ทม

ภาษากัมพูชาหรือเขมร 'มหา' ดังที่ในชื่อเมืองอังโคร์ทม ซึ่งในภาษาไทยเรียกนครทมซึ่งแปลว่า มหานคร

ทรง

อุปสรรคหรือคำที่เติมหน้าคำนาม ใช้ทำเป็นถ้อยคำเคารพนับถือเมื่อพูดถึงหรือพูดกิริยาวาจาต่อราชตระกูลหรือพระผู้เป็นเจ้าและเทวดา เมื่อใช้เติมหน้าคำนามมีอำนาจเหมือนกับคำกริยา เป็นอกรรมกริยาและมีความหมายที่เหมาะสมกับกรรมของกริยา ดังที่ในถ้อยคำทรงม้า ดูต่อราชาศัพท์

ทรงธรรม

พระเจ้าอยู่หัวพระนครศรีอยุธยาตั้งแต่ พ.ศ. ๒๑๕๓ จนกระทั่ง พ.ศ. ๒๑๗๑

ทรงม้า

ราชาศัพท์ 'ขี่ม้า'

ทรงม้ากัณฐกะ

ราชาศัพท์ 'ขี่ม้ากัณฐกะ' คำนี้เกี่ยวข้องพุทธประวัติเมื่อม้าของพระสิทธารถชื่อกัณฐกะส่งพระสิทธารถจากพระราชวังช่วงหนีบรรพชา (รูป)

ทรพา

ชื่อนนทกาลที่ถูกพระอิศวรสาปให้เกิดใหม่เป็นควายเผือกและให้มีลูกชายชื่อทรพีฆ่าตายในเรื่องรามเกียรติ์

ทรพี

ชื่อควายดำในเรื่องรามเกียรติ์ เป็นลูกชายของทรพากับนางลนิลา เมื่อโตขึ้นวัดรอยเท้าบิดาแล้ว จึงท้ารบและฆ่าทรพาตาย

ทฤษฎีใหม่

หลักความเห็นซึ่ง พ.ศ. ๒๕๓๕ แนะนำให้รู้จักโดยพระบาทสมเด็จพระภูมิพลอดุลยเดชเจ้าอยู่หัว  เพื่อส่งเสริมกสิกรรมการของเจ้าของที่ดินผืนเล็ก (๑๐ ถึง ๑๕ ไร่) ให้ดีขึ้น มุ่งหมายมาเป็นผู้เลี้ยงตัวเองได้ โดยแบ่งสันปันส่วนพื้นดินเป็น ๔  ส่วน ตามส่วนปฏิภาค ๓๐-๓๐-๓๐-๑๐ เจตนาให้พื้นดิน นา ไร่และที่ทำการเลี้ยงสัตว์ให้ผลมากที่สุดที่สามารถเป็นไปได้ ตามความคิดนี้ใช้ ๑๐ % ของที่ดินสำหรับการปลูกบ้านสร้างเรือนอาจจะรวมกับที่เลี้ยงปศุสัตว์และไก่ขนาดเล็ก ที่ดินอื่นแบ่งสันปันส่วน ส่วนละ ๓๐ % ใช้ส่วนหนึ่งเพื่อการเพาะปลูกข้าวสำหรับการใช้ด้วยตนเองน่าจะมีจำนวนที่เกินไปซึ่งสามารถขายได้ที่ตลาด อีกส่วนหนึ่งเพื่อใช้ทำบ่อที่ขังน้ำไว้ใช้ ระยะลึกราว ๔ เมตร ใช้เป็นการประปาด้วยโอกาสเลี้ยงปลาเป็นไปได้ และที่ดินส่วนสุดท้ายใช้สำหรับเพาะปลูกพืชไร่และพืชผลอื่นๆ เช่น พืช ผลไม้ ดอกไม้ ฯลฯ

ทวารวดี

๑. ชื่ออาณาจักรที่ประเทศสยามระหว่างพุทธศตวรรษที่ ๑๑ และพุทธศตวรรษที่ ๑๖ ประกอบด้วยนครรัฐเล็กๆ หลายที่และอาศัยโดยพลเมืองชาวมอญ

๒. ชื่อแบบศิลปะอย่างหนึ่งที่ผลิตสมัยระหว่างพุทธศตวรรษที่ ๑๑ และพุทธศตวรรษที่ ๑๖  ณ อาณาจักรทวารวดี

ทศกัณฐ์

ชื่อภาษาสันสกฤต-ไทย 'ผู้มีสิบคอ' คือ เจ้ากรุงลงกา เป็นยักษาหน้าสามชั้น ๑๐ หน้าึ่งลักพานางสีดา มเหสีของพระรามในเรื่องรามเกียรติ์ ถอดดวงใจฝากไว้กับพระฤๅษีโคบุตร ถูกพระรามฆ่าตาย บางที่แสดงมี ๒๐ มือ ทศกัณฐ์เรียกอีกทศพันตร์ และในเรื่องรามายณะเรียกราพณาสูรหรือราวานะ (ท้าวราพณะ) ชาติก่อนเรียกนนทก อ่านต่อ

ทศชาติ

ถ้อยคำซึ่งสารถแปลได้ สิบจุติมา เป็นชื่อเรื่องสิบพระชาติก่อนของพระพุทธเจ้าในสมัยยังเป็นพระโพธิสัตว์และก่อนประสูติเป็นพระสิทธารถ คือชาติที่เกิดเป็นพระเตมิยะ ชนก สุวรรณสาม เนมิราช มโหสถ จันทกุมาร นารอท วิฑูรบัณฑิตและเวสสันดร ทศชาติเป็นส่วนหนึ่งของชาดก

ทศพันตร์

อีกชื่อหนึ่งของทศกัณฐ์

ทศพิธราชธรรม

ธรรม ๑๐ ประการของกษัตริย์ คือว่า ๑ การให้ ๒ การรักษาศีล ๓ การเสียสละ ๔ ความซื่อตรง ๕ ความอ่อนโยน ๖ ความเพียร ๗ ความไม่โกรธ ๘ ความไม่เบียดเบียน ๙ ความอดทน และ ๑๐ ความไม่ประพฤติผิดทำนองคลองธรรม

ทศรถ

ชื่อภาษาสันสกฤต-ไทย 'ผู้มีสิบรส' พระเจ้าเป็นนิทานครองกรุงศรีอโยธยา (อยุธยา) และบิดาของพระราม ตัวละครเอกในรามเกียรติ์ฉบับแปลเป็นภาษาไทยของรามายณะ พระทศรถให้กำเนิดพระรามกับพระนางเกาสุริยา พระลักษมนะ (พระลักษมณ์) และสัตรุดกับพระนางสมุทรเทวี และก็พระพรตกับพระนางไกยเกษี ในรามายณะซึ่งเป็นต้นฉบับของรามเกียรติ์จากอินเดียบิดาพระรามเรียกชื่อดาฉาราทา อ่านต่อ

ทองกวาว

ชื่อของตันไม้ชนิดหนึ่ง เปลี่ยนใบปีละหน ชื่อในทางพฤกษศาสตร์เรียกว่า บุเตียโมโนซเพิร์มะ (butea monosperma) ลักษณะคล้ายต้นไม้สัก สามารถขึ้นได้สูงถึง ๑๕ เมตร ผลไม้ให้ยางซึ่งเรียกเบ็งกอลคีโน (Bengal kino) ออกดอกเดือนกุมภาพันธ์ ดอกไม้สีส้มรูปโค้งคล้ายดอกมยูคูนะเบนเนที (mucuna bennetti) รูปร่างเหมือนเล็บเสือ

ทองคำเปลว

ทองคำแท้ๆ ๒๔ กะรัตซึ่งแผ่ให้บางที่สุดเป็นใบ จึงใบตัดเป็นชิ้นเล็กสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาดประมาณหนึ่งนิ้ว ปิดประดับบนวัตถุซึ่งทาด้วยเขินเป็นพื้นสำหรับการทำลายรดน้ำ โดยปกติทองคำเปลวอย่างซึ่งติดทองปิดพระหรือปิดทองกับสิ่งของสักการและรูปบูชาเป็นวิถีทางทำบุญมีทองคำจริงเพียงแต่ประมาณ ๕ % เท่านั้นที่เป็นทองคำแท้ ภาษาอังกฤษเรียกโกลดลีฟ (gold leaf)

ทอดกฐิน

ดูกฐิน

ทอดผ้า

ถวายจีวรให้แก่พระสงฆ์ หรือเรียกทอดผ้าป่า

ทอดผ้าป่า

งานประเพณีเมื่อฆราวาสถวายจีวรและของถวายอื่นๆ ให้แก่พระสงฆ์ หรือเรียกทอดผ้า

ท่อฝิ่น

ท่อชนิดหนึ่งซึ่งใช้เพื่อสูบฝิ่น ภาษาอังกฤเรียกโอเพียมไพพ (opium pipe)

ทักษิณ

ทิศใต้ ทางใต้ ภาคใต้ ปักษ์ใต้ เป็นทิศซึ่งปกป้องโดยโลกบาลพระยม ดูต่ออีกด้วยอุดร อีสาน บูรพา อาคเนย์ หรดี ประจิมและพายัพ

ทักษิณาวรรต

เวียนไปทางขวาอย่างเข็มนาฬิกา นิยมเวียนเทียน มักปฎิบัติในระหว่างบางงานของพระพุทธศาสนา เช่น วิสาขะ เข้าพรรษา ฯลฯ เปรียบกับถ้อยคำภาษาสันสกฤตปราดักชีนะ

ทังกะ (टङ्क)

. ภาษาสันสกฤ ชื่อผ้าผืนหนึ่งที่มักทำด้วยไหม วาดภาพแสดงรูปเทวดาหลายองค์ต่างๆ ใช้ในพระพุทธศาสนานิกายมหายานของประเทศทิเบต ภาษาบาลีเรียกตันกะ เปรียบกับมันดาลา

. ภาษาสันสกฤ ของบูชาและสิ่งที่ถูกเคารพซึ่งใช้เป็นแหล่งเครื่องกระตุ้นจิตใจเมื่อเข้าฌาน ภาษาบาลีเรียกตันกะ เปรียบกับมณฑลแบบทิเบตมันดาลา

ทับทิม

๑. ชื่อต้นไม้ชนิดหนึ่งของเมืองร้อน สกุลพุนิคะ (punica) ผลไม้มีผิวหนาและเหนียว เนื้อเป็นถุงน้ำหุ้มเมล็ด มีลักษณะใสสีแดงสีชมพู รสหวานหรือหวานอมเปรี้ยว ต้นไม้ให้ผลฤดูฝน ชื่อภาษาอังกฤเรียกพอมกแรเนท (pomegranate) ซึ่งมาจากภาษาฝรั่งเศสและสามารถแปล 'ผลแอปเปิลที่มีเมล็ดมาก'

๒. พลอยใสสะอาด มีสีเข้มบ้างอ่อนบ้าง สามารถเป็นสีแดงหรือแดงอมชมพูก็ได้ ชื่อภาษาอังกฤเรียกรูบ (ruby)

ทับหลัง

ไม้ขวางหรือเหล็กยาวซึ่งทับบนสองเสาตั้งตรง มักจะประดับด้วยลายหรือรูปจากเรื่องราว ทีวัดเขมรของโบราณสามารถเห็นได้ตั้งอยู่เบื้องบนประตูทางเข้าและช่องหน้าต่างติดเบื้องล่างหน้าจั่ว ภาษาอังกฤเรียกลีนเท็ล (lintel)

ทาก

๑. ชื่อหอยอยู่บนบก คลานช้า มีเปลือกหอยรูปกลมขดเป็นวง ชื่อวิทยาศาสตร์อาขาตีนะฝูลีซะ (achatina fulica) ในวงศ์อาขาตีนีแด (achatinidae)  ออกไข่เป็นเม็ดกลม ครั้งละหลายๆ ฟอง สีแดงเรื่อ ขนาดเล็ก มักจะพบเห็นบริเวณใกล้น้ำจืด ภาษาอังกฤษเรียกซเนล (snail)

๒. ชื่อหอยอยู่บนบก คลานช้า ไม่มีเปลือกหอย ชื่อวิทยาศาสตร์ลีมักซ์ (limax) ในวงศ์ลีมะซิแด (limacidae) กินใบไม้ มักจะทำลายพฤกษชาติ อีกชนิดหนึ่ง (Limaxsp) ในวงศ์ Limacidae ตัวแบนๆ อาศัยอยู่ตามแหล่งที่เย็นๆ ภาษาอังกฤษเรียกซลัก (slug)

๓. สัตว์ไร้กระดูกสันหลังชนิดหนึ่งอยู่บนบก ชื่อวิทยาศาสตร์เฮมะดิปซะอินเทะร์รัพทะ (haemadipsa interrupta) ในวงศ์ฮิรุดิแน (hirudinae) เป็นสัตว์สองเพศในตัวเดียวกัน (hermaphrodite) สัตว์ชนิดนี้เป็นสัตว์ดูดเลือด อาศัยอยู่ที่ป่าตามที่ชื้นแฉะ อยู่บนต้นไม้ตามใบไม้และใบหญ้า ตามริมหนองน้ำ จะดูดเลือดคนและสัตว์อื่นๆ เป็นอาหาร ขณะที่กัดหรือดูดเลือดนั้นก็จะปล่อยสารกันเลือดแข็งตัวออกมา ทำให้เลือดไม่แข็งตัว แผลที่ถูกทากกัดและดูดเลือดนี้จะไม่เจ็บ แต่จะมีเลือดไหลอยู่เป็นเวลานาน โดยปกติทากจะติดเหยื่อแน่นจนกระทั่งกินเลือดอิ่ม ดังนั้นจะปล่อย เมื่อถูกทากกัดและดูดเลือด ห้ามดึงออก เพราะจำทำให้เนื้อฉีกขาดเป็นแผลใหญ่และเลือดหยุดยากขึ้น ควรใช้น้ำเกลือหรือน้ำส้มอย่างแรงหรือแอลกอฮอล์ หยอดรอบบริเวณปากของมัน หรืออาจใช้ไม้ขีดหรือบุหรี่ที่ติดไฟจี้ที่ตัวทาก จะทำให้หลุดได้ ป้องกันได้โดยการสวมเสื้อผ้าหนาๆ และรัดกุม สวมกางเกงขายาว นอกจากนี้อาจใช้เครื่องพ่นยากันยุง ดีเอทีล-เอม-โตลัวมีเดอะ (diethyl-m-toluamide หรือ DEET คำย่อ) ประมาณครึ่งช้อนชาใส่ฝ่ามือถูและใช้ทาบางๆ ตามผิวหนัง เช่น หน้า ลำคอ และตามตัว ทั้งยังอาจนำไปพ่นหรือทาเสื้อผ้าที่จะสวมเพื่อป้องกันได้ ในอดีตทากเคยใช้ในทางแพทย์เพื่อลบความดันของโลหิตในร่างกาย ลักษณะทากคล้ายลักษณะปลิง แต่ปลิงเป็นพวกหนึ่งที่อยู่ในน้ำและมีชื่อวิทยาศาสตร์ (hirudinaria manillensis) ภาษาอังกฤษเรียกลีช (leech)

ทางช้างเผือก

แสงกลุ่มดาวซึ่งเห็นเป็นทางบนท้องฟ้า ภาษาอังกฤเรียกมีลคิเวย (Milky Way)

ทางรถไฟไทย-พม่า

ดูทางรถไฟสายมรณะ

ทางรถไฟสายมรณะ

ชื่อของทางรถไฟไทย-พม่า สร้างโดยแสนยากรของจักรพรรดิญี่ปุ่น ในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ ๒ ทางรถไฟเริ่มที่ บ. หนองปลาดุกที่ประเทศไทยจนถึงเมืองธันบุซายัต (Thanbuyzayat) ที่ประเทศพม่า ด้วยส่วนใหญ่สร้างที่จังหวัดกาญจนบุรี ในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ ๑ (แผนที่สงคราม) ญี่ปุ่นเข้าครอบครองที่มั่นในจีนได้เมื่อครั้งบุกยึดป้อมประการของเยอรมันในเมืองชิงเถา (Tsingtao) ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีน ต่อมากองกำลังญี่ปุ่นได้ตั้งรากฐานในเมืองชานตุง (Shantung) และแมนจูเรีย (Manchuria) และในช่วงกลางปี พ.ศ. ๒๔๗๓ แมนจูเรียได้กลายเป็นดินแดนในปกครองของญี่ปุ่นเรียกว่าแมนจูกัว (Manchukuo) นี้เองทำให้ญี่ปุ่นคิดการณ์ไกลไปถึงเข้าครอบครองดินแดนทั้งหมดของประเทศจีน อย่างไรก็ตามความต้องการที่จะเข้าครอบครองแผ่นดินจีนที่กำลังแตกแยกและอ่อนแอเป็นเหตุชักนำไปสู่การทำสงคราม การพยายามที่จะบังคับให้ญี่ปุ่นยุติสงครามนั้น อังกฤษ ฮอลแลนด์และสหรัฐอเมริการ่วมกันคว่ำบาดทางการค้าต่อญี่ปุ่น และในขณะเดียวกันก็ให้ความช่วยเหลือแก่กองกำลังของจีนซึ่งนำโดยนายพลเชียงไคเช็ค (Chiang Kai Chek) โดยการสนับสนุนทางด้านอาวุธยุทธภัณฑ์และเสบียงโดยใช้ถนนสายพม่าซึ่งลัดเลาะตามเชิงเทือกภูเขาหิมาลัย การที่จะตัดเส้นทางลำเลียงสำคัญเส้นนี้และยึดเอาวัตถุดิบของพม่าเป็นของตนเองญี่ปุ่นจำเป็นต้องเข้ายึดครองพม่า หลังจากการรุกของญี่ปุ่นซึ่งเริ่มเดือนธันวาคม พ.ศ. ๒๔๘๔ โดยการโจมตีอ่าวเพิร์ลฮารเบอร (Pearl Harbor) ในเกาะฮาวายและการบุกรุกประเทศมลายา กลางปี พ.ศ. ๒๔๘๕ กองทัพญี่ปุ่นกำลังต่อสู้กองทหารอังกฤษที่ประเทศพม่า  มุ่งหมายตัดเส้นทางลำเลียงของพันธมิตรฝ่ายตะวันตกซึ่งเข้าไปในประเทศจีนและถึงที่สุดรุกถึงประเทศอินเดียด้วย เพื่อบำรุงรักษาและค้ำจุนกองทหารญี่ปุ่นที่พม่าญี่ปุ่นรู้ทันทีว่าต้องการเส้นทางที่ปลอดภัยทางบก เพราะเส้นทางทะเลของกองทัพเรือญี่ปุ่นอ่อนแอ กองกำลังพันธมิตรเริ่มปฎิบัติการโจมตีกองเรือญี่ปุ่นในทะเลอันดามันจากเกาะลังกา ญี่ปุ่นจึงเข้าใจความจำเป็นที่ต้องการเส้นทางบกเป็นทางลำเลียงและตัดสินใจสร้างทางรถไฟระยะ ๔๑๕ กิโลเมตรที่ผ่านป่ารกและภูเขา การก่อสร้างทางรถไฟเริ่มที่ภาคใต้ของประเทศพม่าเมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ. ๒๔๘๕ พร้อมกับการก่อสร้างที่ประเทศไทย เพื่อสร้างทางรถไฟกองทัพญี่ปุ่นรวบรวมคนงานนานาชาติหลายคน ประมาณ ๒๕๐,๐๐๐ คนชาวเอเชียและมากกว่า ๖๐,๐๐๐ ทหารเชลยศึกหลายสัญชาติ คือ ชาวออสเตรเลีย ชาวอังกฤษ ชาวฮอลแลนด์และทหารของสหรัฐอเมริกา วันที่ ๑๖ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๘๖ ทำงานสำเร็จโดยการเชื่อมโยงทางรถไฟจากพม่ากับทางรถไฟที่ประเทศไทย ณ บ. คองคิวต้า จากเชลยศึกทุกคนที่มาทำงานสร้างทางรถไฟทั้งหมด ๑๒,๓๙๙ รายเสียชีวิต (ประมาณ ๒๐ %) และนอกจากนั้นก็ยังมีชาวพื้นเมืองสมมุติในระหว่าง ๗๐,๐๐๐ และ ๙๐,๐๐๐ รายที่ตายเวลาสร้างทางรถไฟ คนส่วนใหญ่เสียชีวิตเพราะอาหารและความดูแลในทางเวชกรรมและเวชภัณฑ์ไม่เพียงพอ และบางครั้งตายเพราะวิธีรักษาโดยยามทหารญี่ปุ่นโหดร้าย ด้วยเหตุที่อัตราคนตายมาก -กล่าวว่าหนึ่งชีวิตเพื่อทุกไม้หมอน- สายรถไฟนี้ได้ตั้งชื่อ 'ทางรถไฟสายมรณะ' ดูต่อพิพิธภัณฑ์ทางรถไฟไทย-พม่าและอนุสรณ์สถานช่องเขาขาด อีกเรียกทางรถไฟมฤตยูและชื่อภาษาอังกฤเรียกเด็ธเรลเวย (Death Railway)

ท่านขุนขุนหลวง

ชื่อบรรดาศักดิ์ทีมาหลังและติดกับขุนหรือขุนหลวงในสกุลสืบเนื่องขึ้นไป ปัจจุบันพ้นสมัยแล้ว อีกด้วยเป็นชื่อนิยมเพื่อขุน

ท่านั่ง

หนึ่งในบรรดาสี่แบบท่าของพระพุทธรูปในการพรรณนารูปร่างลักษณะ ดูอีกด้วยอิร์ยะภาทา

ท่ายืน

หนึ่งในบรรดาสี่ท่าของพระพุทธรูปในการพรรณนารูปร่างลักษณะ ดูอีกด้วยอิร์ยะภาทา

ท้าว

ตำแหน่งบรรดาศักดิ์ข้าราชการฝ่ายใน 'พระเจ้าแผ่นดิน' 'ผู้เป็นใหญ่' สามารถใช้ในทางหญิงได้ จึงแปลว่า 'ขุนนาง' 'เจ้าหญิง' หรือ 'พระราชินี'

ท้าวมาลีวราช

ชื่อู้เฒ่าซึ่งมาจากที่อาศัยของเขาที่ภูเขาหิมาลัยเป็นตุลาการในเรื่องปะทะกันระหว่างรามะชันดระและพญาแห่งยักษ์ที่เป็นปรปักษ์ซึ่งกันและกัน

ท้าวสามล

ชื่อท้าวหง่อมในเรื่องสังข์ทอง มีธิดา ๗ องค์ รู้จักกันในชื่อท้าวพาราณสี

ทำนายลักษณะ

ถ้อยคำ ซึ่งเกี่ยวข้องเหตุการณ์ในพุทธประวัติเมื่อฤาษีกเลวินไปแสดงความจงรักภักดีแก่พระสิทธารถเมื่อพึ่งเกิด และทารกแสดงปาฎิหาริย์ครั่งแรกโดยเอาองค์เองไว้บนเศียรของบัณฑิต (รูป) ห้าวันหลังารประสูติของพระราชบิดาสิทธารถพระเจ้าสุทโธทนะได้โปรดให้มีการประชุมใหญ่ ผู้เข้าประชุมด้วยคือพราหมณ์ ๘ คนที่มาพยากรณ์พระลักษณะ พราหมณ์ ๗ ในกลุ่ม ๘ คนมีความเห็นเป็นเงื่อนไขในคำพยากรณ์ว่า ถ้าเจ้าชายนี้เสด็จอยู่ครองราชสมบัติจัดได้ทรงเป็นเจ้าจักรพรรดิผู้ทรงมีพระบรมเดชานุภาพมาก แต่ถ้าเสด็จออกทรงผนวชจักได้ตรัสรู้เป็นพระสัมมาพุทธเจ้า ผู้เป็นศาสดาเอกของโลก มีพราหมณ์คนเดียวที่พยากรณ์เป็นมติเดียวโดยไม่มีเงื่อนไขว่า พระราชกุมารนี้จักเสด็จออกทรงผนวชและได้เป็นพระพุทธเจ้าแน่นอน

ทำบุญ

ประกอบกรรมดีและบุญกุศล โดยมักถวายของในทางศาสนา เจตนารมณ์ได้ประโยชน์ด้วยตนเองหรือเพื่อคนอื่นๆ การทำบุญอาจจะประกอบด้วยเป็นการถวายของบูชาหรือบัตรพลีแก่วัด (รูป) การใส่บาตร การบวชหน้าไฟ สวดมนต์ (รูป) ฯลฯ

ทำบุญใส่บาตร

ทำบุญโดยถวายของใส่บาตรของพระภิกษุเมื่อภิกษุออกบิณฑบาตร นอกจากนั้นยังมีวิธีทำบุญใส่บาตรที่วัด ในซึ่งมีลายๆ บาตรที่จัดไว้เป็นแถวยาวและผู้ศรัทธามาใส่เหรียญกษาปณ์เล็กๆ อาจใส่เหรียญ ๒๕ สตางค์เป็นไปได้ (รูป) วิธีทำบุญใส่บาตรนี้สามารถปรากฏได้พร้อมกับเครื่องพระประจำวัน (รูป)

ทำหม้อ

ตามประวัติศาสตร์ประเทศไทยมีการสืบต่อกันมาทำหม้อ มีภาชนะหุงต้มและใส่ของทำด้วยดินเผาสามัญและหม้อทำด้วยลวดลายวิจิตร เช่น เบญจรงค์ เซลาดอนและสังคโลก ในปัจจุบันนี้เกาะเกร็ดที่อยู่ที่แม่น้ำเจ้าพระยาทางทิศเหนือจากกรุงเทพฯ ตั้งแต่โบราณชาวมอญยังทำเกาะนี้ให้เป็นแหล่งสำคัญในเรื่องดินเผา ภาษาอังกฤษพอทเทอะริ (pottery)

ทีคัล

ชื่ออีกชื่อของมาตราเงินไทย ตามปกติหน่วยเงินตราไทยเรียกบาท

ทุเรียน

ชื่อพันธุ์ไม้ผล สกุลดุเรีย (duria) มีหลายขนิด เช่น หมอนทอง ก้านยาว กระดุมทอง อีกบ อีรวง กำปันและชะนี ผลเป็นพูๆ เปลือกนอกมีหนามแข็งเต็มทั่วตัวเป็นพูๆ เป็นต้นไม้พื้นเมืองของเอเชียอาคเนย์และรู้จักกันในชื่อเล่นภาษาอังกฤษ 'คิงอ็อฝฟรูทส์' (king of fruits) ซึ่งแปล 'เจ้าแห่งผลไม้' หรือ 'กษัตริย์แห่งผลไม้' ออกผลเดือนพฤษภาคมจนกระทั่งเดือนกันยายน มีกลิ่นเหม็น แต่หลายคนบอกว่า มีกลิ่นเหมือนนรกแต่มีรสชาติเหมือนสวรรค์ แม้กระนั้นมีประกาศห้ามเข้าที่โรงแรมส่วนมาก (รูป) เนื้อทุเรียนมีสีคล้ายคลึงดอกฝะนีลละ  (รูป) เนื้อที่ห่อเมล็ดแบนใหญ่มีรสจัดหวานมัน คนไทยส่วนมากเห็นว่า ทุเรียนเป็นที่นิยมของประชาชนและเป็นผลไม้ที่อร่อยมาก แต่ว่า ต้องระวังเมื่อจะรับประทานเพราะทุเรียนนี้มีแคลโอะริมาก (แคลโอะริเป็นหน่วยวัดปริมาณความร้อนเท่ากับความร้อนที่สามารถทำให้หนักหนึ่งกรัมมีอุณหภูมิสูงขึ้นหนึ่งองศาเซนติเกรด) การบริโภคมากเกินไปรือกินตามกันมากๆ อาจจะอันตราย การวิเคราะห์เกี่ยวกับการเลี้ยงบำรุงของทุเรียนโดยกรมอนามัยแสดงว่า ทุเรียนหลายชนิดต่าง จะอยู่ในลำดับความร้อนที่ผิดกันและอยู่ในระหว่าง ๑๘๑ แคลโอะริต่อ ๑๐๐ กรัมสำหรับทุเรียนชนิดก้านยาว ๑๒๙ แคลโอะริสำหรับทุเรียนชนิดกระดุม เมื่อรับประทานเป็นของหวานและทุเรียนทอดลำดับแคลโอะริสูงึง ๓๔๐ แคลโอะริ หมายถึง ยกตัวอย่างเช่น ทุเรียนพันธุ์หมอนทองที่มีน้ำหนัก กิโลกรัมและจะเหลือน้ำหนักประมาณ ๖๐๐ กรัมหลังจากปอกเปลือกแล้วจะมีจำนวนราว ๙๗๘ แคลโอะริ จึงไม่ควรกินมากกว่าสองส่วนต่อวัน มักจะกินกับมังคุคซึ่งรู้จักกันด้วยในชื่อเล่นภาษาอังกฤษควีนอ็อฝฟรูทส์ (queen of fruits) ซึ่งแปล 'เจ้าหญิ่งแห่งผลไม้' หรือ 'ราชิแห่งผลไม้' มังคุคเป็นผลไม้ที่จะลดอุณหภูมิร่างกายและจะช่วยขัดขวางการปวดท้องหลังจากทานทุเรียน เนื้อทุเรียนสามารถทอดได้เป็นของหวาน และสามารถทำให้เป็นกวนทุเรียนได้ (รูป) แต่มีคำพูดว่า ทุเรียนอร่อยที่สุดเมื่อกินสดด้วยข้าวเหนียวน้ำมะพร้าว

ทูนเกล้าฯ ถวาย

ราชาศัพท์ 'ให้' ใช้เมื่อพูดต่อพระเจ้าอยู่หัว อีกน้อมเกล้า ฯ ถวาย ดูต่อถวาย

เทซเซน (鉄扇)

ภาษาญี่ปุ่น 'พัดเหล็ก' ชือพัดสงคราม คือว่า พัดด้ามจิ้วชนิดหนึ่งที่โครงทำด้วยเหล็ก ใช้เป็นอาวุธในการทำสงครามของประเทศทางตะวันออกในทวีปเอเซียสมัยก่อน แต่เดิมมาจากประเทศญี่ปุ่น พัดเทซเซนเล่มนั้นจัดออกแบบเหมือนกับพัดด้ามจิ้วธรรมดา ซึ่งไม่เป็นอันตราย ฉะนั้นเอาไปด้วยเข้าสถานที่ที่โดยปกติและตามกฎไม่ยอมอาวุธเข้า พัดสงครามได้ใช้เป็นอาวุธเหวี่ยง ผลักหนีลูกศร ดาวกระจาย และลูกดอก และแม่เป็นเครื่องช่วยเหลือในการว่ายน้ำ พัดเทซเซนบางเล่ม ได้จัดแบบเป็นไม้กระบองแข็ง ดูเหมือนกับพัดด้ามจิ้วที่ยังปิดอยู่ ไทเก๊กชนิดหนึ่งด้วยพัด (รูป) มาจากการใช้พัดเหล็กเทซเซนนั้น ภาษาจีนเรียกเทียฉาน และภาษาอังกฤษเรียกไอเอิร์นแฟน (iron fan)

เทพ

ดูเทวดา

เทพกระษัตรี

ดูเทพกษัตรี

เทพกษัตรี

วีรสตรีและท้าวึ่ง พ.ศ. ๒๓๒๘ สามารถปกป้องเกาะภูเก็ตได้ ทำไห้กองทัพพม่าไม่สามารถตีเกาะด้ ร่วมมือกับน้องสาวนางศรีสุนทร เทพกษัตรีมีชื่ออีกว่า คุณหญิงจันทร์ (หรือจัน) ษัตรีและ เทพกระษัตรี ดูต่อวีรสตรีภูเก็ต

เทพเจ้าแห่งทรัพย์จีน

ดูไฉ่ซิ่ง

เทพชุมนุม

ชื่อภาพหรือรูปเทพ ครุฑ ยักษ์ ฯลฯ ที่นั่งประนมเรียงกันเป็นแถวตั้งแต่ องค์ขึ้นไป สามารถเห็นได้บ่อยที่วัดและวัง

เทพธิดา

เทวดาผู้หญิง หรือเรียกนางฟ้า

เทพนม

ชื่อรูป (รูป) หรือลายที่มีเทวดา เทพ เทวี ฯลฯ ่าประนมมือ

เทพนรสีห์

สิ่งครึ่งสัตว์ของเทพนิยายไทย มีร่างกายกึ่งเทวดากึ่งสิงห์ ดูอีกด้วยอัปสรสีห์

เทพนิยาย

๑. ตำนานหรือเรื่องราวเกี่ยวกับเทพหรืออภินิหารของผู้วิเศษ เช่น รามเกียรติ์

๒. เรื่องนิทานหรือเรื่องไม่จริง

เทพประจำวัน

ระบอบซึ่งแสดงทุกเจ็ดวันของสัปดาห์แต่ละวันแทนโดยเทพประจำวันบางเทพที่พอควร กล่าวคือ วันจันทร์แสดงโดยพระจันทร์ (รูป) วันอังคารแสดงโดยพระพระอังคาร (รูป) วันพุธแสดงโดยพระพุธ (รูป) วันพฤหัสฯ แสดงโดยพระพฤหัสบดี (รูป) วันศุกร์แสดงโดยพระศุกร์ (รูป) วันเสาร์แสดงโดยพระเสาร์ (รูป) และวันอาทิตย์แสดงโดยพระอาทิตย์ (รูป) ดูต่อดาวประจำวัน สัตว์ประจำวัน พระประจำวันและสีประจำวัน

เทพปักษี

ชื่อของสัตว์ในจินตนาการ มีลักษณะครึ่งสัตว์ครึ่งเทพจากสรวงสวรรค์ อยู่ในหิมพานต์ ร่างเป็นผู้ชาย ท่อนล่างเป็นนก คล้ายคลึงกินบุรุษ (รูป) แต่ไม่มีขนนกหรือส่วนปีกที่แขนล่าง

เทพปัชชุนนะ

ชื่อเทพเจ้าแห่งเมฆฝนในคติล้านนา พาหนะเป็นตัวมอม มีชื่ออีกชื่อว่า วัสสวลาหกเทพ

เทวดา

ชื่อหมู่เทพหรือเทวะ พวกชาวสววรค์ที่มีลักษณะทิพย์

เทวทูต

ถ้อยคำที่แสดงข้อสังเกตของพระสิทธารถเมื่อเจ้าชายไปข้างนอกจากพระราชวังครั้งแรก และได้เห็นการทรมานของไพร่ฟ้าข้าแผ่นดินและคนสามัญ พระโพธิสัตว์ได้เจอสมณบำเพ็ญทุกรกิริยา (สมณเนระ) คนพิการ คนป่วยและซากศพ หมายถึง เกิด แก่ เจ็บ ตาย ในพุทธศาสนาลัทธิเถรวาทถ้อยคำนี้แสดงเป็น ผู้เฒ่า คนป่วย ซากศพและพระภิกษุออกบิณฑบาตร ไม่มีอะไรผูกติดหรือเกลียดเด็ดขาด มีแต่ความสงบ หมายถึง วัฎสงสารและคติธรรมสี่ประการ คือ ชรา พยาธิ มรณะและการเกิดใหม่ พระสิทธารถเห็นว่า แทนเป็นสื่อสวรรค์หรือทูตสวรรค์ ๔ คน ชวนตาชวนใจโดยคุณลักษณะของพระภิกษุรูปนี้ด้วยกับสภาพของสามคนอื่นให้พระสิทธารถอภิเนษกรมณ์ เสด็จออกครองราชสมบัติ ทรงผนวชและมาเป็นพระพุทธเจ้า เรื่องนี้สามารถพบได้บ่อยโดยแสดงในจิตรกรรมฝาผนังและศิลปะวัด (รูป) ภาษาอังกฤเรียกโฟร (Four Encounters) ซึ่งแปลได้การประสบสี่ประการ

เทวนาครี (देवनागरी)

ชื่ออักษรที่ใช้เขียนภาษาต่างๆ ของชมพูทวีป รวมทั้งภาษาฮีนดิ ภาษาสันสกฤต ภาษาบาลี ฯลฯ ลักษณะอักษรคือ มีเส้นเล็กๆ อยู่เหนือตัวอักษร หากเขียนต่อกันจะเป็นเส้นยาวคล้ายเส้นบรรทัด การเขียนจากซ้ายไปขวา โดยใช้ระบอบซึ่งทุกอักษรแต่ละตัวใช้แทนเสียงพยัญชนะที่มีเสียงสระ อะ อยู่ในตัว ส่วนเสียงสระอื่นๆ หรือไร้สระ (การตัดเสียงสระทิ้ง) จะต้องมีการดัดแปลงตัวพยัญชนะของมันเอง หรือจะใช้อักษรอื่น อ่านว่า เทวะนาคะรี อีกเรียกสั้นๆ ว่า นาครี

เทวะ (देव)

ภาษาสันสกฤต เทพเจ้าของชาวฮินดูที่ไม่มียศ เชื่อว่ามีจำนวน ๓๓ เทพ หมายถึง ๑๑ เทพสำหรับทุก ๓ ชั้น ณ ตรีโลก

เทวาดัทะ (देवदत्‍त)

ภาษาสันสกฤต ลูกพี่ลูกน้องของพระพุทธเจ้าซึ่งริษยาและวางแผนลับทำอันตรายพระองค์

เทวาตะ (देवता)

ภาษาสันสกฤต เทวดาในศิลปะขอม

เทวาปุตระ (देवपुत्र)

ภาษาสันสกฤต ชื่อเทวดาจากสวรรค์พวกหนึ่งที่บินได้ ในภาษาบาลีเรียกเทวาปุตะ

เทวาปุตะ

ชื่อภาษาบาลีของเทวาปุตระ

เทวาราช (देवराज)

ภาษาสันสกฤต 'พระเจ้าแห่งเทวดา' คำเรียกชื่อของพระอินทร์และพระพุทธเจ้าทั้งสององค์ ที่เกาะชวาและประเทศกัมพูชายังมีการพัฒนาของลัทธิเดวาราชซึ่งอ้างว่า พระเจ้าอยู่หัวเกิดมาจากเทพเจ้าและคงจะรวมกันใหม่หลังจากสิ้นพระชนม์แล้ว

เทวี (देवी)

๑. ภาษาสันสกฤต เทพธิดาที่ไม่มียศ

๒. ภาษาสันสกฤต คำเรียกชื่อหนึ่งของนางบารพตี ฌัคติหรือมเหสีของระศิวะ เป็นเทพธิดาที่มีหลายร่าง มีร่างเลวและร่างดีทั้งสองอย่าง ร่างดีของเทวี คือ อุมา 'ความสว่าง' สาติ 'ผู้คุณความดี' อันนฟปุร์นะ 'ผู้สละให้คุณ' ไหมาวาตี 'ประสูติจากหิมาลัย' จกามาตะ 'มารดาแห่งโลก' และก็บาวานี 'ผู้หญิงเนรมิต' นอกจากนั้นก็ยังมีร่างเลวของเทวี คือ ดุรกะ 'เข้าหาไม่ได้' กาลิ มหากาลิ (รูป) หรือยามะ 'ดำ' ชันดี 'ทารุณ' และก็ไภยราวี 'ความเกรงขาม' ยานประจำของนางเทวีคือสิงห์

เทศกาล

กาลเทศะ คราวงาน วันนักขัตฤกษ์ ฯลฯ

เทศกาลกินแจ

ฤดูกินแจตามธรรมเนียมของจีนและญวน เวลาถือศีลจะรับประทานอาหารผักอย่างเดียวเท่านั้น งานมีระยะ ๙ วัน ในปีหนึ่ง ฉลองทั้งประเทศ อย่างมีชื่อเสียงมากที่ อ. เมืองของจังหวัดภูเก็ต ร้านอาหารและภัตตาคารทั้งประเทศจะตั้งป้ายและธงสีเหลืองกับการเขียนสีแดง  (รูป) แสดงร้านขายอาหารที่ปราศจากเนื้อสัตว์และไขมันสัตว์ เชื่อถือกินแจจะทำให้บริสุทธิ์วิญญาณและจริต ผู้ศรัทธาจะร่วมมือทำความสะอาดศาลและจุดเทียน ๙ เล่มเป็นการเตรียมตัวสำหรับการมาถึงทูตสวรรค์ ๙ เทพ เพื่อแสดงการถวายตัวยังจะตั้งโคม ๙ อันบนเสาซึ่งเรียกชื่อคอเธง มีการพิธีแสดงความยินดีต้อนรับแก่พระยกองสงเท ผู้เข้าร่วมนักขัตฤกษ์จะแต่งตัวสีขาวและจะตั้งธงสีเหลืองสีแดง และก็ตั้งแท่นบูชาหน้าบ้านและร้าน (รูป) วันที่ ๖ ของงานนี้ที่ อ. เมือง จ. ภูเก็ตจะมีประเพณีการแห่ซึ่งมีพวกผู้ทรงผีที่ทำให้บริสุทธิ์เขาเองเมื่ออยู่อาการแน่นิ่งอย่างคนสิงสู่โดยผี เข้าฌานหรือทรงเจ้า พวกนั้นจะทำให้บริสุทธิ์โดยเฆี่ยนตีตนเอง แทงร่างกายและข้ามถ่านหินร้อน ผู้ร่วมคนอื่นๆ จะเดินข้ามเทียนและรับตราสีแดงบนหลังเป็นคำจีน ตลอดงานทั้งหมดมีเสียงประทัดจีนมากมาย วันสุดท้ายจะมีการแห่ยกเทพธิดา โดยปกติเทศกาลกินแจจะเริ่มในระหว่างประมาณปลายเดือนกันยายนถึงต้นเดือนตุลาคม ดูต่อแจ

เทศกาลดอกบัวตอง

ดูเทศกาลบัวตองบาน

เทศกาลบัวตองบาน

เทศกาลประจำปี จัดขึ้นตั้งแต่ตอนต้นเดือนพฤศจิกายนถึงกลางเดือนธันวาคม ที่บริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน  เป้นฤดูออกดอกไม้ป่าสีเหลืองคล้ายดอกทานตะวันแต่ขนาดเล็กกว่า มักขึ้นอยู่ตามป่าเขาสูงตอนเหนือ โดยเฉพาะบนดอยแม่อูคอที่ อ. ขุนยวม ในเทศกาลนี้มีการละเล่นและมหรสพทั้งของพื้นเมืองและร่วมสมัย มีการประกวดธิดาบัวตอง การแสดงศิลปะวัฒนธรรมชาวไทยภูเขา การแสดงสินค้าพื้นเมือง การแข่งขันกีฬาขาวดอย ฯลฯ เรียกอีกเทศกาลดอกบัวตอง

เทศน์

การแสดงธรรมสั่งสอน คำสั่งสอนหรือแสดงธรรม เปรียบกับกัณฑ์เทศน์และเครื่องกัณฑ์เทศน์

เทียฉาน (铁扇)

ภาษาจีนของ 'พัดเหล็ก' ดูต่อเทซเซน

แท่งหมึกจีน

หมึกจีนที่ทำจากเขม่าและสิ่งผสม เขม่าคือละอองดำๆ ที่เกิดจากควันไฟ ซึ่งทำให้เป็นของแข็งและแห้ง มีสภาพเป็นแท่ง เพราะอย่างนั้นสามารถขนส่งและสงวนง่ายกว่า โดยใช้น้ำนิดมาติดที่ตรงปลายแท่งหมึกและฝนบนจานฝนหมึก (รูป) สามารถกลายแท่งหมึกมาเป็นน้ำหมึกได้ หรือหยดน้ำลงบนจานฝนหมึกเพียงเล็กน้อย และจับเอาแท่งหมึกจีนตั้งฉากกับจานฝนหมึก แล้วบดแท่งหมึกกับจานนั้นอย่างหนักๆ วนเป็นวงกลมอย่างเชื่องช้า หมึกจะถูกฝนออกมาจากแท่งหมึกเรื่อยๆ จนได้น้ำหมึกที่เหนียวข้นและสีดำ มักจะใช้ในศิลปะการคัดลายมือจีน (รูป) ซึ่งตามเนื้อผ้าได้เขียนเพียงแต่ด้วยน้ำหมึกสีดำเท่านั้น แท่งหมึกจีนมักจะได้สลักตัวอักษรลงไปและทาสีทอง หรือแกะเป็นภาพเป็นลวดลายต่างๆ กัน คุณภาพของน้ำหมึกจีนที่ฝนเองจะดีกว่าหมึกขวดที่ผสมน้ำมาเรียบร้อยแล้ว สู้น้ำหมึกที่ฝนเองไม่ได้  เพราะส่วนมากจะผสมน้ำมาก เพื่อให้หมึกเหลวและคงตัวเป็นน้ำอยู่ได้นาน ดูต่อเหวินฝางซื่อเป่า (รูป)

แท่น

ที่ตั้งหรือฐาน

ไท

๑. ชื่อชนชาติที่นับถือลัทธิวิญญาณนิยมละอยู่ี่โยนกที่ประเทศจีนตะวันตกเฉียงใต้ (สิบสองพันนา) แม้ว่าตามชาติพันธุ์วิทยาไม่ใช่เป็นชาวจีน ตั้งแต่สมัยพุทธศตวรรษที่ ๑๔ ชาวไทเริ่มอพยพทีละน้อยไปทางใต้ ไปอยู่ในแคว้นต่างๆ ในเอเชียอาคเนย์ด้วยที่หุบเขาอุดมสมบูรณ์ของแม่น้ำเจ้าพระยา พวกเขานี้เป็นบรรพบุรุษก่อนของคนไทย อ่านต่อ

๒. ชื่อกลุ่มภาษา ซึ่งเป็นกลุ่มย่อยของตระกูลภาษาไท-กะได เป็นรากของภาษาไทย

ไทชี

ภาษาจีนของไทเก๊ก อีกสะกดไตชีและชื่อเต็มในภาษาจีนว่า ไทชีชวนหรือไตชีชวน

ไทชีชวน

ภาษาจีน 'มหาต่อยมวยประเสริฐ' ชื่อเต็มของไทชี ภาษาไทยรู้จักกันในชื่อไทเก๊ก อีกไตชีชวน

ไทเก๊ก

ภาษาไทยของคำภาษาจีนว่าไทชี ศิลปการรบและระเบียบการเพาะกายให้แข็งแรงและงดงามด้วยการเคลื่อนไหวช้าควบคุม มีหลายชนิดประกอบด้วยชนิดที่ใช้อาวุธหรือพัด ฯลฯ ปฏิบัติทุกวันตอนเช้าตรู่ ณ สวนลุมพินีที่กรุงเทพฯ ปฏิบัติโดยพี่และน้องทั้งสอง มักจะเป็นคนจีนหรือคนไทยเชื้อสายจีน หลายคนเชื่อกันว่า ปฐมาจารย์วิชามวยไทเก๊กคือจางซานฟง พระจีนลัทธิเต๋า (รูป) ที่มีตัวตนในประวัติศาสตร์จริงและในนิทานทั้งสอง ภาษาจีนชื่อเต็มว่าไตชีชวน บางทีสะกดไท่เก๊กหรือไทเก๊ก

ไทยพวน

ชื่อชาวไทพวกหนึ่ง พุทธศาสนานิกชนนิกายเถรวาท อาศัยอยู่ที่อีสานและที่ประเทศไทยกลางและประเทศลาว มีจำนวนประมาณ ๒๐๕,๐๐๐ คน ซึ่งแยกดีพอประมาณเท่ากันในระหว่างประเทศลาวและประเทศไทย ภาษาคล้ายคลึงกันกับภาษาชาวไทพวกอื่นๆ ทุกปีตอนต้นเมษายนชาวไทยพวนของศรีสัชนาลัยจัดขึ้นประเพณีบวชช้างหาดเสี้ยว ซึ่งมีการแห่บวชนาคด้วยช้างไปยังวัด บางทีสะกดไทพวน หรือเรียกพวนหรือลาวพวน

ไทยใหญ่

อีกชื่อหนึ่งของชาวฉาน

ไทลื้อ

ชื่อชนชาติสาขาหนึ่งซึ่งประมาณ ๒๐๐ ปีมาแล้วอพยพมาอยู่ประเทศสยามจากซีชวงบันนา (สิบสองพันนา) ที่ประเทศจีน ส่วนใหญ่ไปอาศัยอยู่ที่จังหวัดน่าน ศาสนาของพวกเขาอย่างเดียวกัระพุทธศาสนานิกายเถรวาทของไทย ที่จังหวัดไทลื้อมีอิทธิพลต่อสถาปัตยกรรมของพระพุทธศาสนา วัดแบบไทลื้อพอจำได้โดยผนังอย่างหนา หน้าต่างเล็กๆ บันไดด้วยราวสำหรับมือจับขนาดกว้าง และก็หลังคาสองหรือสามชั้นด้วยกระดานจั่วโค้ง ชาวไทลื้อสร้างเรือนสืบเนื่องกันมาทำด้วยไม้หรือไม้ไผ่ตั้งบนเสาไม้มั่นคง ที่ชั้นล่างจะมีครัวและที่ทอผ้า พวกไทลื้อมีชื่อเสียงในทางารทอผ้าทำด้วยมือ รู้จักกันด้วยในชื่อาว้าและลัวะ