นอวตาร
จึงทำให้สะท้อนสภาวะ พระมหากษัตริย์ไทย
ทรงเป็นผู้สำเร็จราชการแผ่นดิน และผู้คุ้มครองชาติด้้วย
ใน พ.ศ.
๒๓๕๒
พระเจ้าลูกยาเธอของพระเจ้าอยู่หัว
จักรี
ทรงครองราชย์ ได้ปกครองจนกระทั่ง
พ.ศ. ๒๓๖๗ ต่อมาสืบราชสมบัติโดยพระนั่งเกล้า
องค์ที่สามของราชวงศ์จักรี (รูป) ซึ่งแนะนำการใช้บรรดาศักดิ์
พระราม
ในราชวงศ์จักรีครั้งแรก สละให้บรรดาศักดิ์พระรามที่
๑ และพระรามที่
๒
แก่พระองค์มาก่อน
หลังมรณกรรมแล้ว
ทรงครองยศบรรดาศักดิ์พระรามที่
๓
แก่พระองค์เอง
บรรดาศักดิ์ พระราม และชื่อ
จักรี
มีกำเนิดมาจากอวตารของเทพเจ้าอินเดีย
พระวิษณุ
และแสดงให้เห็นความคิด
สืบเชื้อสายของเทพเจ้ายังอยู่เรื่อยมาอยู่บ้าง

พร้อมกับรัชกาลที่
๑
มาการเริ่มต้นของราชวงศ์จักรี
และสมัยรัตนโกสินทร์ ในช่วงเวลานี้ เมืองหลวงได้ย้ายจาก ธนบุรี ไปอยู่ที่ฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา
จึงทำให้ปลอดภัยมากกว่าทวนการเข้าตีจากพม่าที่อาจเกิดขึ้นได้
ราชวงศ์จักรียังสืบต่อถึงปัจจุบัน
กับพระเจ้าอยู่หัว พระภูมิพลอดุลยเดช
ซึ่งปกครองตั้งแต่
พ.ศ. ๒๔๘๙ ว่าทรงเป็นพระรามที่
๙

สมเด็จเจ้าฟ้ามองคุท (รูป)
ซึ่งคนไทยเรียก
พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
ทรงเป็นพระราชโอรสต่างพระมารดาของ
พระรามที่
๓
และทรงผนวชมาได้
๒๗
พรรษาก่อนทรงครองราชย์ใน
พ.ศ. ๒๓๙๔
ว่าทรงเป็นพระรามที่
๔ (รูป)
ระยะเวลาการผนวช
พระองค์เสด็จเข้าศึกษาภาษาสันสกฤต
ภาษาบาลี ภาษาละตินและภาษาอังกฤษ
ด้วยกับประวัติศาสตร์ และวิทยาศาสตร์หลายวิทยา
จากกลุ่มประเทศตะวันตก
ประกอบด้วยดาราศาสตร์
ทรงเอาใจใส่โดยความคิดจากประเทศตะวันตก
ประโยชน์ความคิดสมัยใหม่ทำให้ถูกต้องตามสมัยในราชอาณาจักร
ด้วยทรงตั้งหลักฐานสัมพันธภาพกับประเทศหลายประเทศซึ่งมีอำนาจมากในเวลานั้น
เพื่อหลบหลีกการตั้งเมืองขึ้น ได้ทำสนธิสัญญาพาณิชกรรม แต่เสมอมีสภาพอำนวยมากเพื่อประเทศตะวันตก

โดยถวายตัวเองป็นมิตร
ออกจะศัตรู และโดยเข้าไปใกล้
ประเทศซึ่งมีอำนาจมาก
ทรงประทาน
พรสวรรค์แทนที่อาวุธ
พระจอมเกล้าฯ
ได้ผลสำเร็จ หลบถูกตั้งเมืองขึ้น
เหตุการณ์ซึ่งใกล้จะมาถึง อย่างน้อยที่สุดชั่วคราว
เพราะทรงตั้งหลักฐานพันธมิตรหลายประเทศ
ไม่มีสักประเทศในกลุ่มประเทศตะวันตกซึ่งมีอำนาจมาก
ซึ่งหาญเข้าตีหรือบุกรุกประเทศสยาม
เกรงขามจะเป็นปรปักษ์ต่อกัน
อีกครั้งหนึ่ง
ราชาธิปไตยกลายเป็นเมตตากรุณายิ่งกว่า
เช่นกฎหมายซึ่งไม่ยอมผู้คนมองกษัตริย์ต่อหน้าได้กำจัด
และได้เลิกระเบียบการทำงานเพื่อรัฐโดยถูกบังคับใน พ.ศ.
๒๔๑๑
พระจอมเกล้าฯ
สิ้นพระชนม์เนื่องจากไข้จับสั่น
พระองค์ทรงมีบุตร ๘๒
คนและพระพันปี
๓๕ ภรรยา

พระเจ้าลูกยาเธอ องค์หัวปีของพระจอมเกล้าฯ
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า
ฯ ซึ่งต่างประเทศรู้จักกันในนามฝรั่งจุฬาลงกรณ์
ทรงยืดเยื้อ นโยบายอย่างบิดา
เสด็จเข้าศึกษาโดยครูยุโรปบุคคล พระองค์ยืดเยื้อการดัดแปลงแก้ไขให้ดีขึ้นตามตัวอย่างประเทศตะวันตก
เช่น มั่นคงโรงเรียนของเทศบาล สนับสนุนทำให้ถูกต้องตามสมัยปัจจุบัน
ประกอบด้วยได้ก่อสร้างขึ้นตาข่ายทางรถไฟ
ในรัชกาลพระองค์นี้ การเป็นทาสได้เลิกล้ม และระบอบพิพากษาทันสมัย
ด้วยระบอบตะราง
ได้มั่นคงขึ้น
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯ
ได้สงเคราะห์โดยผู้ปรึกษาหารือทั่วไปชื่อ
กัซทาว โรลิน-แจกัซมินซ (รูป) นักการทูตชาวเบลเยียม ซึ่งใน
พ.ศ. ๒๔๔๑ คุณสมบัติได้ผลราชทินนามเจ้าพระยา
คือราชทินนามชั้นสูงที่สุดที่เคยประทานคนต่างชาติ
ประเพณีนิยมประทานราชทินนามแก่ประชาชนสามัญ
ได้เลิกล้มหลังรัชกาลผู้สืบตำแหน่งพระจุลจอมเกล้าฯ
ว่า
พระรามที่
๖

ในสมัยความมุ่งหมายแผ่ของพวกฝรั่งที่ไปอยู่ในเมืองขึ้น
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯ
ได้บังคับยอมรับปล่อยส่วนใหญ่ของอาณาเขตสยาม
โดยทางความขู่ขวัญ
จะรุกเร้าการเข้าแทรกในทางทหารบกที่อาจเกิดขึ้นได้
เช่น
ดินแดนฝั่งตะวันออกของแม่น้ำโขงได้ยอมยกให้ราชอาณาจักรฝรั่งเศส
และในภาคทักษิณ
ชาวอังกฤษอ้างสิทธิส่วนของรัฐเอกราช
ซึ่งอยู่ในอิทธิพลของมหาอำนาจราชอาณาจักร
ใกล้เคียงเกาะปีนัง
เหตุผลอาณาเขตสยาม
ไม่เคยได้ก่อตั้งอาณานิคมเกิดมาจาก
การทูตสงบของประเทศสยาม
และความจริงว่า
ประเทศอังกฤษและประเทศฝรั่งเศสอยากเลิกเป็นปรปักษ์ต่อกัน
สยามมาเป็นประเทศกันปะทะเป็นกลางในระหว่าง
อาณานิคมอังกฤษและฝรั่งเศสที่พม่าและอินโดจีน
การขู่ชาวเมืองขึ้นให้พระรามที่
๕
ไม่มีทางอื่น จำเป็นเส้นปันเขตแดนราชอาณาจักรเที่ยงตรง
ฝืนรวมอำนาจการปกครอง
และรวมเข้ารัฐเอกราชซึ่งยังไม่อยู่ในอิทธิพลของมหาอำนาจไว้ในอาณาเขตสยาม
เมื่อพระวชิรุณหิศ (รูป) มกุฎราชกุมาร
สิ้นพระชนม์เร็วไป
พ.ศ. ๒๔๓๘
พระชนมายุแค่ ๑๗
พรรษา ทรงสืบตำแหน่งโดยอนุชาต่างพระมารดา
พระเจ้าชาย วชิราวุธ
พระเจ้าลูกยาเธอ องค์ลำดับแรกของสมเด็จพระนางเจ้า เสาวภาผ่องศรีพระบรมราชินีนาถ
ได้รับแต่งตั้งทรงเป็นผู้สืบมรดกราชบัลลังก์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อพระชนมายุเพียงแค่
๑๓ พรรษา
หลังสิ้นพระชนม์พระรามที่ ๕
ซึ่งมีพระเจ้าลูกเธอจำนวน
๗๗ คน พระวชิราวุธ
(รูป)
ขึ้นนั่งบัลลังก์ พ.ศ.
๒๔๕๓
ว่าทรงเป็น
พระรามที่
๖
พระองค์ทรงส่งเสริมพระราชบัญญัติการแก้ไขยังอีก
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในทางการศึกษาและการปกครอง เคยเสด็จเข้าโรงเรียนที่ซีกตะวันตกของโลก
พระองค์นำเข้ามาการใช้นามสกุลเพื่อประชาราษฎร์
และ ยุแหย่ประชาชนรับเอาวิธีการอย่างชาวตะวันตกอีกต่อไป ดังเช่น
การใช้เสื้อผ้าและการตัดผมแบบชาวตะวันตก
พระองค์กระตุ้นความรักชาติและสนับสนุนความรู้สึกนิยมชาติเป็นการใหญ่ ใน พ.ศ.
๒๔๖๐
พระองค์ได้เปลี่ยนธงช้างสยาม
กลายเป็นธงไตรรงค์ปัจจุบันนี้ มีสีสามสีซึ่งนัย
ประชาชาติ
(สีแดง)
พระราชาธิปไตย
(สีน้ำเงิน)
และศาสนา
(สีขาว) ระบอบการปกครองค่อยข้างสุรุ่ยสุร่าย
และเมื่อสิ้นพระชนม์
พ.ศ. ๒๔๖๘
การคลังก็เปล่าประโยชน์

ในรัชกาลสืบราชสมบัติ พระบาทสมเด็จ พระปรมินทรมหาประชาธิปกพระเจ้าอยู่หัว
ราชาธิปไตยแบบสมบูรณาญาสิทธิราชจบบริบูรณ์
เนื่องจาก
รอยแตกใหญ่โต ซึ่งพระองค์อยู่ในตำแหน่งก่อนปฎิบัติให้เกิดในคลัง
เศรษฐกิจนิ่ง
เช่นนี้รวมกับระเบียบคณาธิปไตย ซึ่งไม่ยอมให้สามัญชน
แม้พลเรือนฉลาดที่สุด ตำแหน่งอันเลิศลอย
ในที่สุดนำมาซึ่งรัฐประหาร พ.ศ. ๒๔๗๕ เมื่อเหล่าทหารทวนลัทธิราชาธิปไตย
ซึ่งสนับสนุนนาย ปรีดี
พนมยงค์ ผู้ปัญญาซึ่งมีการศึกษาที่ประเทศตะวันตก
ยึดอำนาจและแนะนำราชาธิปไตยใต้กฎหมาย เวลานั้นพระรามที่
๗
กำลังทรงเตรียมกฏหมายรัฐธรรมนูญใหม่ ซึ่งอาจจะได้ทำงานดีกว่าระเบียบประชาธิปไตยที่สมมติกันว่าเป็นและกำหนดให้มีโดยผู้นำคิดกบฎ
แต่ทั้ง
ๆ ที่เป็นอย่างนี้ ๑๐ ธันวาคม ๒๔๗๕
พระรามที่
๗
ได้ทรงลงพระปรมาภิไธยกฏหมายตั้งธรรมนูญ
ซึ่งคงจะหมดเขตราชาธิปไตยเหนือกฎหมาย ซึ่งได้อยู่แล้วยืนนานมากกว่า ๗๐๐ ปี

มาก่อนการประหารพระบาทสมเด็จพระเจ้าตากสิน
พระองค์ได้สาป
เจ้าพระยาจักรี โดยทรงกล่าวว่า หากกรุงธนบุรี
(ราชธานีในรัชกาลพระเจ้าตากสิน) เคยจะสมจรและได้ข้องเกี่ยวกับเกาะรัตนโกสินทร์อีกต่อไป
(รัตนโกสินทร์เป็นส่วนที่กรุงเทพฯ ที่เจ้าพระยาจักรีได้ตั้งรัฐบาลของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว) อำนาจของพระองค์จะจบบริบูรณ์
ใน พ.ศ. ๒๔๗๕ รัฐบาลให้สร้างสะพานพุทธ
เป็นอนุสรณ์เฉลิมสมโภชวันบรรจบครบรอบ ๑๕๐ ปีขัตติยวงศ์จักรี
จึงเกี่ยวข้องกับธนบุรีและรัตนโกสินทร์
เมื่อปีเดียวกัน ราชาธิปไตยเหนือกฎหมายจบลง หลายคนเห็นเหตุการณ์นี้เป็นผลจากคำสาปของพระบาทสมเด็จพระเจ้าตากสิน
ประวัติศาสตร์ปัจจุบัน
แม้ว่าประชาธิปไตยมีอยู่แล้ว
ยังมีรัฐประหารบ่อย
ซึ่งให้ประเทศไทยได้ปกครองโดยหัวหน้าทหาร
แม้ผู้เผด็จการ บางครั้งในระยะเวลานาน
รัฐประหารหลายครั้งตามกัน
ในที่สุด
พ.ศ.
๒๔๗๘
พระบาทสมเด็จพระ
ประชาธิปก
พระเจ้าอยู่หัว
สละราชสมบัติไม่ได้สมหวัง
พระปรมาภิไธยพระบาทสมเด็จพระอานันทมหิดลเจ้าอยู่หัว
พระราชบุตรของ พระขนิษฐา
พระบาทสมเด็จพระประชาธิปก
ซึ่งไม่มีบุตร
ได้สืบราชสมบัติพระรามที่
๗
ทรงสละ แต่พระชนมายุพระองค์เพียงแค่ ๑๐
พรรษา
ยังทรงศึกษาเล่าเรียนอยู่ที่ประเทศสวิส ไม่ถึงหลังสงครามโลกครั้งที่สอง
พระองค์จะกลับสยามว่า
พระรามที่
๘

แม้ว่า
พ.ศ. ๒๔๘๙
ไม่กี่เดือนหลังจากการกลับ พระเจ้าแผ่นดินเยาว์เสด็จสวรรคตจากการถูกพระแสงปืน ได้พบพระบรมศพประทับอยู่ที่พระแท่นภายในห้องพระบรรทม
เหตุการณ์การสวรรคตของพระองค์เป็นความลึกลับ
ซึ่งไม่เคยได้ลงมติอย่างเป็นทางการ พระองค์สืบราชสมบัติโดยอนุชา
ในหลวงปัจจุบันนี้
พระบาทสมเด็จพระภูมิพลอดุลยเดชเจ้าอยู่หัว
ซึ่งไม่ได้ราชาภิเษกเป็นพิธี จนกระทั่งหลังพระประกอบพิธีสมรส ม.ร.ว.
สิริกิติ์กิติยากร วันที่
๕
พฤษภาคม ๒๔๙๓
ในปัจจุบันนี้พระองค์เป็น
พระเจ้าอยู่หัวซึ่งปกครองนานที่สุด
ในเวลาระหว่างที่ประเทศไม่มีผู้ปกครอง
อาณาจักรได้ปกครองโดยรัฐสภา แต่ยังอยู่ในกำมือผู้กดขี่ทหาร
เช่น
พิบูลสงคราม (รูป)
ซึ่งหาพบความดลใจจากประมุขอย่าง
มูซโซะลีนิ และ
ฮีทเลอะร
เขามาเป็นนายกรัฐมนตรี
เมื่อสงครามโลกครั้งที่สองใกล้จะถึง
หลังการต่อสู้กับนาย
ปรีดี
พนมยงค์
เพื่ออานุภาพ
ด้วยเหตุที่จอมพล
พิบูล
ปกครองพลเมืองแบบกำปั้นเหล็ก
เขาเปลี่ยนชื่อประเทศสยาม
เป็นประเทศไทย
(ประเทศซึ่งมีเสรีภาพ)
ใน พ.ศ.
๒๔๘๒
เวลานั้นเถียงในการใช้ถ้อยคำ พ.ศ.
๒๔๘๗ เขาได้อเปหิโดยถูกบังคับ
เพราะช่วยเหลือประเทศญี่ปุ่นในสงครามโลกครั้งที่สอง

สักประเดี๋ยว
มันแสดงท่าทาง น่าจะได้ตั้ง
ระบอบการปกครองประชาธิปไตยพลเรือน
แต่เพราะความยุ่งซึ่งลุกขึ้นด้วยหลังจากความพิราลัยลึกลับของพระรามที่
๘
ทหารยึดอำนาจอีกครั้งหนึ่งโดยทางรัฐประหาร
ใน พ.ศ.
๒๔๙๑
พิบูลได้ชื่อเสียงใหม่โดยการกลับมาในทางการเมือง แต่ความสนับสนุนของเขาเลือนแล้ว
และ พ.ศ. ๒๕๐๐
เขาถูกขับไล่โดยรัฐประหารอีกครั้งหนึ่ง
แต่ก่อนในเดือน
พฤษภาคม
๒๔๙๓ มีความพยายามรัฐประหารที่ท่าสำหรับเทียบเรือใกล้ชิดพระที่นั่งจักรีมหาปราสาทพระราชวัง
(รูป)
นายกรัฐมนตรีถูกเชลยและได้ลักพาไปสู่เรือรบซึ่งทอดสมอจอดที่แม่น้ำเจ้าพระยา
หลังจากได้ปล่อยโดยผู้ที่การจับกุมของเขาแล้ว เขาว่ายน้ำขึ้นบก และเรือถูกระเบิดโดยกองอากาศยาน

ใน พ.ศ.
๒๕๐๐
นายพล
สลฤทธิ์
มาเป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่
ผู้เผด็จการคนนี้มีความสามารถพิเศษ
เขาปฏิบัติการให้ล่วงไปหลายการดัดแปลงแก้ไข
และทำให้การปกครองมั่นคงขึ้น
ใน พ.ศ.
๒๕๐๖ เขามรณะเป็นโรคตับ
นายทหารสูงศักดิ์ ได้แก่
ถนอม
ประภาท
และ
ณรงค์
ฉวยอำนาจและ
ได้ตั้งระบอบการปกครองแผนเผด็จการอีกหนึ่ง ซึ่งคงจะยืนยาว ๑๐ ปี ฐานเศรษฐกิจของประเทศไทยได้พัฒนา
แต่ที่ชนบทการว่างงานได้มาเป็นส่วนน่ากลัว
สาเหตุหลายคนอพยพไปอยู่ที่นครหลวง ใน พ.ศ.
๒๕๑๖
นักศึกษาแห่แสดงความเห็นในทางการเมือง
ทวนระบอบการปกครองในทางทหาร
ลงเอยในการสังหารผลาญชีวิต
ซึ่งทำให้นักศึกษาหลายคนเสียชีวิต
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ภูมิพลอดุลยเดช
ทรงระงับความขัดแย้งในเหตุการ
ทรงพระราชทานกระแสพระราชดำรัสทางโทรทัศแก่ประชาชนชาวไทย
ให้ร่วมมือกันแก้ปัญหา เพื่อความเรียบร้อยของบ้านเมือง นายทหาร
ถนอม
และ
ประภาท
หนีประเทศ
รัฐบาลผสมประชาธิปไตยจึงได้ตั้งขึ้น
สามปีต่อไป มาเป็นระยะการแก้ไขดัดแปลง
ซึ่งมาเรียก
การทดลองประชาธิปัตย์ ในระยะเวลานี้
สหภาพแรงงานและพรรคการเมืองได้สถาปนา
การแผลงได้ปรักปรำเปิดแก่คนทั่วไป
ในเดือนตุลาคม
พ.ศ. ๒๕๑๙ ถนอมและประภาท
กลับประเทศ
และอีกทีมีแห่ยืดแสดงความโต้ต้าน
นักศึกษา
๔๖
คนเสียชีวิต
ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
และอีก ๒๐๐ คนบาดเจ็บ ในการฆ่าคนจำนวนมากๆ
โดยก๊กฝ่ายขวาซึ่งได้เข้าลานในมหาวิทยาลัย
โดยทางใช้กำลัง
โทโสโมโหเพราะมีหุ่น
ห้อย
โดยนักศึกษาซึ่งประดุจเหมือนมกุฎราชกุมาร
เจ้าฟ้า วชิราลงกรณ
กฎอัยการศึกได้ประกาศ และสภาการเมืองในทางทหารรับทำต่อไป
หลังจากเหตุการ
๖
ตุลาคม
พ.ศ.
๒๕๑๙
นักศึกษาหลายพันคนหนีนครหลวงกรุงเทพฯ
ต่อเข้าด้วยกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งไทยซึ่งอยู่ในป่าดง
เป็นพวกที่อยากลบล้างระบอบการปกครอง
รัฐประหารอีกสองครั้งมาต่อ
แต่ต่อไป ในสมัยการปกครองของนายพล
เกรียงศักดิ์
ชมนาน
ได้เนรมิตโอกาสอีกเพื่อตั้งประชาธิปไตย
ใน พ.ศ.
๒๕๒๓
นายพลไล่ออกโดยถูกบังคับ
และได้สืบต่อโดย เปรม ตินสูลานนท์
ผู้บัญชาการสูงสุดกองทัพ ในการปกครองของเขา
ความขู่คอมมิวนิสต์เคหาได้ปราบ
และเศรษฐกิจได้สมบูรณ์มาก

ใน พ.ศ.
๒๕๓๑
พวงมาลัยได้รับทำต่อไปโดย
ชาติชาย
ชุนหวัณ
นายกรัฐมนตรีคนแรกซึ่งได้เลือกในทางประชาธิปไตย เศรษฐกิจได้กำลังสมบูรณ์ต่อไป
แต่อิทธิพลของทหารในเรื่องการเมืองเสื่อม
ลงในรัฐประหารอีกครั้งหนึ่ง
ในเดือนกุมภาพันธ์
พ.ศ. ๒๕๓๔ ครั้งนี้ในตำแหน่งหัวหน้าของนายพล
สุจินดา คราประยูน
พวกทหารสถาปนารัฐบาลให้
อานันท
ปัญญารชุณ
เป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่
ในวันที่ ๒๒ มีนาคม ๒๕๓๕ การเลือกตั้งรอบใหม่ ให้ชนะพรรคชอบทหาร
และ ณรงค์
วงศ์วัน มาเป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่
แต่
ณรงค์ ได้จำเลยมีความพัวพันในพาณิชการยาเสพติดของไทย พวกทหารจึงใช้สิทธิพิเศษตามรัฐธรรมนูญและหาคนแทนเขา
วันที่ ๕
เดือนพฤษภาคม
จำลอง ศรีเมือง
หัวหน้าของพวกเผชิญ
ซึ่งมีความนิยมของประชาชน และเป็นสมาชิกพรรคพลังธรรม
เริ่มการพร้อมใจกันอดอาหารประท้วงทวนนายพล
สุจินดา คราประยูน
ซึ่งในเดือนเมษายน
มาเป็นนายกรัฐมนตรี
ทั้งๆ ที่มีสัญญาตรงกันข้าม (ไม่ให้เป็น) แม้ว่า
จำลอง
หยุดการกระทำ
ไม่กี่วันต่อไปประท้วงประชาชนทวน
สุจินดา
เรื่อยเจื้อย
เมื่อมีกลุ่มใหญ่ที่คัดค้านเดินขบวนไปสู่อาคารรัฐบาล
กองทัพเข้าแทรกและยิงกลุ่ม ประมาณ ๕๐
คนเสียชีวิต
หลายร้อยคนและหัวหน้าของพวกเผชิญได้จับกุมประกอบด้วยนาย
จำลอง
วันต่อไปพวกประท้วงปะทะกับทหารอีกทีหนึ่ง
เมื่อทหารยิงพวกคัดค้านจำนวนที่กะ
๓๕,๐๐๐ คน
ผู้ที่คัดค้านประมาณ
๒,๐๐๐
คนยึดที่มั่นภายในโรงแรม รอยัล
แต่ได้ยกออกอย่างโหดร้าย และถูกเกาะตัว
ในที่สุดมีการฝ่าอุปสรรค เมื่อพระบาทสมเด็จภูมิพลอดุลยเดชพระเจ้าอยู่หัวเสด็จเข้าแทรก
ผู้ประท้วงทุกคนได้ปล่อย
ประกอบด้วย
จำลอง
ต่อไปในหลวงทรงรับ
สุจินดา
พร้อมกับ
จำลอง ทรงพระราชทานกระแสทรงคำสั่งหาพบข้อแก้ปัญหาวิกฤตการณ์ในทางการปกครองนี้
นายพล
สุจินดา
ถูกตำหนิ
เพราะไม่สามารถหาพบทางออกอย่างสงบได้
เพื่อแก้ปัญหาการเมือง
หลังจากพระบาทสมเด็จภูมิพลอดุลยเดชพระเจ้าอยู่หัว
ทรงพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมแก่ทุกฝ่ายทุกคน ยุ่งเกี่ยว
สุจินดา
สละตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
วันที่ ๒๔ พฤษภาคม และวันที่
๑๐ มิถุนายน ในหลวงทรงแต่งตั้ง
อานันท
ปัญญารชุณ
เป็นนายกรัฐมนตรีอีกที
ครั้งนี้ชั่วคราว
๔ เดือนต่อไป
วันที่ ๑๓
กันยายน มีการเลือกตั้งรัฐสภาใหม่
ครั้งนี้มีชัยชนะเพื่อพรรคไม่ชอบทหาร
ซึ่งมั่นคงที่นั่ง ๑๘๕ ที่ นอกจำนวนที่นั่ง
๓๖๐
ที่
พอดีเพื่อก่อรัฐบาล |