บรม

ถ้อยคำซึ่งสามารถแปลได้ 'มหา' 'อย่างยิ่ง' 'ใหญ่ยิ่ง' 'ยอดเยี่ยม' 'ดีเลิศ' 'สูงสุด' 'ยิ่งยวด' ฯลฯ หากใช้เป็นคำที่เติมหน้าคำนามมันแสดงการเกี่ยวข้องกับพระราชอำนาจหรือพระพุทธเจ้า มักจะใช้พร้อมกับถ้อยคำพระ

บรมพิมาน

มหาวิมาน พระที่นั่งด้วยท้องพระโรงซึ่งสร้างในแบบฝรั่งเศส-ยุโรป อยู่ภายในพระบรมมหาราชวัง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้น สร้างเป็นตำหนักของมกุฎราชกุมาร ในปัจจุบันนี้ยังใช้เป็นระยะ เพื่อจัดหาที่พักให้แก่ผู้ทรงเกียรติ ซึ่งมาเยี่ยม นอกจากนั้นยังเป็นพระที่นั่ง ซึ่งพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดลฯ สวรรคตด้วยสาเหตุทรงต้องพระแสงปืน ณ ห้องพระบรรทมเมื่อตอนเช้าในวันที่ ๙ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๘๙ ดูต่อวิมานเมฆ

บรรดาศักดิ์

ตำแหน่งยศสูงของข้าราชการซึ่งพระราชทานโดยในหลวง เช่น หลวง พระ พระยา เจ้าพระยา ฯลฯ

บรรพชา

การบวชอย่างพระหรือนักพรตอื่นๆ

บราธนารี

ชื่อภาษาสันสกฤตของแม่พระธรณี

บริขาร

เครื่องใช้สอยของพระสงฆ์มี อย่าง คือ บาตร ไตรจีวร เข็ม มีดโกน กระบอกกรองน้ำและกลด ทุกเครื่องใช้สอยแต่ละอันเรียกอัฐบริขารในซึ่งถ้อยคำอัฐสามารถแปลได้ 'ส่วนหนึ่งในแปด' เรียกอีกสมณบริขาร

บรีฮัสปาติ

ชื่อภาษาสันสกฤต-บาลี 'เจ้าแห่งมนตร์' เทวดาอริยะในสมัยพระเวท ได้นับถือเป็นอาจารย์และนักปราชญ์เลิศ ใช้เป็นตัวอย่างอันเลิศสำหรับเทวดาอื่นๆ มีความสัมพันธ์กับดาวพฤหัสบดี

บ่วงบาศ

ของประจำตัวของพระคเณศ (รู) ใช้ต่อสู้ความประสงค์และตัณหา ภาษาสันสกฤตเรียกปาศะ

บวช

การบรรพชาของผู้ชายที่มาเป็นพระ ไปอยู่ที่วัดระยะเวลาไม่มีกำหนด ในพิธีการบวชนาคสวมเสื้อครุย ในระหว่างการแห่ไปวัดนาคห้ามกระทบพื้นดิน มักจะโดนแบกเป็นนัยพระสิทธารถซึ่งหนีบรรพชากำลังทรงม้า (รูป) หลังจากพิธีการบวชนาคจะรับไตรจีวรซึ่งเป็นเครื่องหมายแห่งความอารักขาของพระภิกษุ นอกจากคนยังสามารถบวชสิ่งสาระรับประโยชน์จากความคุ้มครองได้ เช่น ต้นไม้ซึ่งได้อารักขาป้องกันโดนเฉือนหรือตัด (รูป) เพราะมันคงจะเป็นเหมือนการฆ่าพระสงฆ์ซึ่งเป็นบาปใหญ่และไม่ดีสำหรับกรรม ที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนการบวชของเด็กชายชาวฉานหนุ่ม ฉลองทุกปีในระหว่างงานประจำท้องถิ่นปอยส่างลอง (รูป) อีกเรียกบรรพชา ดูต่อบวชหน้าไฟ

บวชช้างหาดเสี้ยว

ชื่อประเพณีงานบวชประจำปีที่ศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย จัดขึ้นตอนต้นเมษายนโดยไทยพวนที่ตำบลหาดเสี้ยว ซึ่งเป็นที่เลี้ยงช้างเพื่อให้จ้างในเรื่องการฉุดลากไม้ขอนที่จังหวัดแพร่และลำปาง บวชนาคจึงขี่ช้าง แต่งกายประกอบด้วยผ้านุ่ง ผ้าม่วง ผ้าไหม สวมเสื้อหรือเครื่องนุ่งห่มที่แพรวพราว  และสวมเครื่องประดับต่างๆ อย่างเดียวกันกับเครื่องแต่งตัวที่ใช้ในประเพณีงานบวชปอยส่างลองที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน นอกจากนั้นบวชนาคยังใส่แว่นตากันแดด ซึ่งถือเป็นเครื่องประดับชิ้นหนึ่งที่บ่งบอกถึงการที่ยังคงเป็นผู้มืดมิด เพราะยังไม่ได้ศึกษาพระธรรมวินัยไตรสิกขา การนำช้างมาร่วมในพิธีบรรพชาอุปสมบทมาจากคติความเชื่อทางพุทธศาสนาว่า พระเวสสันดร ซึ่งเป็นหนึ่งในสิบชาติ ในพระชาติสุดท้ายกอ่นที่ พระบรมโพธิสัตว์จะตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า ซึ่งพระชาตินี้จะเน้นในเรื่องกุศลของการ 'มหาบริจาค' ซึ่งกล่าวในพระสูตรว่า พระเวสสันดรประทานช้างปัจจัยนาเคนทร์อันเป็นช้างเผือกคู่บารมีที่ชาวเมืองถือว่า เป็นมงคลหัตถีแก่พราหมณ์ของประเทศเพื่อนบ้าน (รูป) หลังจากนั้นพระเวสสันดรถูกเนรเทศเสด็จไปยังป่าหิมพานต์ การบวชของบวชนาคชาวไทยพวนประกอบด้วยการถวายเครื่องเส้นเพื่อให้เด็กๆ จำสิ่งที่บิดามารดาใช้ในการเลี้ยงลูกไว้

บวชนาค

ผู้สมัครอย่ากเป็นพระภิกษุ (รูป) เรียกอีกนาค ดูต่อบวชหน้าไฟและบวช

บวชหน้าไฟ

บวชในงานศพ เป็นวิธีทำบุญให้คนตาย

บวบ

ชื่อพรรณไม้เถาล้มลุกจำพวกหนึ่งในเมืองร้อนและใกล้เขตร้อน ผลเป็นผักตระกูลแตง ผลอ่อนเก็บมารับประทานเป็นผัก ส่วนบวบที่ไม่ได้ถูกเก็บปล่อยจนแก่แห้งแล้วเนื้อหลุดหายไปเหลือแต่เส้นใยที่เรียกว่ารังบวบ จะถูกเก็บมาไว้ใช้ในการอาบน้ำ ใช้เป็นฟองน้ำขัดตัว (รูป) อีกเรียกว่า รังบวบ  ใยบวบ และซังบวบ ในภาษาอังกฤษเรียกว่า ลูฟะ (luffa, loofa หรือ loofah) เวทะเบิลสพันจ (vegetable sponge) ลูฟะสพันจ (luffa sponge) ไชนโอกระ (Chinese okra) และสพันจกอร์ด (sponge gourd)

บ้อง

ปล้องไม้ไผ่ที่ใช้เป็นช่องคล้ายกระบอก ดูต่อบ้องกัญชา

บ้องกัญชา

เครื่องสูบกัญชา มักใช้โดยชาวดอยบางคนที่ภาคเหนือ (รูป) ทำด้วยกระบอกไม้ไผ่ ข้างหนึ่งมีปล้องข้อ ด้านหนึ่งจะต้องทะลวงปล้องข้อข้างที่ใช้ดูดให้ทะลุเพื่อให้ดูดควันกัญชาได้ ค่อนไปทางปล้องต้นเจาะรูพอฝังไม้ไผ่ขนาดเล็กๆ เท่าหัวแม่มือ มีรูกลวงให้เอียงเข้าหาบ้อง (รูป) พอประมาณ เพื่อใช้เป็นที่อัดผงกัญชา เพื่อสูบกัญชาต้องเอาน้ำใสไว้ในบ้องเล็กน้อยเพื่อให้น้ำช่วยกรองควันให้ละเอียด นอกจากนั้นยังต้องเอาใบกัญชาที่หั่นเป็นเส้นอัดลงไปในเบ้าที่ทำด้วยท่อนไม้ไผ่เล็กๆ ข้างบนเจาะเป็นเบ้าเสียบอยู่บนบ้อง แล้วใช้ไฟลนเช่นเดียวกับการสูบฝิ่น

บอน

. ชื่อพรรณไม้ประดับของเมืองร้อน ชนิดคะลาเดียม (caladium) ในวงศ์อาราแซ (araceae) ซึ่งมีหลายชนิด ชอบขึ้นตามริมน้ำ ก้านแข็งและมั่น และมีใบใหญ่รูปหัวใจ โดยทั่วไปสามารถขึ้นได้สูงถึง -๒ เมตร แต่บางชนิดขึ้นได้สูงกว่านิด นอกจากนั้นยังมีชนิดเล็กกว่าด้วยชนิดบางซึ่งใบมีสี มักจะพบเป็นไม้ประดับที่สวนในเมืองร้อน ตามที่กล่าวว่า ชื่อ คะลาเดียม มาจากคำว่า คะเลดี (keladi) เป็นภาษามลายูซึ่งแปล 'แยม' คือมันชนิดหนึ่งที่รับประทานได้ ภาษาฝรั่งเศสบอนใบใหญ่เรียกโอเรเยอเดเลฟองท์เจยองท์ (oreilles d'éléphant géantes) ซึ่งแปลว่า หูช้างใหญ่ ต่ภาษาอื่นและชนิดอื่นจะมีชื่ออื่นอีก เช่น เอนเจล์วิงส์ (angel wings) ที่แปลว่า ปีกเทพดา ฮาร์ทอ็อฝจีสัซ (heart of Jesus) ที่แปลว่า หัวใจพระเยซู ที่เชียงใหม่มีภัตตาคารที่อยู่ใต้ต้นไทรและใกล้เคียงสระบอนจึงตั้งชื่อว่า บอนไซ

. ชื่อพรรณไม้ล้มลุกในเมืองร้อนชนิดหนึ่ง ชื่อตามวิทยาศาสตร์โคโลคาเสียเอสคุเล็นตะ (colocasia esculenta) ในวงศ์อาราแซ (araceae)

บอนไซ (盆栽)

ภาษาญี่ปุ่น 'ต้นไม้กระถาง' ชื่อทั่วไปของศิลปะแห่งการปลูกต้นไม้ขนาดเล็กที่เป็นพันธุ์เดียวกับไม้ใหญ่ โดยเจียนหรือเล็มรากและกิ่งก้านของมัน ต้นไม้จึงถูกบังคับไม่ให้เจริญเติบโตตามธรรมชาติ แม้่า มีชื่อภาษาญี่ปุ่นแต่จริงศิลปะนี้มาจากประเทศจีน และภาษาจีนเรียกเปนจิง (แต้จิ๋วพุ้งเก้ง) ที่สามารถแปลได้ว่า 'ทิวทัศน์ขนาดเล็ก'

บริษัทวีโอซี

ดูบริษัทอินเดียตะวันออกของฮอลันดา

บริษัทอินเดียตะวันออกของฮอลันดา

ชื่อบริษัทของประเทศฮอลันดา เป็นบริษัทระหว่างประเทศแรกเริ่มของโลก ก่อสร้าง พ.ศ. ๒๑๔๕ โดยรัฐบาลของสหรัฐเนเธอร์แลนด์ เพื่อทำการค้ากับประเทศของตะวันออกไกลและเอเซียใต้ ในภาษาดัชเรียกว่า เวอร์เอนิขเดอ โอส์ทอินดีสเยอะ ค็อมพันยี (Verenigde Oostindische Compagnie) มีชื่อเสียงด้วยคำย่อ วีโอซี (V.O.C.) เพราะคำย่อนี้เป็นภาพสัญลักษณ์ของบริษัทริษัทอินเดียตะวันออกของฮอลันดาได้จัดตั้งสถานีการค้าหลายๆ ที่ ครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. ๒๑๔๖ ที่เมืองบันตัมภาคตะวันของเกาะชวา ดังนี้บริษัทวีโอซีได้รวมขึ้นอิทธิพลและอำนาจบังคับของมันตามทางสัญจรไปมาในการค้าขายของเอเชีย ชาวฮอลันดาเดินทางเข้ามากรุงศรีอยุธยาครั้งแรกใน พ.ศ. ๒๑๔๗ เพื่อก่อขึ้นทางสัญจรไปมาในการค้าขายโดยทางบกไปยังประเทศจีน ด้วยความช่วยเหลือของพ่อค้าของท้องถิ่นที่กรุงศรีอยุธยา แต่ความปราถนาอยากได้นี้ไม่เคยได้ปฏิบัติการให้ล่วงไป พ.ศ. ๒๑๕๑ บริษัทวีโอซีได้จัดตั้งสถานีการค้าและบ้านฮอลันดาที่กรุงศรีอยุธยา  อาคารของพวกชาวฮอลันดาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยานั้นนับว่า งามและโออ่าที่สุดในราชอณาจักร พ.ศ. ๒๑๕๒ บริษัทวีโอซียังได้จัดตั้งสถานีการค้าอีกที่ที่เมืองท่าปัตตานี วันที่ ๑๒ มิถุนายน พ.ศ. ๒๑๕๐ ราชอณาจักรร่างสนธิสัญญา ซึ่งประทานชาวฮอลันดาให้สิทธิ์ผูกขาดการค้าหนังสัตว์ บริษัทวีโอซีมีกองกำลังทางทะเลหนุนหลัง และมีบทบาททางการค้าสูง ทำให้มีอำนาจต่อรองมาก จึงยังได้สิทธิ์ผูกขาดดีบุกจากนครศรีธรรมราชด้วย แต่ใน พ.ศ. ๒๑๗๙ ถูกจำกัดกิจกรรมการค้าเนื่องแต่เหตุการณ์พีคนิคอีนซิเด็นท ในซึ่งพวกชาวฮอลันดาประมาณ ๑๒ คนขี้เมาฝ่าฝืนกฏหมายนิรภัยของวัง  และประพฤติอย่างดื้อดึงและเจตนาร้ายกับคนสยามที่พบหลายคน ตรงกลางพุทธศตวรรษที่ ๒๒ การค้าขายและแลกเปลี่ยนสินค้ากับกรุงศรีอยุธยากลายเป็นธุรกิจดีมาก ให้บริษัทวีโอซีมีกำไรงามมาก  และให้โอกาสทำธุรกิจกับเมืองท่าต่างๆ ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของการค้าสามมุม โดยสามารภคบค้ากับหลายประเทศได้ ส่งสินค้าจากอยุธยา เช่น หนังสัตว์ ดีบุก ข้าว ฯลฯ ไปขายญี่ปุ่น และซื้อสินค้าของญี่ปุ่นและจีนมาขายยังเมืองท่าต่างๆ เช่น เงินจากญี่ปุ่นและสิ่งทอจากอินเดีย ขณะ พ.ศ. ๒๒๑๒ บริษัทวีโอซีมาเป็นบริษัทเอกชนที่รวยที่สุดของโลก มีเรือสินค้ามากกว่า ๑๕๐ ลำ เรือรบ ๔๐ ลำ  พนักงาน ๕๐,๐๐๐ คน และทหารในกองเรือของบริษัท ๑๐,๐๐๐ คน แม้ว่า ตรงปลายพุทธศตวรรษที่ ๒๒ ประเทศญี่ปุ่นกำหนดให้มีประกาศห้ามนำเข้าหนังสัตว์จากกรุงศรีอยุธยาเข้ามาญี่ปุ่น อย่างนี้ได้กระตุ้นอยุธยาที่จึงอนุญาตพ่อค้าจีนให้ค้าขายหนังสัตว์ด้วย ทำให้แตกสิทธิ์ผูกขาดของชาวฮอลันดา ซึ่งเป็นจุดหักเหที่ให้การค้าสามมุมจบ และทำให้เกิดการลดลงของสถานีการค้าฮอลันดาที่อยุธยา ซึ่ง พ.ศ. ๒๒๘๔ ถูกปิดเนื่องจากการขาดทุนยิ่งใหญ่ แต่การค้ายังดำเนินต่อไปและ พ.ศ. ๒๒๙๐ สถานีการค้าฮอลันดาที่อยุธยาได้เปิดใหม่ ในช่วงพุทธศตวรรษที่ ๒๒-๒๓ กษัตริย์ยุธยามีพระบรมราชโองการให้บริษัทวีโอซีจัดหาทหารในกองเรือของบริษัท (ซึ่งไปด้วยป้องกันเรือฮอลันดา ทำสงครามกับพวกเรือโจรสลัดและคู่แขงทางการค้า) ช่วยกษัตริย์ยุธยาทำสงครามเพื่อแลกเปลี่ยนกับอภิสิทธิ์ทางการค้า นอกจากนั้นกษัตริย์ยังทรงรับสั่งให้บริษัทวีโอซีจัดหาช่างไม้ฮอลันดาต่อเรือแบบฝรั่งให้ ใน พ.ศ. ๒๓๑๐ ก่อนสงครามครั้งเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่สอง บริษัทวีโอซีได้อพยพคนและสินค้าลงเรือออกไปจากอยุธยา และบ้านฮอลันดากลายเป็นค่ายของชาวจีนที่ต่อสู้กับพม่า เนื่องจากการลดลงของความต้องการแห่งน้ำตาลจากประเทศอินโดนีเซีย ด้วยการเพิ่มขึ้นของการแข่งขันในทางการค้าทั่วโลก และการอิ่มตัวของตลาดในทวีปยุโรป บริษัทวีโอซีเริ่มมีปัญหาทางการเงิน ซึ่งทำให้ล้มละลาย ใน พ.ศ. ๒๓๔๓ บริษัทอินเดียตะวันออกของฮอลันดาจึงทำให้ละลายทางการ

บะหมี่

ชื่ออาหารของจีนชนิดหนึ่งที่ทำด้วยแป้งปนไข่เป็นสีเหลือง หั่นเป็นเส้นเล็กๆ แบนยาว แล้วม้วนเป็นก้อนกลม ดูต่อก๋วยเตี๋ยว

บังแทรก

หนึ่งในบรรดาราชกกุธภัณฑ์รูปคล้ายตาลปัตร

บั้งไฟพญานาค

ปรากฎการณ์ประจำปีที่แม่โขงที่จังหวัดหนองคาย ปรากฎขึ้นวันเพ็ญที่ ๑๕ เดือน ๑๑ เมื่อออกพรรษา ลูกไฟที่ไม่มีเสียง ไม่มีควันและไม่มีกลิ่นพุ่งจากแม่น้ำบริเวณลึกที่สุดของแม่โขงด้านประเทศลาว ลอยขึ้นบนท้องฟ้าจนในที่สุดระเหยในความมืดแห่งเวลากลางคืน บางครั้งจะพุ่งสูงประมาณ ๑๐ ถึง ๓๐๐ มเตร บางปีมีลูกไฟจำนวนน้อย แต่ พ.ศ. ๒๕๔๒ มีเกือบ ๓,๕๐๐ ลูกที่สามารถนับได้ บางคนอ้างบั้งไฟเป็นปรากฎการณ์ธรรมชาติ บางคนเชื่อถือลูกไฟเป็นบั้งไฟพญานาคซึ่งตามตำนานอาศัยแม่น้ำ นอกจากนั้นยังมีคนที่เห็นว่า ลูกไฟทำด้วยโดยมนุษย์ ปัจจุบันนี้ยังไม่ได้พิสูจน์ตรวจสอบความถูกต้องในทางวิทยาศาสตร์ซึ่งอธิบายปรากฎการณ์แปลกประหลาดนี้ มีนิทานของสมัยโบราณก่อนว่า เมื่อพระพุทธเจ้ากลับมาจากสวรรค์ดาวดึงส์ตอนท้ายพรรษา พญานาคและพวกสาวกแสดงความยินดีต้อนรับโดยพ่นลูกไฟขึ้นบนท้องฟ้า

บังสุกุล

๑. ผ้าที่พระภิกษุชักจากศพ ผ้าภูษาโยงที่ต่อจากศพ ที่ทอดไว้หน้าศพ

๒. การสวดมนต์ส่งวิญญาณไปสวรรค์ เป็นบทสวดศพซึ่งสวดโดยพระภิกษุ

บังสูรย์

หนึ่งในบรรดาราชกกุธภัณฑ์ซึ่งใช้บังแดดในการพิธีแห่

บัณเฑาะว์

ชื่อกลองเล็กขนาดมือถือชนิดหนึ่งที่มีสองหน้า บรรเลงโดยแกว่งให้ลูกตุ้มที่ติดกับตัวกลองผูกตุ้มห้อยลงมาทางหน้ากลอง ใช้แกว่งให้ตุ้มแกว่งกระทบหน้ากลองทั้ง ๒ ข้าง ใช้ในพิธีซึ่งเป็นของพราหมณ์

บันทาย

ถ้อยคำภาษากัมพูชาสำหรับวัดขอมที่มีป้อมปราการเป็นกำแพง

บัลลังก์

ที่นั่งของประมุขหรือแท่นประทับของพระมหากษัตริย์

บัว

๑. ชื่อพืชที่เกิดในน้ำชนิดหนึ่ง มีใบลอยและดอกไม้ที่มีสีต่างๆ อยู่ในวงศ์นิมแซ (nymphaeaceae) เป็นวงศ์เดียวกันกับบัวหลวง สามารถเห็นได้บ่อยในบ่อน้ำที่วัด สีดอกไม้นี้ต่างกันได้ เป็นสีขาว (รูป) สีชมพู (รูป) สีม่วง หรือสีคล้ายคลึงกัน

๒. ชื่อคิ้วลวดลายที่ทำเป็นกะบังออกมาเหนือหรือใต้เสา ประตู หน้าต่าง ฯลฯ ที่วัดไทยมักจะมีรูปร่างแบบบัวหลวง (รูป) ภาษาอังกฤษเรียกคอร์นิซ (cornice) หรือกาปิตัล (capital)

๓. คำย่อของบัวหลวง

บัวผุด

ชื่อพืชชนิดหนึ่งซึ่งเป็นดอกไม้ที่ใหญ่ที่สุดในโลก เส้นผ่าศูนย์กลางกว้างถึง ๑ เมตร เติบโตเฉพาะในป่าทึบเขตร้อนที่มีฝนตกมากของบริเวณเอเชียอาคเนย์เท่านั้นและสามารถพบได้ที่อุทยานแห่งชาติเขาสก (รูป) ที่ภาคใต้ของประเทศไทยและก็ที่รัฐซะราวัคในเกาะบอร์เนียวและที่เกาะสุมาตราในประเทศอินโดนีเซีย บัวผุดเป็นพืชกาฝากที่อาศัยกินจากต้นไม้อื่น ไม่มีรากแต่อาศัยและก็ดูดอาหารจากเถาวัลย์สกุลเททวาซทีกมะ (tetvastigma) ดอกตูมสามารถเติบโตได้ถึงขนาดลูกฟุตบอล ออกดอกตั้งแต่เดือนตุลาคมถึงเดือนธันวาคมแต่บานเพียง ๒-๓ วันต่อปีตามธรรมดาในเดือนมกราคมหรือกุมภาพันธ์ หลังจากนั้นดอกแห้งและตาย ไม่มีทางรู้ว่า เมื่อไรและที่ไหนจะออกดอกใหม่ กลิ่นเหม็นรุนแรงเหมือนกลิ่นซากศพซึ่งดึงดูดแมลงวันที่มาผสมเกสรดอกไม้ ภาษาอังกฤษเรียกแรฟเฟลเสีย (rafflesia) ตามชื่อเซอร์ซแทมโฟร์ดแรฟเฟลส (Sir Stamford Raffles) ชาวอังกฤษผู้ตั้งสิงคโปร์ได้แนะนำบัวผุดให้เป็นที่รู้จักแก่ชาวตะวันตกในพุทธศตวรรษที่ ๒๔

บัวลอย

๑. ชื่อขนมทำด้วยแป้งข้าวเหนียว ต้มในน้ำกะทิผสมน้ำตาล

๒. ชื่อเพลงไทย

บัววิคโตเรีย

พืชบัวจำพวกของเมืองร้อน มีใบใหญ่ บางครั้งออกดอกสีขาวซึ่งแห้งและตายในระยะ ๒๔ ถึง ๔๘ ชั่วโมง ภาษาละติน-อังกฤษเรียกวิคโตเรียเรเจีย (victoria regia) หรือฝิคโทเรียะแอมมะซอนะ (victoria amazona)

บัวหลวง

ชื่อดอกไม้ชนิดหนึ่งซึ่งเป็นพืชของประเภทบัว (รูป) ศักดิ์สิทธิ์ในพวกแขกที่นับถือศาสนาฮินดู มีความสัมพันธ์กับการประสูติของพระพุทธเจ้า ใช้ในทางอุปมาในศิลปะของพระพุทธศาสนาและศาสนาฮินดู มักจะแสดงเป็นบัวหลวงทองคำ (รูป) ตามประวัติของฮินดูมีบัวหลวงทองคำโผล่ออกจากนาภีพระวิษณุ (รูป) และตามพุทธประวัติพระสิทธารถเดิน ๗ ก้าวด้วยตนเองโดยทันทีหลังการประสูติกรรมและด้วยทุกก้าวขาที่พระองค์ได้แตะพื้นดินจะมีดอกบัวหลวงเกิดขึ้น (รูป) อกจากนั้นบัวหลวงยังเปรียบกับโพธิญาณ เพราะโผล่จากโคลนและงอกถึงแสงตะวันเหมือนพุทธศาสนาสามารถยกมันเองจากชีวิดร้ายและขึ้นไปถึงระโพธิญาณได้ กลีบดอกบัวหลวงเป็นเครื่องหมายแห่งอริยสัจสี่และหนทางแปดซึ่งพระพุทธเจ้าเผยแก่โลก กลีบเปิดแสดงแก่นและเมล็ดซึ่งเป็นเชิงเปรียบเทียบกับชีวิตใหม่ ฐานพระพุทธรูปมักทำด้วยเป็นรูปบัวหลวง (รูป) และเมื่อไหว้จะประนมมือในรูปดอกบัวหลวงที่ยังไม่บาน (รูป) บางส่วนสามารถรับประทานได้ เช่น ราก (รูป) และเมล็ด (รูป) รากใช้ทำเครื่องดื่มซึ่งบำรุงกำลังกายและกำลังใจและเรียกน้ำรากบัว มีคำกล่าวว่า น้ำรากบัวแก้แผลพองในปาก รูปเมล็ดัวเหมือนรูปเมล็ดต้นโอ๊ก อยู่ในหัวหรือฝักบัวที่มีรูปเป็นกรวย (รูป) ก่อนจะกินต้องปอกเปลือกสีเขียวของเมล็ดและปลดหน่อเล็กที่อยู่ในใจกลางออกเพราะรสค่อนข้างขม เมล็ดัวและฝักบัวสามารถซื้อได้ที่ตลาดนัดทั้งประเทศ แต่เมล็ดสีนวลและยอดสีน้ำตาลอ่อนที่ปอกแล้วมักจะพบให้ขายทั้งก้อนที่เยาวราช จ. กรุงเทพฯ ใบบัวขนาดใหญ่ มีลักษณะกันน้ำได้ จึงลักษณะผิวได้เลียนและใช้ในทางวิธีการต่างๆ ภาษาอังกฤษเรียกโลทัซ (lotus)

บัวหลวงทองคำ

ชื่อบัวหลวงซึ่งเติบโตจากนาภีพระวิษณุเมื่อทรง บรรทมสินธุ บนพญานาค (รูป) และเป็นอาสน์ของพระพรหม (รูป) อกจากนั้นยังเป็นอุปมาในพระพุทธศาสนาและแสดงบ่อยในศิลปะ

บาเขง

ภาษากัมพูชา ชื่อวัดซึ่งอุทิศพระศิวะ สร้างขึ้นโดยพระเจ้ายโสวรมันที่ สมัยพุทธศตวรรษที่ ๑๕  ที่อังโคร์นครหลวงของอาณาจักรเขมร

บาง

ถิ่นริมน้ำหรือทางน้ำเล็กๆ สามารถพบได้บ่อยเป็นชื่อสถานที่ในภูมิศาสตร์ เช่น บางกอก บางละมุง ฯลฯ

บางกอก

. ชื่อต่างประเทศของกรุงเทพฯ ชื่อนี้าจากบางและมะกอก (ต้นพลับชนิดหนึ่ง) และอ้างอิงแห่งซึ่งในอดีตมีต้นพลับมากและตั้งอยู่ทางเหนือจากรัตนโกสินทร์

. ชื่อต่างประเทศของแบบศิลปะอย่างหนึ่งของสมัยรัตนโกสินทร์

บางปะอิน

ชื่อพิพิธภัณฑสถานเป็นการเปิดเผย อยู่ห่างจากอยุธยาประมาณ ๒๐ กิโลเมตร เป็นบริเวณแบบสวนที่มีกลุ่มตึกตำหนัก พระที่นั่ง ฯลฯ ในแบบสถาปัตยกรรมต่างๆ (รูป) ชื่อบางปะอินเกี่ยวข้องกับกษัตริย์สมัยอยุธยาก่อนที่ได้พบกับ (ปะ) ผู้หญิงสาวชื่ออินที่บางในบริเวณนี้

บางระจัน

ชื่อค่ายที่ จ. สิงห์บุรีตอนท้ายสมัยอยุธยาซึ่งใน พ.ศ. ๒๓๑๐ มีผู้กล้าหาญ เป็นกลุ่มจำนวนน้อย (รูป) ตั้งค่ายป้องกันจากข้าศึกพม่าที่จะมาตีกรุงศรีอยุธยาเป็นระยะเวลา ๕ เดือนก่อนถูกปราบพ่ายแพ้ ซึ่งเข้ากับสุภาษิตที่ว่า 'น้ำน้อยย่อมแพ้ไฟ' เหตุการณ์ที่บางระจันแสดงให้เห็นถึงความกล้าหาญของบรรพบุรุษชาวไทยและเป็นที่โจทย์ขานกันจนถึงรุ่นลูกรุ่นหลานเรื่องของการต่อสู้กันซึ่งชำระด้วยเลือด กล่าวคือ 'เลือดเนื้อชาติเชื้อไทย' และ 'สละเลือดทุกหยาดเป็นชาติพลี' เป็นวาทซึ่งยังใช้ในเพลงชาติไทย อีกเรียกบ้านระจัน

บาดาล

ดูนรก

บาตร

ภาชนะสำหรับใส่อาหารของพระภิกษุ (รูป) ใช้มาแล้วมากกว่า ๒,๕๐๐ ปีและยังใช้โดยพระภิกษุในปัจจุบันนี้เมื่อออกบิณฑบาตรตอนเช้ามืด วิธีสร้างบาตรกินเวลามากยอมให้สร้างสำเร็จเฉพาะ ๒-๓ บาตรต่อวันเท่านั้น ประกอบด้วยแผ่นโลหะ ๘ ท่อนซึ่งเป็นนัย ๘  ซี่ล้อของธรรมจักรและของหนทางแปด (รูป) โลหะท่อนแรกเคาะกลายเป็นร่างกลมทำกรอบ ต่อไปมีอีกสามท่อนซึ่งเคาะมาเป็นเค้าโครงโค้งรูปคล้ายกากบาทที่ทำสำเร็จโดยประกอบด้วยอีก ๔ ท่อนเป็นรูปสามเหลี่ยมทำด้าน ต่อไปบาตรประสานในเตาและก็ทำให้เกิดรูปร้างขึ้น ทีหลังขัดและทำให้ร้อนอีกหลายครั้งทำหน้าให้เป็นราบและแสงสว่าง (รูป) ในปัจจุบันนี้ยังมีโรงทำบาตรที่กรุงเทพฯ ซึ่งเรียกบ้านบาตรและอยู่ที่บริเวณถนนบำรุงเมืองเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย

บาติก

ถ้อยคำภาษาอินโดนีเซีย วิธีหรือเทคนิคการย้อมสีสิ่งทอด้วยมือโดยใช้ขี้ผึ้งเป็นตัวปกคลุมส่วนที่ไม่ต้องการย้อม หลังจากย้อมสีแล้วจะเอาขี้ผึ้งออกโดยต้มผ้า ต้องทำกรรมวิธีนี้หลายครั้งเพื่อบรรลุผ้าลวดลายหลายสี (รูป) อีกสามารถสะกดได้บะทีค

บาท

๑. มาตราเงินของไทย ๑๐๐ สตางค์เป็น ๑ บาท เหรียญกษาปณ์สำคัญคือ ๑ บาท (รูป) ๕ บาท (รูป) และ ๑๐ บาท (รูป) แม้ว่า นอกจากนั้นยังมีเหรียญกษาปณ์ ๒ บาทและ ๒๐ บาทซึ่งออกมาเป็นเหรียญสะสม เหรียญกษาปณ์ที่ใช้กันอยู่ในเวลาปัจจุบันและที่มีค่าน้อยกว่า ๑ บาทคือ ๒๕ สตางค์ (รูป) และ ๕๐ สตางค์ (รูป) อีกเรียกทีคัล

๒. หน่วยวัดน้ำหนักเท่ากับ ๑๕ กรัม ใช้โดยคนขายทองคำและโดยผู้ผสมยาหรือเภสัชกร

๓. ส่วนหนึ่งของบทแห่งคำประพันธ์

๔. ราชาศัพท์ 'เท้า' เช่น ถ้อยคำฉลองพระบาท

บ้านคำเที่ยง

ชื่อบ้านของโบราณซึ่งสร้างขึ้นที่เชียงใหม่ มากกว่า ๑๕๐ ปีที่แล้ว มาเป็นพิพิธภัณฑสถานและเจ้าของบริจาดแก่วงผู้ดีสยามซึ่งในภาษาเรียกสยามโซะไซเอะท (Siam Society) ซึ่งสร้างบ้านคำเที่ยงใหม่ที่กรุงเทพฯ ซอยอโศก ถนนสุขุมวิท พิพิธภัณฑสถานอวดสิ่งของและเครื่องใช้ของชาวนาและชาวประมงไทย และก็สวนมีดอกไม้และต้นไม้หลายชนิดของไทย

บ้านจิมทอมป์สัน

ชื่อบ้านที่ตั้งอยู่ฝั่งกลองที่กรุงเทพฯ และทำด้วยไม้สัก ประกอบด้วยเรือนแบบไทยสืบเนื่องกันมา ๖ หลัง (รูป) สร้างใหม่จากเรือนไทยเก่าที่อยู่แล้ว สร้างใหม่โดยสถาปนิกและเจ้าไหมไทยชาวอเมริกาชื่อจิมทอมป์สัน สร้างตามการปฏิบัติแท้จริงและขนบธรรมเนียมเหมือนผู้สร้างมาก่อนประกอบด้วยประเพณีและพิธีในทางศาสนาทั้งหมด หลังส่วนใหญ่เก่ากว่า ๒๐๐ ปี รื้อเป็นชิ้นที่ต่างจังหวัดและย้ายไปที่ที่ตั้งปัจจุบัน บางเรือนมาจากห่างไกลเท่าที่ จ. อยุธยา นอกจากนั้นบ้านจิมทอมป์สันยังมีสวนงดงามด้วยและก็มีการสะสมยาวยืดของเบญจรงค์ ลายคราม เครื่องถ้วยชามและวัตถุที่มนุษย์ทำขึ้นอื่นๆ

บ้านเชียง

ชื่ออายรธรรมก่อนประวัติศาสตร์ที่อีสาน มีชื่อเสียงในเรื่องวิชาผสมโลหะสัมฤทธิ์และเครื่องดินเผา การขุดเกี่ยวกับโบราณคดีที่บ้านเชียง ได้ถูกเปิดเผยขึ้นหม้อหรูหราที่แสดงลวดลายแบบน้ำวนที่ได้เขียนวาดในสีสนิมบนพื้นค่อนข้างเหลืองอ่อน สิ่งนี้คือหลักฐานพลที่เมืองท้องถิ่นบ้านเชียงสามารถทำศิลปวัตถุอย่างเก๋ได้ วัตถุสัมฤทธิ์บางอันซึ่งได้พบที่บ้านเชียงมาจากสมัยประมาณ ๓๐๐๐ ก่อนคริสต์ศักราช จึงอาจจะเป็นอารยธรรมสมัยโลหะสัมฤทธิ์ที่แรกในโลกก็เป็นได้

บ้านน้ำ

แท่นเล็กๆ มีหลังคาทำด้วยไม้เครื่องมุงไม้ ใช้ตั้งภาชนะน้ำสำหรับแขกผู้มาเยือนยังบ้านและผู้ที่เดินผ่านไป ในอดีตเรือนหลายๆ หลังที่ชนบทมีบ้านน้ำ ก่อนสร้างบ้านน้ำเจ้าของที่ ทำพิธีซึ่งเรียก 'พิธีการเรียกแม่พระธรณี' โดยปกติจะมีหม้อน้ำ ๓ หรือ ๕ ใบ ๓ ใบเป็นเครื่องหมายแห่งไตรปิฎกและ ๕ ใบหมายถึงพระพุทธ ๕ องค์ คือ ๔ องค์ของอดีตและอีกองค์หนึ่งของภาคหน้าที่ยังไม่มาซึ่งเรียกพระเมตไตรย ในปัจจุบันนี้ยังสามารถเห็นบ้านน้ำได้แต่หลังคามักจะทำด้วยมุงกระเบื้องและตั้งหม้อน้ำจำนวนเท่าไรก็ได้ตั้งแต่หนึ่งใบเป็นต้นใบ

บานบุรีม่วง

ไม้เลื้อยชนิดหนึ่งที่เขียวอยู่ตลอดปี ดอกไม้รูปกระเปาะสีแดงเรื่อม่วง ชื่อภาษาละตินแอละแมนดะไฝโอะละเซยา (allamanda violacea)

บ้านพิพิธภัณฑ์

ชื่อพิพิธภัณฑสถานซึ่งก่อสร้างโดยสมาคมกิจวัฒนธรรม เพื่อจัดแสดงสิ่งของเครื่องใช้ที่เกี่ยวเนื่องกับวิถีชีวิตของชาวเมืองในอดีตแต่เก่าก่อน ตัวตึกไม่ใช่สถาปัตยกรรมแบบโบราณแต่ภายในมีวัตถุจากสมัยต่างๆ เช่น เครื่องใช้เก่าและทรัพย์สมบัติส่วนตัวเก่า  รูปถ่ายอย่างสีน้ำตาลแก่ แผนที่ไทยของโบราณ ฯลฯ ภาษาอังกฤษเรียกเฮาสอ็อฝมิวสีอัมส (House of Museums)

บ้านระจัน

ดูบางระจัน

นา

ชื่อภาษาสันสกฤต อสุราซึ่งต่อสู้พระกฤษณะ นอกจากนั้นเป็นโอรสพาลี ภาษาไทยมักจะสะกดพาณา

บาปวน

. ชื่อกัมพูชา วัดเขมรที่อังโคร์ เมื่อพุทธศตวรรษที่ ๑๖

. ถ้อยคำกัมพูชา แบบศิลปะเขมรอย่างหนึ่งที่อังโคร์ เมื่อพุทธศตวรรษที่ ๑๖

บายอน

. ชื่อกัมพูชา ปราสาทเขมรที่นครธม สร้างขึ้นรัชสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ มีหอสูงแบบปรางค์ ๓๗ องค์ที่ยังยืนอยู่ ปรางค์ส่วนมากมีรูปสลักศิลาพระพักตร์ขนาดมหึมาประดับอยู่ทั้งสี่ด้าน และซึ่งหันไปทางจตุรทิศที่ปราสาทบายอน เชื่อกันว่า แต่เดิมปรางค์รูปพระพักตร์มีทั้งหมด ๕๔ ปรางค์ โดยดูจากผังของปราสาท นักวิชาการยังเถียงกันว่า รูปพระพักตร์เป็นใบหน้าของใคร แต่ส่วนใหญ่มักจะคิดว่า เป็นพระพักตร์ของพระโลเกส์วาระ พระโพธิสัตว์แห่งความเมตตาในพุทธศาสนาลัทธิมหายาน หรือน่าจะหมายถึงเป็นรูปพระพักตร์ที่การรวมกันของใบหน้าพระเจ้าชัยวรมันที่ ๗ กับใบหน้าพระพุทธเจ้า จึงเป็นพุทธราชา ปราสาทบายอนเคยเป็นราชวัดสำหรับพิธีการของพระเจ้าชัยวรมันที่ ๗ และมาเป็นที่สุดยอดแห่งความมีชื่อเสียงของพระองค์ในทางการสร้างวัด เพราะการสร้างของปราสาทโดยทีละน้อยใช้ชั่วเวลามากกว่าร้อยปี ปราสาทบายอนดูเหมือนเป็นสถาปัตยกรรมที่ยุ่งเหยิงหน่อย ที่กำแพงข้างนอกของระเบียงชั้นล่างสุดและยังที่กำแพงชั้นบนสุด ที่ชั้นที่มีรูปสลักศิลาพระพักตร์ขนาดใหญ่ จะมีภาพจำหลัก กำแพงด้านทางใต้มีรูปแกะสลัก ที่แสดงภาพจากยุทธนาวีที่ทะเลสาบต็วนเลซาบในระหว่างชาวเขมรและกองทัพชาวจาม แต่ไม่แน่นอนภาพนี้แสดงการบุกเมืองพระนครโดยกองทัพชาวจามเมื่อ พ.ศ. ๑๗๒๐ หรือมันแสดงการรบอื่นทีหลังซึ่งชาวเขมรได้ชัยชนะ รูปแกะสลักที่อื่นๆ ยังแสดงภาพของชีวิตสามัญของชาวเขมรสมัยนั้น เช่น ตลาดนัด การคลอด การชนไก่ ฯลฯ

. ถ้อยคำกัมพูชา แบบศิลปะเขมรอย่างหนึ่งที่ เมื่อพุทธศตวรรษที่ ๑๗ และแต่ต้นพุทธศตวรรษที่ ๑๘

บายศรี

ภาชนะใส่เครื่องบูชาในพิธีทำขวัญ ประกอบด้วยข้าวขวัญบนพานที่อยู่ใต้ดอกไม้ ใบไม้พับที่เป็นรูปทรงกรวย บางครั้งจะมีไข่ต้มอยู่บนยอด (รูป) ถวายในระหว่างพิธีสมรสและงานพิธีฤกษ์งามยามดี

บารพตี (पार्वती)

ภาษาสันสกฤต ชื่อฌัคติของพระศิวะในร่างใจเย็นและสง่าและมารดาของพระคเณศ (รูป) เขามีชื่ออีกหลายชื่อ เช่น อุมาและเทวี ในภาษาสันสกฤตเรียกพารวาติซึ่งสามารถแปลได้ธิดาแห่งภูเขา

บาราท

ภาษาสันสกฤต ชื่อทางการก่อนของประเทศอินเดีย

บาราย

ถ้อยคำภาษาอังกฤษ-กัมพูชา บ่อ อ่างเก็บน้ำหรือสระซึ่งขุดโดยมนุษย์

บาลรามะ (बलराम)

ภาษาสันสกฤต ชื่อพี่ชายพระกฤษณะซึ่งเป็นอวตารของพระวิษณุ

บาลาหา

ภาษาสันสกฤต ชื่อม้าซึ่งพ่อค้าสำฮาละช่วยชีวิต มันเป็นจุติมาก่อนของพระโพธิสัตว์

บาลี

ชื่อภาษาโบราณที่มาจากภาษาสันสกฤตและจารึกพระพุทธศาสนานิกายเถรวาท เดิมเป็นภาษาของคนในประเทศมคธ ตรงกันข้ามภาษาสันสกฤตซึ่งจารึกพระพุทธศาสนานิกายมหายาน

บาวลี

ภาษาสันสกฤต บ่อน้ำเป็นมุมฉากที่ล้อมโดยขั้นบันได

บาวานี (भाविनी)

ชื่อภาษาสันสกฤต ผู้เนรมิตเป็นสตรี ร่างเมตตากรุณาของนางเทวีมเหสีของพระศิวะ

บาหลี

ชื่อเกาะหนึ่งของประเทศอินโดนีเซีย

บิณฑบาตร

ภาชนะใส่ข้าว พระภิกษุไทยคือภิกขาจารที่ออกรับอาหารใส่บาตร เฉพาะฉันจังหันซึ่งได้ถวายและฉันเพล พระออกบิณฑบาตรเท้าเปล่าแต่เช้าหลังเวลาพระอาทิตย์ขึ้น (รูป) ภิกษุออกบิณฑบาตรเท้าเปล่า บิณฑบาตรเป็นวิธีการนิยมที่ให้ฆราวาสมีโอกาสทำบุญ อีกสะกดบิณฑบาต ดูต่อตักบาตร

บิมบา

ชื่อภาษาสันสกฤตของพระราชภรรยาพระสิทธารถ บิมบาและพระสิทธารถมีโอรสชื่อราหุละเมื่อพระองค์อายุ ๒๙ พรรณษา บิมบาคือธิดาพระสุพระพุทธที่เป็นเจ้าผู้ครองคฤหาสน์ชื่อเทวาตะและที่เป็นพี่ร่วมบิดามารดาของพระนางมหามายาซึ่งมรณภาพก่อน รู้จักด้วยในชื่อโกปะและยโฉดาระ

บิลฮัรเชีย (bilharzia)

ชื่อโรคซึ่งเกิดจากสาเหตุโดยพยาธิตัวแบนเล็กจนมองด้วยตาเปล่าไม่เห็น ซึ่งโพรงทะลุหนัง ต่อมาพยาธิตัวนี้เคลื่อนโดยทางเส้นโลหิตไปอยู่ในตับ ที่นั่นพยาธิออกไข่ซึ่งเดินทางต่อโดยทางเส้นโลหิตและไปอาศัยอยู่ในลำไส้และกระเพาะปัสสาวะที่ซึ่งพวกมันทำให้เกิดเจ็บปวดท้องสาหัส ชนวนส่วนใหญ่ของโรคติดต่อนี้คือการว่ายน้ำในน้ำที่มีเชื้อโรคและการกินปลาหรือทากที่หุงต้มไม่สุก ด้วยเหตุที่ปลาและทากมักจะเป็นพาหของพยาธิอย่างนี้ บริเวณ จ. สกลนคร ที่อีสานมีชื่อเสียงในเรื่องโรคบิลฮัรเชียสกลนครเป็นแห่งที่มีโรคบิลฮัรเชียที่มากที่สุดในโลก มีชื่อเรียกอีกอย่างว่า โรคพยาธิใบไม้เลือด

บุ้งกี๋

ชื่อภาชนะที่รูปร่างเป็นกระพุ้งคล้ายอุ้งมือหรือรูปพลั่ว มักจะสานด้วยตอกไม้ไผหรือหวายอย่างหยาบ มีขอบ มีหูสองหูสำหรับจับ ใช้สำหรับตักหรือโกยสิ่งต่างๆ อย่างเช่น หิน ทราย ดิน ฯลฯ หรือหาบบ่าเพื่อขนส่งอิฐหรือวัสดุก่อสร้างอื่นๆ เช่น ปูนสอ ฯลฯ นอกจากนั้นยังใช้โดยชาวสวนสำหรับใส่ต้นกล้าหรือพืชผลต่างๆ เช่นหอม เพื่อนำไปเพาะปลูก

บุญ

กุศลหรือกรรมดีซึ่งพุทธศาสนานิกชนทำเพื่อได้คุณความดี เช่น ตักบาตร จำศีล ฯลฯ และเรียกทำบุญ

บุรี

ถ้อยคำซึ่งมักจะใช้ต่อท้ายในชื่อเมืองและสามารถแปลเมืองได้ บางครั้งใช้เป็นคำที่เติมหน้าชื่อเมือง

บุรีรัมย์

ภาษาไทย-ขอม 'เมืองที่สุขสำราญ' ชื่อจังหวัดและอำเภอเมืองใหญ่ที่อีสาน (แผนที่) ซึ่งมีพลเมืองประมาณ ๓๐,๐๐๐ คน อำเภอเมืองตั้งขึ้นห่าง ๔๑๐ กิโลเมตรจากกรุงเทพฯ และจังหวัดติดประเทศกัมพูชา จังหวัดปัจจุบันตั้งเป็นเมืองในสมัยรัชกาลพระรามที่ ๕ โดยรวบรวมเมือง เก่าของขอมโบราณหลายเมืองเข้ามารวมไว้ด้วยกัน เมื่อ พ.ศ. ๒๔๔๑ จังหวัดบุรีรัมย์มี ๒๑ อำเภอและ ๒ กิ่งอำเภอ สถานที่ที่น่าสนใจประกอบด้วยสถานที่อันพึงเคารพโบราณหลายที่ เช่น ปราสาทขอมพนมรุ้ง ฯลฯ

บุษบก

เรือนขนาดเล็กซึ่งเคลื่อนที่ได้ ทำด้วยไม้สลักปิดทอง มีหลังคายอดแหลมซึ่งพยุงโดยเสาสี่เล่ม

บูชา

ให้ด้วยความนับถือ โดยเฉพาะในทางเทพเจ้า ดูต่อปูจา

บูรพา

ทิศตะวันออก เป็นทิศซึ่งปกป้องโดยโลกบาลพระอินทร์ ดูต่ออีกด้วยอุดร อีสาน อาคเนย์ ทักษิณ หรดี ประจิมและพายัพ

เบคี

ภาษาสันสกฤต แผ่นหินกลมแบนใต้อามะลากะ (รูป) ของยอดวัดแขกในแบบอินเดียเหนือ

เบง

ภาษากัมพูชา 'บ่อน้ำ' หรือ 'แอ่ง'

เบญกาย

ภาษาสันสกฤต ยักษ์และลูกพิเภกโหรหลวงประจำของกรุงลงกาและนางตรีชดาในเรื่องรามเกียรติ์ เบญกายได้เรียนรู้อำนาจวิเศษจากบิดาของเขา เมื่อทศกัณฐ์เร่งเร้าให้เบญกายใช้อำนาจวิเศษแปลงกายมาเป็นนางสีดา ตามเค้าโครงเรื่องเบญกายแปลงเป็นศพนางสีดา ตายลอยน้ำใกล้ค่ายวานรของพระรามเพื่อลวงพระรามให้เข้าใจผิด จึงปรารถนาพระรามจะหยุดการสืบหาที่รักของเขาและจบการต่อสู้กับยักษา นางเบญกายไปหานางสีดาซึ่งถูกจับกุมให้รู้ร่างกายของเธอก่อนจะแปลงกายเป็นนางสีดาเอง แต่กระนั้นอุบายไม่ยังผลด้วยความสังเกตแหลมของหนุมาน จึงไล่เบญกายส่งกลับไปลงกา

เบญจมบพิตร

ดูวัดเบญจมบพิตร

เบญจรงค์

บาลี-ภาษาสันสกฤตที่แปลว่า 'ห้าสี' เป็นชื่อเครื่องถ้วยชามทาเคลือบอย่างหนึ่งซึ่งประกอบด้วยระบายสีห้าสีบนสีพื้นเป็นสีที่หก เดิมทำขึ้นที่ประเทศจีนส่งออกไปขายที่ประเทศไทย แต่ต่อมาทำขึ้นที่ประเทศไทยเองด้วยสัญลักษณ์ลวดลายแบบไทย เบญจรงค์ปรากฏขึ้นครั้งแรกสมัยอยุธยาตอนหลัง ยืดเยื้อจนกระทั่งรัชกาลพระรามที่ ๕ เมื่อการออกแบบยุโรปที่นิยมชมชอบมาแทนเบญจรงค์ ต่อมามักจะระบายสีจำนวนน้อยกว่า และมักจะวาดลวดลายบนพื้นสีขาว (รูป) แต่วิธีปฏิบัติหัตถกรรมเหลืออยู่เหมือนเดิม (รูป) และยังใช้ชื่อเบญจรงค์ (รูป)

เบี้ย

. ชื่อเปลือกหอยหลังนูนท้องแบน สมัยโบราณใช้เป็นวัตถุกลางสำหรับซื้อจ่ายสิ่งของ แทนเงินตรา มีค่าร้อยเบี้ยในหนึ่งอัฐ

๒. เค้าที่ใช้แทนเงินในการเล่นพนัน ดูต่อปี้

เบียนเปา (鞭炮)

ภาษาจีนของประทัดไฟ

โบราณ

เป็นของเก่า สมัยก่อน

โบโรบุดุร

ชื่อภาษาอินโดนีเซีย ถาวรวัตถุของพระพุทธศาสนาที่เกาะชวา สร้างขึ้นโดยกษัตริย์ราชสกุลเซเล่นดระ (Sailendra) ในระหว่าง พ.ศ. ๑๓๒๑-๑๓๖๗ รูปเช่นเดียวกัภูเขาสูง ๓๔. เมตร เหมือนตึก ๙ ชั้น ประดับด้วยรูปสลักที่ทำนูนขึ้นมาเพื่อแสดงที่สูงต่ำทั้งหมดแกะสลักประมาณ ๕ กิโลเมตร ตกแต่งด้วยมีพระพุทธรูป ๕๐๐ งค์ สร้างขึ้นใช้มากกว่าหนึ่งล้านลูกหินภูเขาไฟ (หินที่เกิดจากภูเขาไฟ) ซึ่งขุดจากบริเวณที่เคยถูกหรือถูกปกคลุมด้วยแม่น้ำ โบโรบุดุรเป็นเครื่องหมายของสถูปและมณฑลในเวลาเดียวกัน นอกจากนั้นโบโรบุดุรยังเป็นรูปจำลองภูเขาสุเมรุ

โบสถ์

ภาษาไทย-สันสกฤต อาคารที่บริเวณวัดซึ่งนักบวชบรรพชาและพระสงฆ์ประชุมกันทำสังฆกรรมต่างๆ ด้วย เป็นอาคารพิธี รรม (รูป) สร้างอยู่ที่รงใจกลางพื้นดินศักดิ์สิทธิ์ของวัดและเด่นชัดโดยใบเสมาที่ตั้งจตุรทิศทั้งแปด พระประธานหรือพระพุทธรูปสำคัญมักจะถูกประดิษฐานไว้ข้างในโบสถ์ มักจะเป็นตึกสวยงามที่สุดของวัด สถาปัตยกรรม โบสถ์ประดุจเดียวกับอาคารวิหาร อีกเรียกอุโบสถเป็นถ้อยคำที่มาจากอุโะ เป็นคำภาษาบาลี

โบสถ์ทอง

ชื่อโบสถ์ของชาวซิกที่อำริตสาร์ ณ มณฑลปัญจาปในประเทศอินเดีย ชื่ออำริตสาร์มาจากน้ำอมฤต หมายถึง น้ำศักดิ์สิทธิ์ซึ่งล้อมวัดนี้ มูลวัดได้วาง ในสมัยของ อาจารย์ หรือ คูรู ผู้ที่ ๕ ชื่อ อรจานเดว (พ.ศ. ๒๑๒๔ -๒๑๔๙ ) เป็นโบสถ์สำคัญสุดของแขกพวกซิกด้วยเหตุที่โบสถ์นี้บรรจุคัมภีร์ของซิกซึ่งมีเพลงสรรเสริญมากกว่า ๕๐๐ เพลงและเรียกอาดีกรันท (Adi-Granth) โบสถ์ทองนี้อีกเรียกฮาร์มะดีรซะเฮ็บ (Har-Mandir Saheb)

ใบจาก

ใบของพรรณไม้จำพวกปาล์มชนิดหนึ่ง ซึ่งรู้จักกันในชื่อต้นจาก (รูป) ใบจากที่ตากแล้วใช้มุงหลังคา มวนบุหรี่และเป็นส่วนผสมในการทำขนมหวานที่เรียกขนมจาก (รูป) และสุรา

ใบเตยหอม

ดูต้นเตยหอม

ใบระกา

ครีบประดับซึ่งติดที่จั่วหลังคา  ลงตามริมหลังคาตรงปลายมีกลีบขนุนส่วนมากในร่างหางหงส์ (รูป) หรือในร่างศีรษะพญานาค (รูป) สามารถเห็นได้บ่อยที่ตึกวัดและบนหลังคาวัง (รูป) ที่วัดมันเริ่มภายใต้ช่อฟ้า (รูป) ตรงปลายหลังคาโดยปกติจะมีส่วนขยายที่เรียกกลีบขนุน (รูป) ซึ่งมักจะมีรูปหางหงส์ (รูป) ด้วยเหตุที่เรือนไทยสืบเนื่องกันมาใบระกามักจะมีเครื่องตกแต่งข้างล่างที่เรียกง้าว (รูป) วัดส่วนใหญ่มีช่อฟ้า ใบระกาและหางหงส์ทั้งสาม (รูป)

ใบลาน

ใบของต้นลาน สมัยก่อนใช้เขียนต้นฉบับของพระพุทธศาสนา เขียนด้วยมือ ทีแรก้องทำใบลานให้ตรงเป็นแผ่นยาว จากนั้นจารหรือจารึกโดยใช้เหล็กแหลมเขียนอักษรหรือเครื่องหมายบนใบลานไม่มีหมึก น้ำหมึกถูซ้ำเติมภายหลัง ปิดหนังสือใบลานโดยจีบใบอย่างหนังหีบเพลง มีปกหน้าปกหลังเป็นไม้มักจะี่ได้ประดับด้วยทองคำเปลว ขนาดประมาณกว้าง ๘ ยาว ๔๐ เซนติเมตร ลักษณะใบลานไม่คงทน จึงเก็บไว้ในตู้พระธรรมที่หุ้มด้วยเขินซึ่งป้องกัน

ใบเสมา

. ครื่องหมายบอกเขตโบสถ์สำหรับทำสังฆกรรม ทำด้วยหินและล้อมบริเวณธรณีสงฆ์ศักดิ์สิทธิ์ของโบสถ์ ตั้งยู่ที่จตุรทิศทั้งแปดเหนือลูกนิมิตซึ่งฝังอยู่ใต้ดิน บางครั้งสามารถเห็นได้บเสมาคู่ (รูป) ซึ่งแสดงให้เห็นได้สร้างโดยพระบรมราชกษัตริย์ หรือพบตามปฏิสังขรณ์เขื่อง หรือสร้างใหม่ที่แห่งโบสถ์เก่า ใบเสมามักมีรูปเหมือนใบต้นโพธิ์และมักจะตั้งอยู่ในโครงโล่งเล็กประดุจมณฑป (รูป) ส่วนใหญ่ประดับด้วยรูปสลัก คำย่อเรียกเสมา

.  ส่วนหนึ่งของกำแพงที่เรียงกันอยู่บนกำแพง มีลักษณะคล้ายใบเสมาที่ล้อมบริเวณโบสถ์ มีช่องพุ่งอาวุธออกและมีที่บังอาวุธ สามารถเห็นได้บนกำแพงของเมือง วัดและวัง อีกเรียกเสมา

ใบหยก

ชื่อหอสูงที่สุดของประเทศไทย ป็นโรงแรมที่อ้างป็นโรงแรมสูงที่สุดในโลก (รูป) ตั้งอยู่ที่กรุงเทพฯ วามสูง ๓๐๙ เมตร มีรากลึก ๖๕ เมตรใต้ดิน ขนาดใกล้ๆ วามสูงของตึก ๒๒ ชั้น ที่ชั้นที่ ๘๔ มีดาดฟ้าที่หมุนเวียนซึ่งแสดงภาพนครหลวงกว้างขวาง (รูป) บันไดมีจำนวน ,๐๖๐ ก้าวทั้งหมดจากชั้นหนึ่งไปชั้นยอด ขึ้นไปยอดคนสดชื่นสามารถไต่ได้ใช้เวลาประมาณ ๑ ชั่วโมง เป็นธรรมดายังมีตู้ชักลอกหลายที่ และลิฟต์ที่ขึ้นลงภายนอกตึกใช้เวลาประมาณ ๑ นาทีไปถึงชั้นที่ ๗๗ ชั้นสังเกตการณ์ พื้นที่ข้างในตึกจำนวน ๑๗๙,๔๐๐ ตารางเมตร ขนาดใกล้ๆ สนามฟุตบอล ๓๐ ที่ ทั้งหมดใช้กระจกหน้าต่าง ๑,๗๔๐ บาน โรงแรมมีภัตตาคารหลายที่ซึ่งมีทิวทัศน์จากท้องฟ้า ภาษาอังกฤษเรียกใบหยกซไคเทาเอะร์