กงเต็ก
(功德)
ชื่อภาษาจีนแต้จิ๋วของกงเต๋อ
กงเต๋อ
(功德)
ภาษาจีน-ไทย 'บุญใจ' ชื่อพิธีทำบุญกุศลชนิดหนึ่ง
ซึ่งญาติของผู้ตายจะให้เครื่องกระดาษ
ทั้งทำแทนตัวผู้ตายและทำให้ผู้ตายด้วย
เพื่อให้ผู้ตายได้กุศลผลบุญมากพอที่จะไปขึ้นสวรรค์
มักจะปฏิบัติในงานศพไทย-จีน เครื่องกระดาษอาจจะประกอบด้วย บ้านกระดาษ รถกระดาษ
แท่งทองคำกระดาษ (รูป)
ก้อนตำลึงทองกระดาษ
(รูป)
โทรศัพท์มือถือกระดาษ และสิ่งของเกี่ยวกับวัตถุนิยมอื่นๆ
นอกจากนั้นยังสามารถมี ธนบัตรปลอม
(หมิงปี้)
ซึ่งรู้จักกันในชื่อแบงค์กงเต๋อ
และกระดาษทอง (จินจวื่อ)
ได้
เครื่องกระดาษนั้นจะเผา
(รูป) ในวันก่อนจะปลงหรือฝังศพ
เพื่อให้ผู้ตายใช้ในชีวิตหลังความตาย
เผาในเตาพิเศษของศาลจีน (รูป)
พิธีกงเต๋อยังสามารถปฏิบัติได้อีกที่ในวันที่
๗ หรือ วันที่ ๒๑ หลังจากความตาย และอีกในระหว่างเทศกาลฉิ่นหมิง
เป็นเทศกาลไหว้บรรพบุรุษที่สุสานจีน และในระหว่างจวงหยวนแจว
คือเดือนผี
เดือนที่ ๗ ตามจันทรคติของจีน นอกจากนั้นพิธีกงเต๋อยังมีเจตนาจะช่วยลดลงความเศร้าโศกของผู้ไว้ทุกข์
ก่อนนำเผากงเต๋อจะทำการอธิษฐานโดยไหว้เครื่องบูชาเหนือศีรษะ
บางทีสะกดกงเต๋อะ
ภาษาจีนแต้จิ๋วถ่ายตัวอักษรกงเต็ก
ดูต่อเงินปากผี

กงเต๋อะ (功德)
ภาษาจีนกลางของคำภาษาจีนแต้จิ๋วว่า
กงเต็ก
กงฟู
(功夫)
ภาษาจีนกลาง
'ผู้ฝีมือ' แรกเริ่มเดิมทีคำว่า กงฟู อ้างอิงแนวทางปฏิบัติการฝึกหัดและการบรรลุผลสำเร็จโดยใช้ความพยายามมาก
เป็นคำประสมของคำว่า กง
(功) ซึ่งหมายถึง 'คุณงามความดี' หรือ 'ผล' และคำว่า ฟู
(夫) ซึ่งแปลว่า 'บุคคลที่ใช้แรงกายทำงาน' นอกจากนั้นคำว่า กง
(功) เป็นคำประสมเอง
ซึ่งประกอบด้วยคำว่า กง
(工) กับคำว่า ลี่
(力) ซึ่งคำแรกหมายถึง 'งาน' และคำล่าสุด
(ลี่) แปลว่า 'กำลัง' 'ความสามารถ' 'พลัง' และ 'แรงกำลังกาย' ต่อมาคำว่า กงฟู
มาใช้เป็นชื่อของวิชายุทธของจีน
ซึ่งนัยว่า วิวัฒนาการมาจากวัดเส้าหลิน
บางทีสะกดกังฟู
กกุธภัณฑ์
๑. เครื่องพระราชกกุธภัณฑ์ เป็นเครื่องหมายแห่งความเป็นราชาธิบดีของไทย
(รูป) และประกอบด้วย พระมหาพิชัยมงกุฎ (รูป) พระแสงขรรค์ชัยศรี (รูป)
พระธารพระกร (รูป)
พระพัดวาลวีชนี (รูป) และพระฉลองพระบาท (รูป)
๒. เครื่องราชอิสริยาภรณ์
สัญลักษณ์และเครื่องอภิรุมชุมสาย หรือเครื่องหมายแสดงสิทธิพิเศษอย่างพระเจ้าแผ่นดิน
กฐิน
ระยะเวลา ๓๐ วัน
ซึ่งหลังฤดูฝนหรือหลังออกพรรษา เมื่อผู้ครองเรือนเอาเครื่องสังฆทานและผ้ากฐินโดยใช้ผ้าขาวด้ายดิบไปถวายให้แก่พระสงฆ์ที่วัด โดยปกติในเดือนพฤศจิกายน
ในพิธีนี้ฆราวาสเรี่ยไรเงินโดยใช้ลำต้นกล้วยเป็นต้นกฐิน
ให้ประชาชนทำบุญโดยติดธนบัตรที่ต้น
ซึ่งตั้งขึ้นที่วัดหรือหมู่บ้าน และเมื่อถึงวันทอดกฐิน ประชาชนเอาต้นไปถวายแก่พระ
มักจะถวายเครื่องบริขารด้วย
ประเพณีนี้มีรากฐานซึ่งกำหนดโดยพระพุทธเจ้าให้ศิษย์
ไปค้นหาผ้าไตรจีวร พระพุทธเจ้าชี้ชิ้นผ้าที่ห้อยบนกิ่งไม้ในป่า ซึ่งฉีกขาดจากเสื้อผ้าผู้ที่เดินผ่านมา
พระพุทธเจ้าจึงแจ้งให้เป็นชิ้นผ้าที่สามารถใช้ทำไตรจีวรได้โดยเย็บชิ้นผ้าทั้งหมดเป็นส่วนเดียวกันและทำการย้อมสี อันนี้คือหนึ่งในเหตุผลที่มีเข็มเป็นส่วนหนึ่งในบริขารของพระ นอกจากนี้ยังมีกฐินพระราชทาน กฐินหลวงและทอดผ้าป่า

กฐินพระราชทาน
งานพิธีกฐินซึ่งปฏิบัติโดยในหลวงหรือผู้พระฐานันดรศักดิ์ซึ่งแทนพระเจ้าอยู่หัว เหมือนกับกฐินหลวง ในพิธีนี้ใช้เรือพระราชพิธีในการทอดกฐิน

กฐินหลว
ง
ดูกฐินพระราชทาน
กนก
๑. ภาษาไทย-ภาษาสันสกฤต 'ทองคำ' หรือ 'ทำด้วยทองคำ' เช่น 'กนกนคร'
๒. ลวดลายคล้ายคลึงเปลวไฟซึ่งประกอบด้วยเส้นโค้งหลายๆ
เส้นซ้อนกัน ดูอีกที่กระหนก

กบสามขา
ดูคางคกสวรรค์
กบิลพัสดุ
ชื่อภาษาไทยของราชอาณาจักร
ซึ่งในปัจจุบันนี้ตั้งอยู่ที่ภาคใต้ของประเทศเนปาล (แต่ก่อนในภาคเหนือของอินเดีย) ราชอาณาจักรนี้มีผู้ปกครองเป็นกษัตริย์ชื่อพระสุทโธทนะ เป็นบิดาพระพุทธเจ้าตามพุทธประวัติ เมืองกบิลพัสดจึงเป็นเมืองประสูติของเจ้าชายพระสิทธารถ ดูอีกด้วยลุมพินี ภาษาบาลีเรียกกาปิลาวาสตุและภาษาสันสกฤตเรียกกาปิลาวาตตุ
กยีซี (kyi-zi)
ภาษาพม่า 'แผ่นระฆัง' ชื่อฆ้องแบบพม่า
ซึ่งมีขนาดเล็กถึงขนาดสันทัด
เป็นแผ่นโลหะแบน ทำด้วยทองเหลือง
มักเป็นรูปสามเหลี่ยมคล้ายรูปร่างระฆังหรือกระจับ
(รูป)
แต่แบนๆ
ซึ่งขอบข้างล่างโค้งขึ้นไปข้างบน
บางทีจะประทับหรือจารึกด้วยรูปอย่างประณีต
(รูป)
แต่เดิมการใช้เกี่ยวข้องกับพิธีโบราณ ถือขณะประกอบพิธีในทางศาสนา
ในปัจจุบันฆ้องขนาดเล็กยังใช้เป็นฆ้องมือโดยพระสงฆ์พม่า เมื่ออุ้มบาตรออกเดินรับบิณฑบาตร
(รูป)
พระจะตีสามครั้งต่อเนื่องกันเป็นเครื่องหมายแห่งไตรรัตน์
มีหลายขนาดหลายรูปร่างแต่ตลอดเวลาเป็นแผ่นแบน สามารถพบได้ที่วัดทั้วประเทศพม่า
และในบางวัดที่ประเทศไทย โดยปกติในวัดไทยที่อยู่บริเวณใกล้ชายแดนพม่า
ฆ้องกยีซีขนาดเล็กๆ อาจใช้เป็นเครื่องตีชนิดหนึ่งในวงดนตรี
หรืออุปกรณ์ตีระฆังให้เป็นเสียงดนตรี บางทีเรียกระฆังพม่า
,%20a%20Burmese%20brass%20bell%20plate%20or%20flat%20gong%202_small.jpg)
กรมพระนคร
แต่ก่อนยศของโอรสหรือธิดาสืบสายโลหิตของพระมหากษัตริย์ ซึ่งโองการปกครองมณฑลหรือจังหวัด มีตำแหน่งห้าประเภท
ตำแหน่งชั้นเอกคือ กรมพระยา ซึ่งตามด้วย กรมพระ กรมหลวง
กรมขุนและกรมหมื่น
กรมพระยา
ตำแหน่งชั้นเอกของกรมพระนครแต่ก่อนโอรสหรือธิดาสืบสายโลหิตของพระมหากษัตริย์
ซึ่งโองการปกครองมณฑลหรือจังหวัด
กรรม
(कर्म)
ผลแห่งการกระทำ กฎแห่งสาเหตุและปฏิบัติการซึ่งจะสนองผลให้
เป็นสภาวะของตัวเอง ณ กาลบัดนี้เป็นผลของพฤติกรรมของตัวเองในอดีต
ในชีวิตนี้หรือในชีวิตอดีต เมื่อได้
สำเร็จนิพพานก็จะหลุดออกจากวัฎสงสาร ถ้อยคำนี้เกี่ยวกับถ้อยคำสังสารวัฏ
ซึ่งเป็นความเวียนว่ายตายเกิด
(การผ่านออกจากร่างเดิมของวิญญาณไปสู่ที่อื่น)
กรรมฐาน
ราชาศัพท์ เข้าฌานในกิริยาของพระพุทธศาสนา
ซึ่งก่อให้เกิดโพธิญาณ และทำให้จิตใจสงบ
กระ
๑. ปางอวตารครั้งที่สองของพระวิษณุ ดูกุร์มะ
๒. ยานประจำของเทพธิดาฮินดูจามุนา
กระจั
ง
๑. ลวดลายซึ่งใช้ในการแกะสลัก ประกอบด้วยรูปใบไม้หรือกลีบดอกไม้จัดไว้เป็นรูปร่าง
ซึ่งมีลักษณะคล้ายสองแขนที่ยื่นออกมา
๒. โครงร่างด้วยลวดลายประดับประกอบด้วยรูปใบไม้หรือกลีบดอกไม้จัดไว้เป็นรูปร่าง ซึ่งมีลักษณะคล้ายสองแขนที่ยื่นออกมา ที่สามารถเห็นได้เป็นโฉมประดับบนเครื่องตกแต่งบ้าน เช่น โต๊ะ
เก้าอี้ ตู้ เตียง ซึ่งทำด้วยไม้

กระจับ
เป็นผลของพืชชนิดหนึ่งซึ่งอยู่ในน้ำ
เป็นสกุลของพืชประเภท ทราปา (trapa)
มีรูปร่างโค้งเหมือนหัวควายและมีเปลือกสีดำ (รูป)

กระจ่า
ชื่ออีกชื่อของตวัก
กระเจียว
ชื่อพรรณไม้ชนิดหนึ่งพันธุ์เคอร์คิวมะโดะเมซทิคะ (curcuma domestica) ตระกุลสีนจิเบอะราแซ (zingiberaceae)
ลักษณะคล้ายต้นข่า ออกดอกที่ยอด (รูป) ช่อดอกสามารถใช้เป็นอาหารได้
ชาวพายัพเรียกดอกอาว
กระเจี๊ยบ
ชื่อพืชล้มลุกชนิดหนึ่ง
สกุลไฮบิสคุส
(hibiscus)
ออกดอกสีแดง
(รูป) ที่รับประทานได้
ใช้ทำน้ำกระเจี๊ยบ
(รูป) เป็นเครื่องดื่มที่มีวิตะมิน
ซี (vitamin C)
มาก ทำโดยต้มในน้ำ
ชื่ออื่นๆ
กระเจี๊ยบแดง
กระเจี๊ยบเปรี้ยว
ผักเก็งเค็ง ส้มปู ส้มตะเลงเครง
ส้มเก็งเค็ง
นอกจากนั้นยังเรียกอีกไฮบิสคุสสับดารีฟฟา
(hibiscus sabdariffa)

กระเจี๊ยบแดง
ดูกระเจี๊ยบ
กระชาย
หัวของพืชชนิด เคมพเฟเรีย
(kaempferia) ซึ่งสังกัดอยู่ในพันธุ์ขิง และใช้เป็นยาสืบต่อกันมา แก้โรคเกี่ยวกับกระเพาะและสำไส้หลายโรค

กระด้
ง
ตะกร้าฝัดข้าวแบบกลมและแบน
ใช้เพื่อฝัดแกลบออกจากข้าว กระด้งขนาดใหญ่เรียก กระด้งมอญ

กระด้งมอ
ญ
ที่จริงว่าตามทางการเป็นกระด้งฝัดข้าวขนาดใหญ่
แต่มักจะใช้เป็นภาชนะบรรจุเครื่องบริโภค
(รูป)
หรือตากอาหาร เช่น
พริก
_small.jpg)
กระดังงางัว
ชื่อท้องถิ่นของไม้เถาเลื้อยเนื้อแข็งชนิดหนึ่งที่มีขนาดใหญ่
ชื่อวิทยาศาสตร์ อารตะโบตรีส สียาเมสิส (artabotrys siamesis) ในตระกูล
อันโนนะแค (annonaceae) วงศ์เดียวกันกับต้นน้อยหน่าและต้นกระดังงาสงขลา
ไม้เถาจะมีมือเกาะรูปตะขอยื่นออกมาจากเถาบริเวณยอด
ต้นอ่อนจะเป็นสีเขียว แต่เมื่อเถาแก่ก็จะเป็นสีน้ำตาล
กระดังงางัวจะมีพุ่มใบที่หนาแน่นมาก
เป็นไม้ใบเดี่ยวออกใบสลับกันตามข้อต้น
ใบเป็นรูปขอบขนานหรือมนรี ทั้งโคนใบและปลายใบจะแหลม
มีก้านใบสัน พื้นใบสีเขียวเข้ม เป็นคลื่นเล็กน้อย ขอบใบเรียบไม่มีจัก
ดอกกระดังงางัวจะออกตรงโคนต้นใบ
ลักษณะดอกจะเป็นดอกเดี่ยวตรงโคนก้านดอกจะมีมือเกาะ
ดอกเมื่อแรกออกจะเป็นสีเขียว แล้วจะค่อยๆ เปลี่ยนไปเป็นสีเหลือง
ในหนึ่งดอกจะมีกลีบ ซึ่งแบ่งเป็นชันละ ๓ กลีบ และมีกลีบเลี้ยง ๓ กลีบ
ดอกมีขนาดเล็ก หนาและแข็ง กลีบดอกมีลักษณะเป็นรูปรี
มีเกสรตัวผู้และเกสรตัวเมียอยู่ภายในดอกเป็นจำนวนมาก
ดอกจะมีกลิ่นหอมจัดในเวลาเย็นถึงค่ำ มีประโยชน์เป็นไม้ดอกไม้ประดับ
ให้ร่มเงา ให้ดอกตลอดปี มีกลิ่นหอมใช้ทำเครื่องหอม
ร้านอาหารบางที่จะให้ดอกกระดังงางัวแก่ลูกค้า
เป็นที่ระลึกหรือของฝากเพื่อแสดงความยินดีต้อนรับ
นอกจากนั้นดอกกระดังงางัวยังมักจะใช้เป็นส่วนหนึ่งของพวงมาลัย
ชื่อสามัญการเวก
กระดังงาสงขลา
ชื่อของต้นไม้ในเมืองร้อนที่มีชื่อวิทยาศาสตร์
คะนันกะโอดาราทะ
(cananga odarata)
ในตระกูล อันโนนะแค (annonaceae)
วงศ์เดียวกันกับต้นน้อยหน่าและต้นการเวก
สามารถขึ้นได้สูงถึง ๒๔ เมตร และมีดอกไม้สีเหลืองแกมเขียว ซึ่งมีกลิ่นหอมฟุ้งเป็นพิเศษ และได้ใช้ในทางอุตสาหกรรมน้ำหอม ที่ประเทศมาเลเซียเรียกอีลังอีลัง
(ylang ylang)
ภาษาไทยยังมีชื่ออื่นๆ เรียกว่า กระดังงอ กระดังงาเบา กระดังงาสาขา

กระดานจั่ว
ด้านหน้าของหน้าจั่วซึ่งอยู่ระหว่างริมหลังคาลาดสองด้านและขื่อที่นอนตามพื้นราบ กระดานจั่วของเรือนไทยสืบเนื่องกันมา
มักจะเป็นเครื่องประดับกับรูปแกะสลักของนิทาน กระดานจั่วของวัดมักจะมีรูปที่ทำนูนและระบายสีเป็นเครื่องแสดง
(รูป)
จากนิทานและพุทธประวัติหรือเทพเจ้า
กระดานจั่วเก่าแก่ได้นิยมนำมาทำเป็นเครื่องประดับในการตกแต่งภายใน (รูป) ภาษาอังกฤษเรียกเกเบอลโบร์ด (gable
board)
และฟรอนทอน (fronton) นอกจากนี้ยังมีชื่อทีมพะนัม (tympanum)

กระดาษข้าว
กระดาษที่มีความแข็งแรงแต่ดัดง่าย
ทำด้วยใย
แกลบหรือฟางข้าว
อีกเรียกกระดาษฟาง

กระดาษส
า
กระดาษ
ซึ่งทำด้วยเปลือกไม้ของต้นปอกระสา

กระดึ
ง
ระฆัง
วัดขนาดเล็กๆ
ซึ่งห้อยที่ยอดแหลมของอุโบสถหรือพระเจดีย์
มักจะแขวนเรียงตามขนาดจากเล็กไปใหญ่
มักทำด้วยทองเหลือง
มีแผ่นใบรูปหัวใจที่ห้อยแกว่งไปแกว่งมาจากลุกตุ้มซึ่งถูกลมพัด มักประดับอย่างสวยงาม
ภูกระดึงที่จังหวัดเลยได้ตั้งชื่อตามระฆังแบบนี้ เพราะมีเรื่องเล่าว่า บังเอิญชาวบ้านได้ยินเสียงกระดึงสั่น
มาจากภูนั้นในวันพระ

กระต่ายจีน
เครื่องที่ใช้ขูดมะพร้าวซึ่งกะเทาะเปลือกแล้ว
แต่ก่อนเป็นม้านั่งซึ่งมีหมุดโลหะที่มีแผ่นกลมเป็นมีดฟันปลา
ในปัจจุบันนี้ส่วนมากใช้เครื่องจักรป่น ซึ่งมีแผ่นกระดานกับเข็มหมุดและส่วนที่หมุน ซึ่งทำงานโดยเครื่องจักร
(รูป) ได้ขูดเนื้อมะพร้าวสำหรับคั้นเอากะทิ ซึ่งใช้เป็นส่วนผสมในอาหารคาวหวาน

กระถางธูป
ภาชนะสำหรับเผาเครื่องหอม
มักจะเป็นภาชนะขนาดใหญ่ที่ทำด้วยทองเหลือง
ใส่ทรายและเถ้าถ่านธูป
ใช้ปักธูปไว้ บ่อยครั้งมีหูจับใหญ่หรือหูจับในรูปร่างปี่เซี้ยะ
บางทีประดับด้วยลายมังกร
(รูป)
บางครั้งบางคราวทำด้วยหิน (รูป)
ก่อนตั้งธูปจะทำการอธิษฐานโดยไหว้ธูปเหนือศีรษะ
เรียกอีกธูปบาตร
_small.jpg)
กระทง
ด
อกไม้ที่จัดไว้สวยงามและลอยได้ ทำด้วยต้นกล้วย ซึ่งตัดเป็นชิ้นกลม
(รูป) และจัดเรียงเป็นฐานของกระทง
และได้ประดับโดยใช้ใบตองกล้วยพับ ดอกไม้ต่างๆ เทียนและธูป
เนื่องจากใบตองกล้วยที่พับมีลักษณะคล้ายคลึงดอกบัวหลวง ในระหว่างงานวันลอยกระทง กระทงได้ถูกลอยลงในแม่น้ำ
ถือเป็นการสักการะพระแม่คงคา ในปัจจุบันนี้ประชาชนมักจะใช้วัตถุที่เป็นอันตรายต่อสภาพแวดล้อมเพื่อทำฐานของกระทง
ทำด้วยสารเคมีและสังเคราะห์ เช่น
โฟมแข็ง ที่มาของกระทงมาจากนางนพมาศ ธิดาของพระพราหมณ์และสตรีในราชสำนักของพ่อขุนพระร่วงเจ้าหลวงของกรุงสุโขทัย พระองค์ประสงค์โปรดปรานให้
'ประดิษฐ์ขึ้นบัวหลวงแบบใหม่ในทรงต่างๆ ซึ่งจะให้ลงลอยในน้ำกลางคืน
ในระหว่างงานน้ำ'

กระท้อน
ชื่อของผลไม้ชนิดหนึ่ง ลักษณะลูกกระท้อนกลม มีสีค่อนข้างเหลืองและแกมเขียว เป็นผลไม้ของเมืองร้อน มีเปลือกหนา ภาษาอังกฤษชื่อซันโทล์
(santol)
หรือมังคุคป่า
ชื่อวิทยาศาสตร์ซันโดริคัมอินดิคัม (sandoricum
indicum) ให้ผลมิถุนายนถึงกันยายน

กระทะทองแดง
กระทะทองแดงขนาดใหญ่ด้วยปากผาย ซึ่งยมบาลใช้เพื่อหุงต้มผู้ประพฤติชั่วในนรก
เป็นการลงโทษ (รป)
กระทิง
สัตว์ป่าซึ่งคล้ายวัวที่ใหญ่ที่สุดที่รู้จักและมีชื่อลาตินตามวิทยาศาสตร์บีบอส์กอรุส์ (bibos
gaurus) อาศัยอยู่ตามป่าเป็นเนิน
ในประเทศอินเดีย ประเทศพม่า ประเทศไทยและแหลมมลายู สัตว์นี้มีกำลังมากมาย
นอกจากนั้นยังมีเครื่องดื่มวิตามิน กระทิงแดง ซึ่งทำในประเทศไทยและเป็นที่รู้จักในต่างประเทศในชื่อเรดบุล
(red bull)
มีภาพสัญลักษณ์กระทิงสีแดงสองตัวชนกัน
เป็นโฆษณาที่หมายถึงความแข็งแรงของสินค้านั้น
และยังมีมูลนิธิเกี่ยวกับสัตว์ป่าแห่งประเทศไทย ซึ่งพานักท่องเที่ยวไปสังเกตกระทิงป่า ที่เขาแผงม้า อ. วังน้ำเขียว จ. นครราชสีมา อีกด้วยยังเป็นชื่อของปลาน้ำจืดและต้นไม้ชนิดหนึ่ง
กระเทียม
ชื่อผักชนิดหนึ่งคล้ายต้นหอม หัวเป็นกลีบ
เมื่อแห้งแล้วสีขาว มีกลิ่นเผ็ดร้อน ใช้บอยในการทำอาหารไทย
สามารถพบได้ตามตลาดนัดทั่วประเทศ มีหลายอย่าง เช่น กระเทียมดอง
กระเทียมสด ฯลฯ

กระบวย
เครื่องใช้ตักน้ำ
ตัวกระยวยทำด้วยกะลามะพร้าวตัวเมียหรือซีกที่ไม่มีตา
มีด้ามทำด้วยไม้ บางท้องถิ่นแกะสลักตกแต่งด้ามกระบวยเป็นลวดลาย
(รูป)
ถ้าใช้ตักน้ำดืมจากหม้อน้ำ ตัวอย่างเช่น หม้อน้ำที่ตั้งอยู่ในบ้านน้ำ
(รูป)
เรียกน้ำบวย ดูต่อตวัก
_small.jpg)
กระบอก
บ้องขนาดสั้น ยาวประมาณ ๔๐ เซนติเมตร ทำด้วยไม้ไผ่ เมื่ออุดแล้วสามารถใช้เป็นที่เก็บน้ำไว้ใช้ หรือเป็นบ้องข้าวหลามได้ (รูป) ดูด้วยหุ่นกระบอก
กระบอง
ไม้สำหรับถือใช้ตีคล้ายคลึงคทาซึ่งในภาษาสันสกฤตเรียกกาดา ดูอีกด้วยบ้อง
กระบองเพช
ร
๑. คทาหรือกระบองที่ประดับด้วยเพชร
โดยปกติมีอำนาจวิเศษหรืออภินิหารด้วย
๒. ไม้ตระกูลตะบองเพชร
ตระกูลของพืช สิมารูบาซีแย (simaroubaceae)
กระบี่
๑. ดาบสองคม ซึ่งมีโกร่งที่ด้ามถือ
๒. เมืองกระบี่เป็นเมืองหลวงของจังหวัดกระบี่ (แผนที่) ตั้งอยู่ภาคใต้
อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ๘๑๔ กิโลเมตร มีพลเมืองประมาณ ๑๘,๐๐๐ คน
จังหวัดกระบี่มีพื้นที่ ๔,๗๐๘.๕ ตารางกิโลเมตรและมี ๘ อำเภอ มีประชาชนจำนวนประมาณ ๓๔๔,๖๑๐ คน
ชื่อเดิมคือเมืองปกาสัย หรือเมืองกะรอบี
ตั้งอยู่ที่ทะเลอันดามันและทิศเหนือมีอาณาเขตติดต่อจังหวัดสุราษฎร์ธานี ตะวันออกมีอาณาเขตติดต่อจังหวัดนครศรีธรรมราช ตะวันออกเฉียงใต้มีอาณาเขตติดต่อจังหวัดตรัง และทิศตะวันตกมีอาณาเขตติดต่อจังหวัดพังงา ได้พบเครื่องมือเป็นหิน ภาพเขียนระบายสี ลูกประคำ
เครื่องดินเผาและโครงกระดูกของมนุษย์โบราณก่อน ได้พบในหน้าผาและถ้ำต่างๆ
ของจังหวัดนี้
หลังลงบันทึกแล้วนักวิทยาศาสตร์เห็นว่า
กระบี่เป็นที่ที่อาศัยอยู่เป็นประจำของมนุษย์
โฮโม เซเพียนส (homo sapiens) ตั้งแต่สมัย ๒๕,๐๐๐-๓๕,๐๐๐ ปีก่อนริสตศักราช
จึงให้เป็นพวกที่อพยพไปอยู่ต่างถิ่นเป็นมนุษยชาติเก่าที่สุดในประเทศไทยอาจเป็นไปได้
แม่น้ำสำคัญคือ แม่น้ำกระบี่ และคลองปกาสัย
ภูเขาสูงที่สุดคือ ภูเขาพนมเบญจา สูง ๑,๓๙๗ เมตร และชื่อแปล
'ฐานห้าชั้น' ส่วนใหญ่ของธรรมชาติและการปลูกต้นไม้ให้เป็นป่าประกอบด้วยป่าโกงกางและต้นไชยพฤกษ์หรือต้นแสมสาร
กระบี่ตั้งอยู่รอบนอก
ณ แถบภูเขาหินปูน ซึ่งให้ทิวทัศน์สวยจนต้องตะลึงกับหน้าผาสูงที่ผุดขึ้นจากทะเล
เช่นเดียวกับหาดทรายงดงาม หาดไร่เลรู้จักดีสำหรับการปีนเขา ที่อ่าวพระนางมี ๘๔
เกาะเล็กและถ้ำหินปูน สถานที่น่าสนใจอื่นๆ ที่จังหวัดนี้ประกอบด้วยอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะพีพี (รูป) อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา เกาะปอดะ เกาะทัพและเกาะไก่
จังหวัดกระบี่มีอากาศร้อนลมมรสุม
จึงมีฤดูสองฤดูเท่านั้น
คือ ฤดูร้อนตั้งแต่มกราคมถึงเมษายน และฤดูฝนตั้งแต่พฤษภาคมถึงธันวาคม อาชีพพลเมืองคือ ทำสวนยางพารา สวนมะม่วง สวนปาล์มน้ำมัน สวนมะพร้าว สวนต้นกาแฟ
การประมงและการทำนา

๓. ชื่ออีกชื่อของ ลิง
เป็นคำที่ใช้ในวรรณคดี
กระบี่กระบอง
ศิลปะไทยเกี่ยวกับการศึกใช้อาวุธถือด้วยมือ คือกระบี่และกระบอง การต่อสู้พิธีนี้ได้สอนถึงท่าทางมั่นคงโดยตามธรรมเนียมเก่า ๔๐๐ ปี ซึ่งรากฐานมาจากวัดพุทไธสวรรย์
ที่พระนครศรีอยุธยา ในปัจจุบันนี้ ทหารองครักษ์ของในหลวงยังได้ฝึกซ้อมในศิลปะไทยเกี่ยวกับการศึกนี้

กระบือ
สัตว์จำพวกวัวและควาย โดยเฉพาะควายชวา ดูอีกด้วยคาราบาว

กระเบียด
มาตราวัดไทย ๔ กระเบียดคือ ๑ นิ้ว (๖.๓๕ มิลลิเมตร)
กระเพาะปลา
ชื่ออาหารว่างจีนกรอบมีรสเค็ม มัน ใช้ที่น้ำซุปที่ต้มด้วยเหล้าขาว
หรือใช้ทำยำกระเพาะปลาโดยผสมกับมะเขือเทศ
หัวหอม ปลาหมึกแห้ง
พริก
มะม่วงหิมพานต์และผักต่างๆ
(รูป)
ขายอยู่ทั่วไปทุกหนทุกแห่งของเยาวราชที่กรุงเทพฯ
ราคาค่อนข้างแพง ประมาณ ๕๐๐ บาทต่อกิโล

กระยาสารท
ขนมหวานจีนที่ทำด้วยแป้งข้าวเจ้า ผลไม้เปลือกแข็งและถั่วงา ได้กวนกับน้ำตาลและกวนให้กลายเป็นแท่งน้ำตาลไหม้กะละแม
มักจะทำเป็นแท่ง
(รูป)
หรือรูปตุ๊กตาตัวเล็กๆ โดยเฉพาะในเทศกาลสารท

กระสวย
เครื่องบรรจุด้ายสำหรับทอผ้า
(รูป)
ใช้สำหรับทอเส้นด้ายทางขวาง
ซึ่งข้ามลายตรงที่เครื่องทอผ้า ทำด้วยไม้ หัวท้ายเป้นแหลม
ตรองกลางมีช่องสำหรับใส่หลอดด้าย
รูปร่างคล้ายเรือเล็กๆ
ในการทอผ้ามีกระสวยสองชนิดที่ใช้อยู่ คือ ก.
กระสวยบิน (รูป)
เป็นกระสวยที่ผูกติดใว้กับเชือกแล้วใช้วิธีกระตุกเชือกให้กระสวยพุ่งไปมาแทนการใช้คน
ซึ่งทำให้การทอผ้ารวดเร็วขึ้นได้ผ้าหน้ากว้างขึ้น
ตรองกลางมีช่องสำหรับใส่หลอดด้ายสองหลอด
หัวท้ายกระสวยบินมีจุดปลายสุดที่เสริมด้วยเหล็กเพื่อป้องกันการสะเทือนเมื่อได้ปล่อยและลงจอด
ข. กระสวยแบบที่ใช้กลับไปกลับมาด้วยมือ (รูป)
ที่ตรงปลายเป็นการขยายที่ใช้เป็นมือจับ
เพื่อให้จับง่ายๆ ขณะทอเส้นด้ายทางขวาง
กระสวยแบบนั้นจะมีช่องสำหรับใส่หลอดด้ายหลอดเดียวเท่านั้น

กระหนก
ลวดลายที่มีลักษณะพิเศษและที่ใช้เป็นเครื่องตกแต่งในศิลปะไทย ลายเครือเถาอย่างหางกินนร หรือเปลวไฟ ดูอีกด้วยลายกนก

กรับ
๑. คู่ท่อนไม้
ซึ่งใช้เพื่อทำนายเคราะห์โดยทอดที่พื้น
(รูป)
ดูต่อเซียมซี
๒. คู่ท่อนไม้
ซึ่งใช้ตีหรือขยับเป็นจังหวะในการฟ้อนรำขับร้อง
กร่ำ
ดูซั้ง
กรีมุก
ภาษาสันสกฤต 'ด้วยหน้าช้าง' เป็นอีกชื่อหนึ่งของพระคเณศ
กรุ
โพรงเล็กๆ ช่องหรือห้องเก็บสมบัติใต้พระเจดีย์ โดยปกติบรรจุด้วยธาตุ อัฐิหรือพระพุทธรูป
กรุงเทพฯ
คำย่อของ 'กรุงเทพมหานคร อมรรัตนโกสินทร์
มหินทรายุธยา
มหาดิลก ภพนพรัตน์
(รูป) ราชธานีบุรีรมย์ อุดมราชนิเวศน์ มหาสถานอมร พิมานอวตารสถิต
สักกะทัตติยะ วิษณุกรรมประสิทธ์'
สักกะทัตติยะ นั้นแปลว่า 'ท้าวสักกเทวราช' คือ พระอินทร์ กรุงเทพฯ
เป็นเมืองหลวงของประเทศไทยในปัจจุบันนี้ (รูป) สร้างขึ้นอยู่ที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาตอนปากน้ำที่น้ำจืดและน้ำเค็มมาต่อกัน (แผนที่กรุง) มีพื้นที่ดินแดน ๑,๕๖๘.๗
ตารางกิโลเมตร (แผนที่) และมีเส้นชายแดนกับอ่าวไทยและสมุทรปราการ ณ ทางใต้ สมุทรสาครและนนทบุรี ณ ทิศตะวันตก ปทุมธานี ณ ทิศเหนือและฉะเชิงเทรา ณ ทิศตะวันออก จังหวัดแบ่งเป็น ๕ อำเภอและ ๔๕ เขต มีพระนครเป็นใจกลาง นครหลวงมีพลเมืองจำนวนมากกว่าสิบล้านคน
แม้แต่บางคนจะกะประมาณ ๑๓ จน ๑๖ ล้านคน อาชีพพลเมืองส่วนใหญ่คือ ราชการพลเรือน การค้า
ธุรกิจ อุตสาหกรรมและเกษตรกรรม
สถานที่ที่น่าสนใจสำคัญประกอบด้วยพระราชวัง (รูป) และวัดพระศรีรัตนศาสดาราม (รูป) ภาษาฝรั่งเรียกบางกอก และบางคนเรียกชื่อเล่นๆ ว่า เดอะบิกแมงโก (The Big Mango)
แปลว่า มะม่วงใหญ่ ตามชื่อภาษาจีนว่า
มั่นกู่
และชื่อเล่นของนครนิวยอร์ก ซึ่งเรียกกันว่า
เดอะบิกแอปเปิล (The Big Apple)

กฤช
อาวุธของชาวชวาและมลายู เป็นดาบสั้นชนิดหนึ่งคล้ายคลึงพระขรรค์ ใบมีดรูปคดหรือรูปตรงแบบสองคมปลายแหลม
สมัยโบราณก่อนเป็นอาวุธสำคัญในการศึกของชาวมลายูและชาวอินโดนีเซีย
โดยปกติด้ามกฤชเก่าแก่ประดับสวยงาม
สามารถเขียนกริชได้

กฤษณะ
(कृष्ण)
ชื่อภาษาสันสกฤต 'มืดค่ำ' หรือ 'สีน้ำเงินแก่' ชื่อของปางอวตารที่แปดของพระวิษณุ เทพซึ่งรู้จักในชื่อพระนารายณ์ เป็นอวตารที่มีชื่อเสียงและเป็นที่นิยมของประชาชนมาก
มีผิวสีน้ำเงิน ถูกอ้างครั้งแรกในเรื่องมหาภารตที่ซึ่งพระองค์นี้ให้โลกโคลงภาขาวดคีตา
(Bhagavad Gita) โคลงศาสนาซึ่งสำคัญมาก
ในโคลงเรื่องนี้พระกฤษณะปรากฏออกมาเป็นเทพเจ้า
แม้ว่าพระกฤษณะเป็นอวตารของพระวิษณุพระองค์ได้บูชาเหมือนเป็นพระผู้เป็นเจ้าเอง
ในฐานะเช่นนั้นพระกฤษณะเป็นเทพเจ้าของเทพนิยายอินเดียทั้งหลายซึ่งประชาชนนับถือมากที่สุด
_small.jpg)
กฤา
(कृत)
ภาษาสันสกฤต ยุคแรกในจำนวนสี่ยุค
กลด
๑. ชื่อร่มเครื่องยศของรัฐ ซึ่งใช้ในพิธีการรัฐ ร่มชนิดนี้ถือโดยข้าราชบริพารบังแดดและฝนในหลวง
พระราชินีและมกุฎราชกุมาร ดูอีกด้วยฉัตร
๒.
เป็นหนึ่งในอัฐบริขารของพระสงฆ์และพระสามเณร ใช้เวลานั่งสมาธิและนอนเมื่อออกธุดงค์กลางป่า

กล้วย
ผลต้นกล้วย (รูป) สกุลของพืช มุซ่า (musa) ซึ่งมีหลายชนิด เช่น กล้วยกล้าย กล้วยไข่ กล้วยตานี กล้วยน้ำ กล้วยน้ำว้า กล้วยหอม กล้วยหอมจันทน์ กล้วยหักมุก ฯลฯ แต่จะมีต้นกล้วยชนิดหนึ่งที่ผิดธรรมดา
ได้ออกผลพันกว่าลูกจากเครือที่เดียวที่มีประมาณ
๒๐๐-๓๐๐ หวีและเรียกว่า
ต้นกล้วยร้อยหวี
กล้วยกล้าย
กล้วยป่าชนิดหนึ่งที่มีขนาดใหญ่ ดูอีกด้วยกล้วย
กล้วยไข่
ชื่อกล้วยชนิดหนึ่งที่ผลขนาดเล็กเหมือนไข่ จังหวัดกำแพงเพชรนิยมปลูกกล้วยไข่กันมากและได้กล้วยไข่ที่มีคุณภาพรสชาติดี
ดูอีกด้วยกล้วย

กล้วยงวงช้าง
ต้นกล้วย (รูป) ชนิดหนึ่ง ซึ่งออกผลพันกว่าลูกจากเครือเดียวที่มีประมาณ
๒๐๐-๓๐๐ หวี โดยปกติมันต้องการไม้หนุน
เป็นเครื่องป้องกัน ไม่ให้ล้มลงโดยน้ำหนักของมันเอง มีชื่อเล่นว่า
กล้วยร้อยหวี ดูอีกด้วยกล้วย

กล้วยตานี
กล้วยขนาดอย่างหนาและสั้น มีผลเต็มไปด้วยเมล็ดใหญ่สีดำที่กินไม่ได้ เปลือกสามารถนำมาทำเป็นสีแดงเรื่อได้ ชื่อของมันได้มาจากชื่อเดิมของเมืองปัตตานีที่ภาคใต้ ซึ่งแต่ก่อนเรียก ตานี ใบตองเหนียว จึงนิยมใช้ห่อของทำกระทง มากกว่าชนิดอื่นๆ ดูอีกด้วยกล้วย

กล้วยน้ำ
ชื่อกล้วยชนิดหนึ่ง คล้ายกล้วยหอมจันทน์แต่ผลยาวกว่าและเปลือกหนากว่า
ดูอีกด้วยกล้วย
กล้วยน้ำว้า
กล้วยป่าชนิดหนึ่งที่มีขนาดสั้น ปลีกล้วยมีประมาณ ๑๐ เครือกล้วย ทุกเครือกล้วยมีหลายหวีและทุกหวีมีราว ๑๒ ลูกกล้วย ในผลไม้มีเมล็ดเล็กสีดำที่กินไม่ได้
ดูอีกด้วยกล้วย

กล้วยพัด
ต้นไม้ที่เขียวอยู่ตลอดปี สามารถขึ้นได้สูงถึง
๑๐ เมตร ลำต้นคล้ายต้นปาล์ม ลักษณะพิเศษคือใบใหญ่รูปร่างใบพัดน้ำ
อยู่บนก้านยาวและคล้ายคลึงใบต้นกล้วย แต่ยาวกว่าออกเป็นแถวตั้งเดี่ยวและเผยแผ่เหมือนพัดคลี่ ในระหว่างใบของต้นกล้วยพัดจะมีร่องที่สามารถกักเก็บน้ำฝนไว้ได้ สามารถใช้ได้เป็นน้ำดื่มขณะภาวะฉุกเฉิน จึงเรียกชื่อ ทราเวลเออะร์ซ ทรี (traveller's tree) ซึ่งแปลว่าต้นผู้เดินทาง ชื่อวิทยาศาสตร์ภาษาลาตินคือ
ราเฝ็นอาลา มะดากาซ์กาเรียนซิซ์ (ravenala madagascariensis)

กล้วยไม้
ชื่อของตระกูลพฤกษาทั้งหมดชนิดหนึ่งที่อาศัยกินจากต้นไม้อื่น
อยู่บนต้นไม้ หินหรือดินเฉอะแฉะที่ป่าทึบในเมืองร้อนที่มีฝนตกมาก
แบ่งเป็นหลายตระกุลและสกุลสำคัญคือ ตระกุลอาโซเซนทรัม (asocentrum) ซึ่งมี ๕ ชนิด
ตระกุลบรัชซาโวละ (brassavola) ซึ่งมีประมาณ ๒๐ ชนิด ตระกุลบรัชเซีย (brassia)
ซึ่งมีราว ๒๕ ชนิด
ตระกุลแคทเลียะ (cattleya) เป็นสกุลซึ่งมีระหว่าง ๔๐ ถึง ๖๐
ประเภท
(แล้วแต่ระบบแบ่งแยกออกเป็นประเภทพฤกษศาสตร์) ตระกุลกุลอกีน (culogyne)
ซึ่งมีมากกว่า ๑๐๐ ชนิด หวายหรือ ตระกุลเด็นโดรเบียม (dendrobium)
ซึ่งเป็นสกุลอันหนึ่งที่ใหญ่มาก มีประมาณ ๑,๒๐๐ ประเภท ตระกุลเด็นโดรชิลัม (dendrochilum)
ซึ่งมีราวๆ ๑๕๐ ชนิด ตระกุลดีซ่า (disa) ชนิดกล้วยไม้ดินซึ่งมีประมาณ
๑๒๕ ประเภท ตระกุลเลเลียะ (laelia) ซึ่งมีราว ๕๐
ชนิดและเกี่ยวดองตระกุลแคทเลียะ (cattleya)
ที่คล้ายคลึงกัน
ตระกุลเลลีโยแคทเลียะ (laeliocattleya)
ชนิดหนึ่งที่เอาพันธุ์ตระกุลเลเลียะ (laelia)
มาผสมกับตระกุลแคทเลียะ (cattleya)
และมีประมาณ ๒,๐๐๐ ชื่อซึ่งจดทะเบียนแล้ว ตระกุลมิลตันอิเออะปซิซ์ (miltoniopsis)
ชนิดไม่บริสุทธิ์ซึ่งมีแค่ ๕ ประเภทเท่านั้น ตระกุลโอดอนทอกลอซัม (odontoglossum)
ซึ่งมีจำนวนเกือบ ๒๐๐ ชนิด ตระกุลอ็อนซิเดียม (oncidium)
ซึ่งมีมากกว่า ๔๕๐ ชนิด
ตระกุลปาฟีโยเปดิลัม (paphiopedilum) ซึ่งมีราว ๖๐ ชนิด ตระกุลฟาแลนออปซิส์ (phalaenopsis)
ซึ่งมีเกือบ ๕๐ ชนิดและตระกุล (renanthera)
ซึ่งมีเกือบ ๑๕
ประเภท ส่วนใหญ่ไม้เลื่อย โดยมากกล้วยไม้มีก้านใบไม้โกร๋น
มักจะมีใบหนาและฉ่ำซึ่งงอกขึ้นในแถวที่ซ้อนกัน (รูป)
กล้วยไม้ชนิดหนึ่งมีดอกไม้รูปคล้ายแมลงป่องและเรียกว่า
กล้วยไม้แมงป่อง (รูป)
ภาษาอังกฤษเรียกออร์คิด (orchid)
_small.jpg)
กล้วยร้อยหวี
ต้นกล้วย (รูป) ชนิดหนึ่ง ซึ่งออกผลพันกว่าลูกจากเครือเดียวที่มีประมาณ
๒๐๐-๓๐๐ หวี โดยปกติมันต้องการไม้หนุน
เป็นเครื่องป้องกัน ไม่ให้ล้มลงโดยน้ำหนักของมันเอง มีชื่อเล่นว่า
กล้วยงวงช้าง (รูป) ดูอีกด้วยกล้วย

กล้วยหอม
กล้วยชนิดหนึ่งที่มีผลยาวใหญ่ที่คนปลูกขึ้นมาเอง เป็นที่นิยมของประเทศในแถบเว็ซทเหมาะสมดีที่สุดในการบริโภคของมนุษย์ ดูอีกด้วยกล้วย

กล้วยหอมจันทน์
กล้วยชนิดหนึ่ง ผลเป็นเหลี่ยม
ผลสุกสีเหลืองแกมเขียว ดูอีกด้วยกล้วย
กล้วยหักมุก
กล้วยชนิดหนึ่ง ผลเป็นเหลี่ยม (หัก) ที่ตรงปลายเรียวเป็นรูปร่างแคบเหมือนพวยสั้น ดูอีกด้วยกล้วย

กลองแขก
กลองตัวยาวที่ยืนอยู่ ขึงด้วยหนังสองหน้า
ร้อยโยงด้วยหวาย

กลองชนะ
กลองที่ใช้ประกาศพิชิตศึก มีลักษณะเหมือนกลองมลายูแต่สั้นกว่าและอ้วนกว่า
กลองตุ๊ก
กลองซึ่งเหมือนกลองทัดแต่เล็กกว่า

กลองทัด
กลองขึงด้วยหนังสองหน้าชนิดที่ใช้ในมโหรีและในวงปี่พาทย์ที่ใช้ระนาดเอกเป็นเครื่องดนตรีหลัก

กลองเพล
ชื่อกลองขนาดใหญ่ ใช้ตีเป็นสัญญาณบอกเวลา ๑๑ นาฬิกา
บอกว่าภิกษุสามเณรจะฉันอาหารกลางวัน
กลองมโหระทึก
กลองโลหะชนิดหนึ่งที่ใช้ในพิธีการรัฐแต่ก่อน ใช้เป็นเครื่องประโคมและบอกสัญญาณ

กลองยาว
กลองขึงหนังหน้าเดียว
ใช้สะพายและบรรเลงโดยใช้มือตี ลักษณะเหมือนกลองเอวแต่เล็กกว่า

กลองวง
เครื่องดนตรีที่ตี
ประกอบด้วยกลองหลายชนิต เรียงเป็นวง
แขวนในโครงร่างวงกลมและมีเสียงผิดกัน
_small.jpg)
กลองสะบัดชัย
กลองใหญ่อย่างแบน มีไม้ถ่อสองคานเพื่อหามกลองในเวลาตี ได้บรรเลงแบบพิธีโดยใช้มือ ข้อศอกและเข่าอย่างเคยมีหยั่งฉิ่งฉับของฆ้องเล็กชื่อฉิ่ง
เป็นลักษณะเด่นที่ภาคเหนือ
กลองเอว
ชื่อกลองยาวอย่างใหญ่ที่ขึงหนังหน้าเดียวและใช้ในวัด
มันเป็นกลองขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ยาวประมาณ ๓ เมตรและเส้นผ่าศูนย์กลางราว ๕๐ เซนติเมตร ชื่อเกี่ยวข้อง จุดกกลางของกลองนี้ ซึ่งทำให้เรียว
แต่เดิมมาจากประเทศพพม่าและได้เรียกโอซิโดยคนพม่า กลองนี้ใช้ ณ วัดเพื่อเรียกชุมนุม
พระและเพื่อเรียกชาวบ้านเข้าร่วมสารท ต่างๆ โดยเฉพาะช่วงเวลางานสำคัญ เช่นสงกรานต์ บวชและบรรพชาในระหว่างเข้าพรรษา ลักษณะรูปทรงกลองนี้คล้ายคลึงกลองยาวแต่ใหญ่กว่า กลองยาวสามารถสะพายได้

กล่ำ
ดูซั้ง
กลีบขนุน
เครื่องประดับตั้งตรงชี้ฟ้า อยู่ตรงปลายของหลังคา ข้างบนบัว โดยปกติเป็นส่วนขยายของใบระกา เมื่ออยู่บนอุโบสถมักจะพบในรูปสถาปัตยกรรมที่เป็นพญานาค (รูป) หรือรูปร่างประดุจเปลวไฟซึ่งเรียกหางหงส์ (รูป) เมื่อเครื่องตกแต่งหลังคานี้อยู่บนเรือนไทยสืบเนื่องกันมาบางครั้งได้เรียกง้าว ภาษาอังกฤษเรียกแอนทิฝิกซ์ (antefix) ดูอีกด้วยกลีบขนุนปรางค์

กลีบขนุนปรางค์
เครื่องประดับหลังคา (รูป)
ของพระปรางค์บางองค์ในแบบขอม ดูอีกด้วยกลีบขนุน

กเลวิน
ชื่อฤาษีซึ่งแสดงความจงรักภักดีแก่พระสิทธารถเมื่อพึ่งเกิด และทารกแสดงปาฎิหาริย์ครั่งแรกโดยเอาองค์เองไว้บนเศียรของบัณฑิต
อย่างไรก็ตามต้นฉบับอื่นกล่าวถึงฤาษีชื่ออซิตะ ในภาษาสันสกฤตเรียกกาฬาเดไวละ (Kaladevaila)

กวน
ชื่อวิธีการรักษาผลไม้โดยต้มและคนให้เข้ากัน (กวน)
จนกระทั่งกลายเป็นแจ็ม (เยม) ต่อไปรินในแม่พิมพ์ที่กินได้และทำให้แห้ง
เป็นชื่อของหวานทำด้วยผลไม้ต่างๆ
โดยใช้วิธีการกวน เช่น กล้วยกวน มะม่วงกวน ฯลฯ บางครั้งขนมนี้ฉาบน้ำตาลและห่อประณีตขายเป็นของขวัญ
(รูป)

กวนเตา
(关刀)
ภาษาจีน
'มีดของกวน' ชื่อของอาวุธแบบจีนโบราณ
ประกอบด้วยใบมีดขนาดหนัก
รูปร่างค่อนข้างคล้ายมือมนุษย์
แต่มีขอบคล้ายฟันเลื่อย
อยู่บนไม้ถ่อขนาดยาวประมาณ ๑.๕ - ๑.๘
เมตร ใบมีดโค้งอย่างลึกมาก
ส่วนหลังมีขวากและรอยบากเพื่อจับอาวุธของคู่ต่อสู้
เป็นอาวุธที่ใช้เพื่อป้องกันมากกว่าใช้อย่างการโจมตี
มีจุดประสงค์จับอาวุธและป้องปัดการตีของศัตรูแทนที่โจมตีเอง
มักจะผูกผ้ายาวที่รอยต่อของไม้ยาวกับใบมีดเพื่อทำให้คู่ต่อสู้สับสน
ชื่อภาษาจีนอย่างเหมาะสม
เหยี่ยนเวี่ยเตา
(หย่านแยว่เตา)
ซึ่งแปลว่า
มีดจันทร์เสี้ยว
และถ้าถือโดยแม่ทัพระดับทหารเสือชื่อกวนอู
จะเรียกดาบหรือง้าวมังกรเขียวจันทร์เสี้ยว
หรือง้าวนิลมังกรจันทร์ฉงาย (รูป)
ซึ่งในภาษาจีนว่า
ซีงหลงเหยี่ยนเวี่ยเตา
(ชิงหลงหย่านแยว่เตา)
บนง้าวจะประดับไปด้วยลวดลายมังกร
ตามประเพณีนิยมท่านกวนอูเป็นผู้ประดิษฐ์ง้าวกวนเตาครั้งแรก
เพราะฉะนั้นเรียกมีดของกวน
แต่ที่จริงในเรื่องนี้ไม่มีการพิสูจน์ทางประวัติศาสตร์
_small.jpg)
กวนอิม
ดูพระแม่กวนอิม
กวนอี่ว์
(关羽)
ชิ่อภาษาจีนกลางของกวนอู
(รูป)
กวนอู
ชิ่อภาษาไทย-จีนของทหารกล้าหาญและจงรักภักดีในเรื่องราวจีนสามก๊ก
ภาษาจีนกลางเรียกกวนอี่ว์
(ค.ศ. ๑๖๐
- ค.ศ. ๒๑๙) เป็นแม่ทัพที่เก่งมากระดับทหารเสือของฝ่ายจ๊กก๊ก
(รูป)
น้องร่วมสาบานของขุนพลเล่าปี่
ซึ่งเป็นขุนศึกที่มีอำนาจในยุคสามก๊กของประเทศจีน
ตอนปลายสมัยราชวงศ์ฮั่นของทิศตะวันออก
ตลอดชีวิตที่ผ่านมาสู้ด้วยความจงรักภักดี คุณธรรม และความกล้าหาญ
หลังจากตายไป ได้ถูกยกย่องว่า เป็นเทพเจ้าแห่งความซื่อสัตย์
ตามประเพณีนิยมจะแสดงกวนอูเป็นนักรบด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัว
คือ หน้าแดงและหนวดเครายาว
(รูป)
ในการแสดงงิ้วสีแดงหมายถึงความซื่อสัตย์และความชอบธรรม
นอกจากนั้นยังมักจะแสดงขณะสู้รบเวลาขี่ม้าเซ็กเธาว์
(รูป)
โดยถือง้าวไว้เป็นอาวุธคู่กายของเขาที่เรียก
ง้าวมังกรเขียว
เป็นดาบแบบจีนโบราณซึ่งในภาษาจีนเรียกกวนเตา
ประกอบด้วยใบมีดขนาดหนักบนไม้ถ่อขนาดยาว
กวนอูมีองครักษ์ขุนผลคู่ใจที่หน้าดุร้าย เรียกแม่ทัพจิวชัง (รูป)
และมีบุตรชายชื่อกวนเพ้ง (รูป)
นอกจากนั้นยังนับถือเป็นไฉ่ซิ่ง
คือเทพเจ้าทหารแห่งทรัพย์
และในพุทธศาสนากวนอเป็นธรรมบาลผู้ปกป้องพระพุทธศาสนา
เรียกพระสังฆรามโพธิสัตว์
%202_small.jpg)
กวยจั้บ/ก๋วยจั้บ
แป้งเคล้าน้ำที่ทำด้วยข้าวเจ้า ทำเป็นแผ่นที่ตัดเป็นชิ้น ใส่ในซุปและเสริมแผ่นเนื้อหมูหรือไก่
กวยเตี๋ยว/ก๋วยเตี๋ยว
อาหารที่มีคนชอบมาก มักขายในร้านอาหารตามบริเวณระหว่างทางของถนน ประกอบด้วยอาหารที่เป็นเส้นยาวที่ทำด้วยแป้งข้าวเจ้า ใช้รับประทานแห้งหรือในซุป
(รูป)
มักมีเครื่องปรุงด้วยที่เป็นชุดประกอบด้วย ๓-๔ ถ้วยกับเครื่องเทศ
เพื่อปรุงแต่งอาหารตามใจชอบ
เป็นอาหารที่เป็นที่นิยมของประชาชน
สามารถกินได้ที่ร้านอาหารหลายที่ตามถนน นอกจากนั้นยังสามารถพบได้เป็นเส้นแห้ง
(รูป) ที่ร้านขายของทั่วประเทศ
ในอดีตขายก๋วยเตี๋ยวที่คลองและตลาดน้ำ
(รูป)
จากเรือ เช่นนั้นปัจจุบันยังจะพบร้านอาหารขายก๋วยเตี๋ยวที่เรียกกันว่า
ร้านก๋วยเตี๋ยวเรือ
ร้านอย่างนี้มักจะประดับด้ายเรือจำลองหรือเรือสำปั้นแท้ขนาดจริง
(รูป)
ดูต่อผัดไทย
และวุ้นเส้น

กวัก
ยกแขนและโบกมือเป็นหมายเรียกตัว เพื่อให้สัญญาณหรือเรียก ดั่ง แมวกวักและนางกวัก ดูอีกด้วยกวักมือ
กวักมือ
ยกแขนและโบกมือเป็นหมายเรียกตัว เพื่อให้สัญญาณหรือเรียก ดั่ง แมวกวักและนางกวัก ดูอีกด้วยกวัก
กวาง
สัตว์สี่เท้าชนิดหนึ่ง
ชื่อวิทยาศาสตร์ภาษาลาตินเซ็รวัสยูนิคัลเออะร์เอควินัส
(cervus unicolor equinus) ในวงศ์เซ็รวิแด
(cervidae) จำพวกเนื้อ
ตัวผู้มีเขาเป็นกิ่ง เมื่อกวางแสดงในศิลปะของศาสนาพุทธ (รูป)
มักเกี่ยวกับมฤคทายวัน
ในเทพนิยายกวางเป็นยานประจำของเทพพระพฤหัสบดี
(รูป)
อีกเรียกมฤคและมฤคี

กสิณ
ถ้อยคำที่แปล 'เข้าฌานในธาตุทั้งสี่' แต่ทั่วไปใช้เป็นถ้อยคำที่ถอดความหมาย 'ทุกชนิดที่เกี่ยวกับการเข้าสมาธิ'
กองเกิน
ผู้ชายที่ขึ้นทะเบียนทหารแล้วแต่ทางการยังไม่เรียกเข้ารับราชการ
เมื่ออายุ ๒๐ ปีบริบูรณ์แล้วผู้ชายทุกคนได้เรียกเข้ามาเพื่อจับสลาก สีของสลากตัดสินของสิ่งที่ปรากฎออกมาภายหลัง ถ้าสลากสีแดงถูกเกณฑ์เข้ารับราชการทหาร ถ้าสลากสีดำได้ยกเว้น
กองดับเพลิง
หน่วยที่ทำให้ไฟไหม้หมดไป งานป้องกันและระงับอัคคีภัยสำหรับประเทศไทย
ได้มีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา
ประมาณพุทธศตวรรษที่ ๒๑
ได้จัดให้มีหมู่เวรยามรักษาการณ์ระวังภัย
มีทั้งการสอดแนมระวังผู้ที่มารุกราน การก่อวินาศกรรม
และวางเพลิงเผาเมือง ประจักษ์พยานที่เห็นได้อย่างชัดเจน ก็คือ
การตั้งหอกลอง ขึ้นภายในกำแพงพระนคร สูงประมาณ ๔๐ เมตร
หอกลองที่สร้างขึ้นในสมัยนั้น มีอยู่ ๓ ชนิด คือ กลองพระทีพาราตรี
ใช้ตีบอกเวลาย่ำรุ่งและย่ำค่ำ กลองมหาฤกษ์
ใช้ตีเมื่อเวลามีข้าศึกหรือเกิดจลาจล มีขบถขึ้นกลางเมือง
และกลองพระมหาระงับดับเพลิง ใช้ตีเมื่อเวลาไฟไหม้ในกำแพงเมืองให้ตี ๓
รา ไหม้นอกกำแพงเมืองพนักงานจะตีกลอง
เป็นจังหวะสม่ำเสมอไปจนกว่าไฟจะดับ กลองทั้งสามชนิดนี้ ในสมัยรัตนโกสินทร์
ได้เปลี่ยนเสียใหม่เป็นกลองนำพระสุริยศรี กลองอัคคีพินาศ
และกลองพิฆาตไพรี เพิ่งมาเลิกใช้กลองแบบนี้ในสมัยรัชกาลพระรามที่
๕ นี่เอง เมื่อวันที่ ๔ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๕๖ จอมพลพระเจ้าวรวงศ์เธอกรมหลวง
(ดูต่อกรมพระนคร)
นครชัยศรีสุระเดช ขณะนั้น ดำรงตำแหน่งผู้บังคับบัญชาการกรมยุทธนาธิการ
ได้กราบบังคมทูลถวายรายงาน
จัดวิธีการปกครองและระเบียบการทหารบกใหม่ต่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯ
ว่าจะต้องจัดตั้งขึ้นเป็นแผนกหนึ่งกรมหนึ่งต่างหากฝึกหัดคนได้เฉพาะหน้าที่ให้คล่องแคล่วและมีหน้าที่เฉพาะการดับเพลิงและเตรียมการ
การดับเพลิงนั้นจะต้องแยกกันเป็นกองร้อยไปประจำในตำบลต่างๆ และ
มาเป็นหน่วยหนึ่งในกรมตำรวจ
แต่ในปี พ.ศ. ๒๔๘๐ ด้วยเหตุผลบางประการ
กรมตำรวจได้จัดรูปส่วนราชการใหม่จึงเป็นผลให้ต้องโอนกิจการบุคคลในแผนกดับเพลิง
ไปสังกัดอยู่กับเทศบาลนครกรุงเทพฯ
บรรดาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เปลี่ยนฐานะไปเป็นพนักงานเทศบาล
มีสิทธิและหน้าที่ตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยระเบียบพนักงานเทศบาลสืบไป
%201_small.jpg)
กองตำรวจ
กองตำรวจแห่งชาติมีพลตำรวจประมาณ ๒๐๐,๐๐๐
คนและประกอบด้วย กองตำรวจภูธร
กองตำรวจสันติบาล
กองตำรวจท่องเที่ยว กองตำรวจเรือ
กองตำรวจอากาศ กองตรวจคนเข้าเมือง
กองตำรวจชายแดนเป็นต้น
และตำรวจกองพิเศษ
เช่น ๑๙๑
สำนักงานนายตำรวจราชสำนักประจำ ฯลฯ พลตำรวจอยู่ใต้บัญชาการแห่งกระทรวงมหาดไทยและนายพลอธิบดีตำรวจ
ซึ่งรายงานแก่นายกรัฐมนตรีและคณะกรรมาธิการตำรวจยี่สิบคนโดยตรง
นอกจากนั้นกองตำรวจท่องเที่ยวยังเกี่ยวข้องการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
นายพลอธิบดีตำรวจโองการโดยนายกรัฐมนตรี
โดยรอความเห็นชอบคณะรัฐมนตรีและพระบรมราชานุญาต
พลตำรวจเป็นข้าราชการพลเรือน ทำงานกำหนดวันละ ๖ ชั่วโมง ๔ วันต่อสัปดาห์
เพื่อเพิ่มรายได้ พลตำรวจหลายคนยังจะทำงานพิเศษ มักจะเป็นยาม
นอกจากนั้นก็ยังเป็นธรรมเนียมจะรับเงินจากประชาคมของตำบล เช่น
ค่าธรรมเนียมรักษาความปลอดภัยที่ร้านขายทอง
เปอร์เซ็นต์ของปรับฝ่าฝืนการจราจร การให้สินบนโดยโรงมหรสพ และอื่น ๆ อีก
นอกจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติกองทัพยังมีสารวัตรที่เรียกชื่อตามสาขาต่างๆ
คือ สารวัตรทหารเรือ สารวัตรทหารอากาศ หรือสารวัตรทหาร (รูป)
อักษรย่อ สห
%202_small.jpg)
กองทัพ
ถ้อยคำที่มีความหมาย 'แสนยากร' หรือ 'แสนยานุภาพ' ประเทศไทยมีกองทัพที่ประกอบด้วยทหารประมาณ ๓๑๔,๐๐๐ คน ส่วนใหญ่ของทหารในราชการทหารเป็นทหารเกณฑ์ กองทัพอยู่ใต้บัญชาการโดยตรงแห่งกระทรวงกลาโหม
การเกณฑ์ทหารยาวนาน ๒ ปี และได้กำหนดโดยการจับสลาก เมื่ออายุ ๒๐ ปีบริบูรณ์แล้วผู้ชายทุกคนได้เรียกเข้ามาเพื่อจับสลาก สีของสลากตัดสินของสิ่งที่ปรากฎออกมาภายหลัง ถ้าสลากสีแดงถูกเกณฑ์เข้ารับราชการทหาร ถ้าสลากสีดำได้ยกเว้น
ดูต่อยศทหารในประเทศไทย

กอทะมะ
(गौतम)
ภาษาสันสกฤต
'วัวตัวผู้ดีที่สุด'
นามสกุลของพระพุทธโคดมที่มาจากชื่อสกุลของบิดา
ซึ่งต่อไปกลายเป็นพระพุทธเจ้าแห่งพุทธประวัติ โดยปกติใช้ชื่อนี้เมื่อระบุพระพุทธเจ้าก่อนพระองค์สำเร็จโพธิญาณแล้ว พระองค์นี้เป็นอาจารย์คนที่ ๔ ในจำนวน ๕ มหาอาจารย์ที่ได้สำเร็จโพธิญาณ พระองค์ประสูติ ณ
แคว้นซึ่งในปัจจุบันนี้เป็นประเทศเนปาลในภาคเหนือของอินเดีย ทรงเป็นพระราชกุมารแห่งราชวงศ์ ศากยะ ทรงพระนามพระสิทธารถโคตมะ พระราชบุตรของพระสุทโธทนะกอทะมะ เขียนอีกด้วยโคดมและโคตมะ
กอทะมิ
ภาษาสันสกฤต
ชื่อน้าสาวของพระสิทธารถซึ่งมาเป็นพระนมผู้คอยเลี้ยงดูแลพระสิทธารถเมื่อมารดาของพระองค์ทรงสิ้นพระชนม์ ๗ วันหลังจากประสูติของพระราชกุมาร ภายหลังพระนางกอทะมิทรงสมรสพระเจ้าสุทโธทนะ บิดาของพระราชกุมาร รู้จักด้วยในชื่อมหาปชาบดี
เขียนอีกด้วยโคตมิ
ก้อนตำลึงทอง
ก้อนทองแบบจีน
รูปร้างคล้ายเรือและเหมือนกับรอยยิ้ม
(รูป)
เพราะช่วยให้ผู้พบเห็นมีความสุข
และเป็นของประจำตัวชนิดหนึ่งของพระยิ้ม
(รูป)
ซึ่งรู้จักกันด้วยในชื่อปู้ไต้
(รูป)
มีเล่อผอและฮวนสี่ฝอ
(รูป)
นอกจากนั้นยังเป็นสิ่งของที่ถือโดยเทพเจ้าหรือเซียนจีนหลายองค์อื่นๆ
โดยเฉพาะเทพเจ้าแห่งทรัพย์ไฉซิงเอี้ย มักจะประดับด้วยรูปสัญลักษณ์หรือตัวหนังสือจีน
เช่น เหรียญกษาปณ์จีนโบราณ คำว่า
ฟุหรือรูปค้างคาว
(ฝู)
ในวัดและศาลจีนจะมีก้อนตำลึงทองกระดาษที่ใช้เผาในพิธีกงเต๋อของจีน
(รูป)
ในเฟงจุ้ยจะตั้งรูปจำลองก้อนตำลึงทองจีนไว้ในทิศตะวันออกเฉียงใต้ของบ้านหรือร้าน
เพื่อช่วยให้ทรัพย์สมบัติเข้ามา เพราะทิศตะวันออกเฉียงใต้เป็นทิศแห่งความร่ำรวย
ดูต่อตำลึง

กอราวัส์
(कौरव)
ผู้สืบสกุลของกษัตริย์ทางจันทรคติพระคุรุ
ราชตระกูลสกุลหนึ่งในบทกวีมหากาพย์โคลงมหาภารตของอินเดีย ดูอีกด้วยปันดาวะ
กอวารธานะ
ชื่อภาษาสันสกฤตของภูเขาซึ่งได้ยกโดยเทพเจ้าฮินดูคือพระกฤษณะ
เพื่อกำบังคนเลี้ยงปศุสัตว์และวัวควายของพวกเขาไปอยู่ข้างในภูเขากั้นพายุ ซึ่งพระอินทร์ทำให้เกิดหลังพวกนี้ปฏิเสธถวายบัตรพลีแก่พระอินทร์ มาเป็นสาวกของพระกฤษณะแทน
กอวินดะ
(गोविन्द)
ภาษาสันสกฤต 'ผู้ดูแลปศุสัตว์'
ฉายาชื่อหนึ่งของพระกฤษณะ
กอสทูบะ
เพชรพลอยวิเศษซึ่งขึ้นมาบนผิวน้ำในระหว่างการกวนเกษียรสมุทร
แล้วได้สวมประดับหน้าอกของพระวิษณุและพระกฤษณะทั้งสอง
ก่อพระเจดีย์ทราย
ชื่อการละเล่นพื้นบ้าน ซึ่งชาวบ้านแข่งขันก่อพระเจดีย์ทราย มาจากพิธีทางศาสนาว่า
การขนทรายเข้าวัด
คือ การนำทรายที่เราย้ำเท้าออกจากวัดไป เอามาคืนให้กับวัด เป็นพิธีการทำบุญ
อาจเรียกการก่อสร้างพระเจดีย์ทราย

กะจกระนากะ
ภาษาบาลี
'คนที่คล้ายคลึงช้าง' อีกชื่อหนึ่งของพระคเณศ
กะจนน
อีกชื่อหนึ่งของพระคเณศ
กะจนนะ
อีกชื่อหนึ่งของพระคเณศ
กะจมุก
ภาษาสันสกฤต-ภาษาบาลี
'ด้วยหน้าช้าง' อีกชื่อหนึ่งของพระคเณศ
กะจสิงห์
ภาษาบาลี สัตว์ในนิทานชนิดหนึ่งซึ่งมีตัวเป็นสิงห์และหัวเหมือนช้าง
(รูป) ดูต่อคชสีห์
(รูป)

กะทกรก
ชื่อพรรณไม้เลื้อยพาดพัน
ที่ประเทศไทยมีสองชนิดสำคัญ
ชนิดหนึ่งขนาดย่อมซึ่งเรียกพาซซิฟโลระแซรุแล
(passiflora caerulea) ในวงศ์พาซซิฟโลระแซ (passifloraceae)
ซึ่งแผ่ไปทั่วโลกมีประมาณ ๕๐๐ ชนิด อีกชนิดหนึ่งขนาดเขื่องโอลัคซซคันเดนส
(olax scandens)
พบทั่วไปตามป่าละเมาะและตามที่รกร้าง ใบป้อมมีขนและแยกเป็น ๓ แฉก
ดอกสีขาว มีกระบังรอบเป็นเส้นๆ อยู่เหนือกลีบดอก ผลสุกสีเหลืองส้ม
ผลมีริ้วประดับเป็นเส้นๆ คล้ายรกหุ้ม รสหวานหอม
ดูต่อเสาวรส
กะทิ
น้ำที่คั้นออกจากเนื้อมะพร้าวขูด ใช้เป็นส่วนผสมในอาหารคาวหวาน กะทิแตกต่างจากน้ำมะพร้าว กะทิได้มาจากเนื้อ น้ำมะพร้าวเป็นน้ำผลไม้ซึ่งอยู่ในผลมะพร้าวอ่อนและได้ดื่มโดยตรงจากผลไม้
ภาษาอังกฤษ
เรียกโคโคะนัทครีม (coconut cream) หรือโคโคะนัทมิลค (coconut
milk)
กะเทย
ถ้อยคำนี้มักจะเกี่ยวข้องพวกผู้ชายที่แต่งตัวเหมือนผู้หญิงหรือแสดงตัวเหมือนสาว กรุงใหญ่โดยมากมีการแสดงละครหรือ แคบอะเรท
(cabaret) หลายที่ ซึ่งได้แสดงโดยกะเทยที่เรียกกันว่า เลดิบอย (lady boys) การแสดงดึงดูดนักท่องเที่ยวที่อยากรู้อยากเห็น
โดยคนส่วนมากจากต่างประเทศหลายที่ ในภาษาอังกฤษบางครั้งเรียก
เธิร์ดเจนเดอะร์ (third
gender) ซึ่งสามารถแปลได้
คนเพศที่สาม

กะเนฌะ
(श्रीगणेश)
ชื่อภาษาสันสกฤตของพระคเณศ
(รูป)
'เจ้าเหล่า' เป็นชื่อสมาสที่ประกอบด้วยคำว่า
กะนะ
ซึ่งหมายถึง 'เหล่า'
และคำว่า
อิฌะ
ซึ่งหมายถึง
'เจ้า' หรือ 'ผู้ปกครอง'
กะปิเยาะห์
ภาษาไทย-มาเลย์ หมวกชนิดหนึ่ง ซึ่งสวมโดยผู้ชายชาวมุสลิมที่ภาคใต้
ใช้เฉพาะในแถบจังหวัดชายแดนประเทศมาเลเซีย
กล่าวคือ จ.
ปัตตานี
จ.
ยะลา
และ
จ.
นราธิวาส
บ่งบอกวัฒนธรรมอย่างหนึ่งของพวกเขา
ที่ประเทศมาเลเซียเรียก กอเปียห์ (kopiah) มีหมวกลักษณะเหมือนกันที่ในภาษาอังกฤษเรียกว่า
คุฟี (kufi) บางแห่งสะกด กะปิเยาะ
_small.jpg)
กะย้าง
กลุ่มคนย่อยกลุ่มหนึ่งของพวกกะเหรี่ยงคอยาว
ซึ่งอยู่ที่ประเทศไทยแต่ได้อพยพมาจากประเทศพม่าตั้งแต่เริ่มแรกแล้ว ส่วนใหญ่อาศัยอยู่ที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน
และจังหวัดเชียงราย ในแถบชายแดนประเทศพม่า
ชื่อว่า กะย้าง
บ่งบอกถึงชื่อของภาษาพวกนี้ด้วย
ผู้หญิงสวมห่วงทองเหลืองไว้ที่คอเป็นประเพณี
หลังจากประมาณ พ.ศ.
๑๕๐๐
ชนเผ่ากะย้างมีการติดต่อกับพวกฉานในทางธุรกิจและในทางสมาคมเพราะพวกฉานอยู่ใกล้เคียง
และฉานบางคนชอบยั่วยวนผู้หญิงกะย้าง
นอกจากนั้นชาวพวกพวอ
กลุ่มย่อยของชาวกะย้างที่อาศัยอยู่ในบริเวณท่าตอนเตือนกะย้าง
ถึงความโหดร้ายที่ชาวพม่าทำให้ได้รับความทุกข์แก่พวกเขา
ชาวกะย้างจึงค้นหาวิธีแก้ปัญหานี้
เบนการคุกคามนี้โดยป้องกันไม่ให้เกิด
เนื่องจากพวกเขาเป็นผู้สืบสกุลจากลานนานหทูซู
(Lan Nan Htu Su)
และคาขวันบูเป
(Ka Kwe Bu Pe)
กะย้างตัดสินใจจะจัดตั้งดัชนีชี้วัดฐานะทางสังคมสำหรับสตรีของเขาเหล่านั้น
ตามประเพณีและความเชื่อของผู้คนนั้น
เด็กผู้หญิงชื่อมูดอน
(Mu Don) และมูดาน
(Mu Dan)
ไปเยี่ยมย่า/ยาย
ซึ่งเป็นคุณหญิงมังกรเพศเมีย
ตอนเวลาที่จะกลับบ้านเขาได้รับท่อนทองหลายแท่ง
แล้วเขาเริ่มตกแต่งตัวเองด้วยทอง
โดยม้วนทองไว้ที่คอและข้อมือเป็นห่วง
แต่เพราะทองหายากต่อมาชาวกะย้างเริ่มสวมทองเหลืองมาแทน
ทองเหลืองนั้นเขาได้โดยแลกเปลี่ยนเงินกับพ่อค้าฉาน
มักจะมาจากหมู่บ้านสะตอง
(Satoung)
ตั้งแต่
พ.ศ. ๑๖๑๓ ผู้หญิงกะย้างสวมห่วงทองเหลืองไว้ด้วยเหตุผลหลายประการ
ดังเช่น
เพื่อหลีกเลี่ยงการแทะโลมที่ไม่เป็นที่ต้องการโดยหัวหน้าเผ่าฉานหรืพม่า
เพื่อแสดงลักษณะเฉพาะและทำให้เห็นความแตกต่างในทางวัฒนธรรม
เพื่อเป็นดัชนีชี้วัดฐานะทางสังคมด้วยเหตุผลเป็นเครือญาติของมังกรเพศเมีย
พวกเขาจึงตกแต่งตัวเองความคล้ายคลึงกันด้วยความคิดถ้าคอยาวกว่ารูปโฉมจะดูงามสง่ากว่า
ฯลฯ ผู้หญิงกะย้างจะเริ่มสวมห่วงทองเหลืองไว้ที่คอตั้งแต่อายุสี่ขวบ
หลังจากนั้นจะปรับเปลี่ยนห่วงประมาณสองครั้งถึงอายุสิบสี่ปี
อาจเพิ่มห่วงทุกสามปีขในณะที่ผู้หญิงกำลังเติบโตและมีอายุเพิ่มขึ้น
ห่วงทองเหลืองของผู้ใหญ่มักจะประกอบด้วยหลายชุดหลายส่วน
กล่าวคือ
ส่วนใหญ่ที่มีขดเป็นวง
มีการม้วนประมาณ
๑๖-๒๒ ห่วง
ข้างล่างมีขดเป็นวงอีกชุดที่แยกออกจากชุดส่วนใหญ่
และที่จะมี
๕-๖ ห่วง
ติดกับขดนั้นจะมีอีกชุด
ซึ่งขนาดเล็กว่าและติดด้านหลังอย่างตั้งฉาก
ขดเล็กนั้นมีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ
๖๒
มิลลิเมตร
และจะมี ๕ ห่วง (รูป)
ทุกชุด
แต่ละขดทำจากท่อนทองเหลืองแท่งเดี่ยว
ชุดห่วงทองเหลืองรวมทั้งหมดของผู้ใหญ่เต็มที่สามารถมีน้ำหนักถึง
๘ กิโลกรัมได้
แปรตามจำนวนรวมของห่วงที่จะมี
พวกผู้ชายเป็นคนที่จัดเตรียมท่อนทองเหลือง
แต่เป็นผู้หญิงเองที่จะติดห่วงทองเหลืองไว้ที่คอ
ทองเหลืองเป็นโลหะที่โค้งยาก
การม้วนจึงทำโดยผู้หญิงที่มีแข็งแรงมากและความสามารถพิเศษ
เรียกว่า ผู้ยึด
อ่านต่อ


กะรูดะ
(गरुड)
ชื่อภาษาสันสกฤตของครุฑ
(รูป)
กะหรี่
๑. เครื่องเทศชนิดหนึ่งที่มาจากประเทศอินเดีย ซึ่งมีส่วนผสมผงของราก ขมิ้น พริกไทย ขิงและกานพลู

๒. คำตลาดซึ่งหมายถึงโสเภณี
กะเหรี่ยง
ด้วยชาวกะเหรี่ยงหรือคะเรนมีประชากรประมาณ
๒๖๕,๐๐๐ คน ซึ่งถือได้ว่าเป็นชาวเขาที่มากที่สุดในประเทศไทย
กะเหรี่ยงอาศัยอยู่ในภูมิภาคนี้เป็นเวลากว่าศตวรรษมาแล้วและได้แยกออกเป็นกลุ่มย่อยอีกหลายกลุ่ม
ชนกลุ่มที่มีมากที่สุดในประเทศไทยได้แก่ ชนชาติสะกอหรือชากอ โปว์และคะย้ารวมทั้ง กะย้างและปะด่อง
ทั้งสองนี้คือพวกกะเหรี่ยงคอยาว และพวกกะยาว
ชาวกลุ่มย่อยเล็กน้อย ซึ่งผู้หญิงมีหูยาว (รูป) คำว่ากะเหรี่ยง ไม่สามารถทำให้รู้ถึงความแตกแต่งของชนกลุ่มย่อยได้ชาวไทยเรียกพวกเขาว่า
กะเหรี่ยงและเนียง
ในอีกแง่มุมหนึ่งถึงแม้ว่าโดยทั่วไปแล้วจะใช้ตามหลักของนักมนุษยวิทยา เมื่อได้นำเสนอชาวเขาจำนวนหนึ่งที่พูดสำนวนภาษาได้ไกล้เคียงกัน แต่ก็ไม่มีความเกี่ยวพันธ์กับภาษาที่เผ่าอื่นใช้เลย
กะเหรี่ยงแยกออกมาจากกลุ่มตระกูลของชนชาติ ธิเบต-พม่า ใช้ภาษาจากกลุ่มภาษา
จีน-ทิเบต เรียกด้วยกะเร็นอีกชื่อหนึ่ง
อ่านต่อ

กะเหรี่ยงคอยาว
กลุ่มคนย่อยกลุ่มหนึ่งของพวกกะเหรี่ยง
ปัจจุบันส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในดอยแถบแม่ฮ่องสอน
ตั้งแต่เริ่มแรกได้อพยพมาจากประเทศพม่า
ชื่ออีกหนึ่งชื่อว่ากะเหรี่ยงใส่คอ
กลุ่มคนย่อยกลุ่มหนึ่งของพวกกะเหรี่ยงคอยาวคือกะย้าง อ่านต่อ

กัง
ชื่อทั่วไปของลิง สกุลของสัตว์ มะกากา (macaca) ภาษาอังกฤษเรียกมะคาค
มักจะฝึกหัดช่วยเก็บผลมะพร้าวอ่อน (รูป)
มีหลายชนิด เช่น ลิงแสม
ลิงหางสั้น
ฯลฯ

กัซทาวโรลิน-แจกัซมินซ
(Gustave Rolin-Jaequesmyns)
นักการทูตชาวเบลเยียม ซึ่งเป็นผู้ปรึกษาใหญ่หารือทั่วไปแก่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
(รัชกาลที่
๕) พร้อมกับหมอความชาวเบลเยียมอืกหลายคนเขาดัดแปลงแก้ไขระบอบกฎหมายไทยให้ดีขึ้น
ด้วยก่อตั้งศาลหลวง เพราะเหตุว่าเขาเป็นผู้ก่อตั้งสถาบันกฎหมายระหว่างชาติ (the
International Law Institute)
เขาเป็นผู้สื่อเข้าทำความปรองดองทำสนธิสัญญาระหว่างประเทศฝรั่งเศส
ประเทศอังกฤษและประเทศสยาม ซึ่งป้องกันประเทศสยามจากการตกเป็นเมืองขึ้นของประเทศอื่นๆ พ.ศ. ๒๔๔๑ คุณสมบัติได้ผลราชทินนามเจ้าพระยาอภัยราชา คือราชทินนามชั้นสูงที่สุดที่เคยประทานคนต่างชาติ เหตุการณ์เกิดขึ้นสองครั้งในประวัติศาสตร์ไทยเท่านั้น
ครั้งแรกเป็นชาวกรีกชื่อคอนสแตนตินฟอลคอน
(Constantine Phaulkon)
ซึ่งได้ราชทินนามนี้ เป็นผู้ปรึกษาหารือทั่วไปแก่พระบาทสมเด็จพระนารายณ์สมัยกรุงศรีอยุธยา
นายกัซทาวโรลิน-แจกัซมินซ
(กุสตาฟโรลัง-ยัคแมงส์) ได้สร้างรูปหล่อที่คณะนิติศาสตร์ ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

กัญชา
ต้นชนิดหนึ่ง สกุลของพืชกานาบิส์ (cannabis)
กัญญา
เครื่องบังแดดรูปหลังคามีสันแหลม เป็นโครงประดับอยู่บนเกี้ยวและตรงกลางเรือพระที่นั่งซึ่งเรียกด้วยเรือกัญญา

กัณฐกะ
(कण्टक)
ภาษาสันสกฤต
'ผู้พยศ'
ม้าสีหมอกของพระสิทธารถ
ซึ่งได้เกิดในวันเดียวกับพระสิทธารถและมรณะด้วยความโทมนัส (เสียใจ) หลังได้ไปส่งพระสิทธารถเมื่อหนีบรรพชา

กัณฑ์
ลักษณนามเรียกเทศน์ตอนหนึ่งว่ากัณฑ์หนึ่ง
กัณฑ์เทศน์
ส่วนหนึ่งของเรื่องชาดก
ดูอีกด้วยกัณฑ์และเทศน์
กัตตะวรายัน
ชื่อของผีแบบนัทอินเดีย-ทมิฬอย่างหนึ่ง

กัท
สิ่งที่เป็นลักษณะเด่นในเชิงสถาปัตยกรรมของอินเดีย
คือบันไดหรือยกพื้นที่ริมบ่อน้ำ
ใช้เพื่ออาบน้ำ
กันดาบัส์
ภาษาบาลีของคันธารวัส์
กันดิ
ภาษาอินโดนีเซีย ถ้อยคำทั่วไปเพื่อวัดสมัยโบราณที่ประเทศอินโดนีเซีย
รวมทั้งวัดของพระพุทธศาสนาและวัดศาสนาฮินดูทั้งสอง
กันดิปรามบานัน
ดูปรามบานัน
กันดีวะ
(गांडीव)
ภาษาสันสกฤต ชื่อของคันศรวิเศษซึ่งอรจุนะได้รับเป็นเป็นรางวัลเพื่อช่วยเหลืออัคนิและพระกฤษณะเผาป่าคันดาวะ
กันทะ
ภาษาสันสกฤต
ระฆังขนาดเล็กชนิดหนึ่งที่ถือในมือโดยเทวดาบางองค์ เสียงของมันเป็นเครื่องหมายแห่งความเป็นอยู่ ถ้าเป็นคุณสมบัติของเทพเจ้าฮินดูพระศิวะมันแสดงเป็นนัยของ การเนรมิต ในพุทธศาสนามันคงจะแสดงถึงความปราชญ์
กัมพูชา
๑.
ชาวเขมรของสมัยโบราณกาลที่เชื่อกันว่า พวกเขานี้เป็นผู้สืบสกุลของกัมพูสวยามภูวา (Kambu Svayambhuva) บรรพบุรุษชาวขอมซึ่งถูกนำชื่อไปใช้ตั้งชื่อชาวนี้
ชื่อนี้ยังใช้อยู่ที่ประเทศกัมพูชา
๒. ชื่อของประเทศกัมพูชา
กัลปพฤกษ์
ชื่อพรรณไม้ต้น ดอกสีชมพู มีประมาณ ๒๐ ชนิด
พวกคูนหรือราชพฤกษ์ เป็นต้นไม้ที่เปลี่ยนใบปีละหนและสามารถขึ้นได้สูงถึง
๑๒
เมตร ชื่อลาตินตามวิทยาศาสตร์แคเฌียะเบเคอะเรียนา
(cassia bakeriana) ในภาษาอังกฤษเรียกพิงคแคเฌียะ (pink
cassia)

กั้วเหนียน (过年)
ภาษาจีน
แปลว่า ผ่านปี คือตรุษจีน
อีกเรียกซินเหนียน
ซึ่งแปลปีใหม่ และชุนจีเหย๋
ซึ่งแปลเทศกาลฤดูใบไม้ผลิ
กัสสป
ชื่อพระสงฆ์ที่สืบตำแหน่งพระพุทธเจ้ามาเป็นหัวหน้าสังฆ
พระสังฆราชคนแรก ได้แสดงในจิตรกรรมฝาผนังมักจะเป็นผู้เฒ่ากับพระอนนท์ภิกษุอายุเยาว์ที่มาด้วย
ซึ่งเป็นหลานชายและภิกษุอุปัฎฐากของพระพุทธเจ้า เหมือนกับพระมหากัสสป
กางเกงเล
ชื่อกางเกงชนิดหนึ่ง
มีลักษณะทรงหลวมขายาว มีน้ำหนักเบา ลักษณะคล้ายคลึงโสร่ง
สวมที่สะเอวรัดด้วยโดยสายผูก
ซึ่งใช้เป็นสายคาดเอว กางเกงเลมักจะทำด้วยจากผ้าฝ้ายหรือไหมสังเคราะห์
เป็นกางเกงที่จะสวมอย่างไม่เป็นทางการ
เมื่ออยู่ที่บ้านหรือไปเที่ยวชายหาด
สวมโดยผู้ชายและผู้หญิงทั้งสอง
จะพบชาวเลสวมใส่สักส่วนมากเพราะสะดวกในการสวมใส่เวละจับปลา
ซักง่ายแห้งเร็วเพราะทำจากผ้าฝ้ายหรือไหมสังเคราะห์
บางที่เรียกกางเกงขาก๊วย และเนื่องจากขายาวกว้างขวาง
บางคนเรียกกางเกงขาช้าง
_small.jpg)
ก้างปลา
วัตถุซึ่งใช้ทำศิลปวัตถุ แกะสลักหรือปั้นโดยบดและรวมกับยางเรซิน

กาญจนบุรี
เมืองกาญจนบุรีเป็นเมืองหลวงของจังหวัดกาญจนบุรี (แผนที่) ตั้งอยู่ภาคตะวันตก (รูป) อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ
๑๒๘ กิโลเมตร มีพลเมืองประมาณ
๓๗,๐๐๐ คน แต่แรกเมืองกาญจนบุรีได้ก่อสร้างในรัชกาลที่
๑ เป็นเมืองป้อมปราการที่ใช้กันปะทะจุดแรก
ที่มีกองทหารเพื่อต่อสู้กองทัพที่มาเข้าตีกรุงเทพฯ จากประเทศพพม่า เมืองกาญจนบุรีมีชื่อเสียงในเรื่องสะพานข้ามแม่น้ำแคว (รูป) และในประวัติศาสตร์การสร้างของทางรถไฟระหว่างกรุงเทพฯ
และนครย่างกุ้ง
ช่วงเวลา สงครามโลกครั้งที่ ๒
การริเริ่มกองทัพญี่ปุ่นที่เข้ายึดประเทศไทย
แต่บังคับให้เชลยศึกและชาวพื้นเมืองทำงานสร้างทางรถไฟ
ด้วยเหตุที่อัตราคนตายมาก
-กล่าวว่าหนึ่งชีวิตเพื่อทุกไม้หมอน- สายรถไฟนี้ได้ตั้งชื่อทางรถไฟสายมรณะ
(รูป) ศพทหารตายได้ฝังที่สุสานทหารดอนรัก
(รูป) และช่องไก่
จังหวัดกาญจนบุรีมีสิ่งที่น่าสนใจหลายที่รวมทั้ง วัด