ภาษาสันสกฤต เส้นที่ลากจากจุดศูนย์กลางไปถึงเส้นรอบวง
(รูป)
แสงที่เปล่งเป็นสายๆ ออกจากจุดกลางแสงที่เปล่งเป็นสายๆ
ออกจากจุดกลาง หมายถึง เส้นที่ลากจากจุดศูนย์กลางไปถึงเส้นรอบวงที่ล้อมพระเศียรของพระพุทธรูป
(รูป)
หรือเปลวไฟ
(รูป)
บนอุชนิชะ
(รูป)
กับพระพุทธรูปบางองค์
เป็นอุปมาของโพธิญาณและเครื่องหมายแห่งและศักดิ์พระพุทธเจ้าที่อยู่เหนือมนุษย์
ดูต่อฉัพพรรณรังสี

รากไม้ยัน
ชื่อฐานรากกว้างของต้นไม้บางชนิดในป่าทึบที่มีฝนตกมากของเมืองร้อน
(รูป)
และเมืองใกล้เขตร้อนของโลก ต้นไม้ยืนต้นหลายชนิดที่ขนาดสูงถึงพ้นยอดไม้ขึ้นไป
สามารถจะเติบโตรากไม้ยันกว้าง ซึ่งเป็นผลของการเติบโตรากไม้ขวางเส้นตั้งตรง
ปรากฎการณ์นี้อาจจะเกิดขึ้นเพราะ ต้นไม้ขนาดสูงจะถูกลมพัดแรงเมื่อมีพายุ
แต่รากอย่างไม่ลึกเพราะมีน้ำและสารอาหารมากมายอยู่ใกล้ผิวพื้น
จึงไม่จำเป็นจะมีรากฝังอยู่ลึก แทนที่จะแผ่รากยาวยืดที่ตื้น
นอกจากนั้นยังจะกว้างรากที่ก้นลำต้นทีละน้อย จึงแผ่กว้างผิวพื้นของเปลือกไม้
เปลือกไม้เป็นเส้นเอ็นที่สำคัญเพื่อให้น้ำและสารอาหารส่งขึ้นไปถึงใบไม้ของยอดต้นไม้
รากไม้ยันของต้นไม้ขนาดใหญ่ที่สุด
(บางทีสูงกว่า ๖๕ เมตร) สามารถขึ้นได้ถึงกว่า ๓๐ เมตรจากพื้นดิน
แม้กระทั่งต้นไม้อย่างนี้ขนาดสูงและประทับใจ แต่ไม่เก่าเท่าไร
ส่วนมากอายุไม่เกิน๑๕๐-๓๐๐ ปี ภาษาอังกฤษเรียกบัททเร็ซทรูทซ
(buttress roots) เปรียบเทียบกับรากไม้ยันของต้นโกงกาง
(รูป)

ราช
(राज्)
ภาษาสันสกฤต-ไทย
พระเจ้าแผ่นดิน คำนี้มักใช้ประกอบกับคำอื่น เช่น
ราชรถ
นาคราช
ราชกุมาร
เจ้าชาย เจ้าฟ้าชาย พระโอรสของพระเจ้าแผนดิน
ราชกุมารี
เจ้าหญิง เจ้าฟ้าหญิง พระธิดาของพระเจ้าแผนดิน
ราชทินนาม
นามที่พระเจ้าแผ่นดินตั้งให้
เช่น ขุนหลวง เลิกใช้หลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง เรียกอีกบรรดาศักดิ์
ราชวงศ์จักรี
ดูจักรี
ราชนิกุล
เชื้อพระวงศ์
ราชบุรี
ชื่อจังหวัดที่ภาคตะวันตก
(แผนที่)
อำเภอเมืองห่างจากกรุงเทพฯ
๑๐๐
กิโลเมตร มีพลเมืองประมาณ ๔๖,๐๐๐
คน ตั้งอยู่ฝั่งแม่น้ำกลองเหมือนสมุทรสงคราม
สถานที่ที่น่าสนใจประกอบด้วยตลาดท้องน้ำที่อำเภอดำเนินสะดวก
(รูป)
จังหวัดราชบุรีมีชื่อเสียงในการทำโอ่งมังกร
(รูป)
จังหวัดนี้มี
๙ อำเภอและ ๑
กิ่งอำเภอ

ราชพฤกษ์
ชื่อต้นไม้ที่เปลี่ยนใบปีละหน
ชัยพฤกษ์นี้เป็นไม้ยืนต้นสูงได้ถึง ๙
เมตร ออกดอกสีเหลือง
เป็นช่อห้อยระย้าจากซอกใบ ช่อดอกมีกลีบเลี้ยง
ราชรถ
รถของสมัยก่อนที่ยังใช้โดยพระเจ้าแผนดินในพิธีการต่างๆ
มักจะเป็นรถเทียมม้า
มีหลายชนิด เช่น รถพระที่นั่ง
รถชัย รถรบ รถขบวนแห่พระบรมศพ
ฯลฯ

ราชวรมหาวิหาร
สร้อยท้ายชื่อพระอารามหลวงชั้นเอก
ชนิดสูงสุดว่าชั้นเอก ชนิดราชวรมหาวิหาร ที่ประเทศไทยมีแต่วัดแบบราชวรมหาวิหารจำนวนน้อยเท่านั้น
เช่น
วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร
วัดเสก็ดราชวรมหาวิหาร
วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร
วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร
และวัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหารซึ่งอยู่ที่กรุงเทพฯ
ทั้งหมด และวัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหารที่สระบุรี
ราชสีห์
ชื่อสัตว์ในนิยาย เป็นสิงโตที่เกี่ยวกับตราประจำตระกูล
ตราประจำกระทรวงมหาดไทยมีรูปราชสีห์
ราชาธิราช
ชื่อเรื่องแห่งประวัติศาสตร์ที่ถูกทำให้เป็นเรื่องละคร
บรรยายสงครามในระหว่างประเทศไทย พม่า และจักรวรรดิมอญ
ราชาภิเษก
พิธีสรงน้ำตั้งพระเจ้าแผ่นดินพิธีการขึ้นสืบราชสมบัติ ในทางศาสนาราชาภิเษกอ้างอิงเหตุการณ์พุทธประวัติ
เมื่อภายหลังพระสิทธารถสมรส
(อภิเษกสมรส) เจ้าหญิงนางบิมบาแล้ว
พระองค์สืบราชสมบัติพระเจ้าสุทโธทนะโคตมะ
ทรงมาเป็นกษัตริย์แห่งราชวงศ์ศากยะ
ราชาศัพท์
คำที่ใช้สำหรับพูดกับหรือเขียนถึงพระราชา
เจ้านาย หรือพระพุทธเจ้า
พระสงฆ์
และสิ่งที่เคารพในทางศาสนา ดูต่อทรง
ราดะ
(राधा)
๑. ชื่อที่รักคนโปรดปรานของพระกฤษณะ เขาทำให้เป็นตัวตนของวิญญาณมนุษย์
ส่วนพระกฤษณะเป็นผู้แทนกำลังแห่งชีวิตกว้างขวางทั่วไป
บางทีจะนับถือเป็นอวตารของเทพธิดาพระนางลักษมี
๒.
ชื่อมารดาซึ่งให้ความอุปถัมภ์เลี้ยงดูสนับสนุนการนะ บุตรแรกของกุนติ
ซึ่งจึงเป็นพี่น้องร่วมมารดาเดียวกันกับปันดาวะ
ในโคลงเล่าเรื่องความกล้าหาญมหาภารต
ราพณาสูร
ชื่ออีกชื่อของทศกัณฐ์ยักษ์ ที่แปลว่า 'ราบไปหมด'
เจ้ากรุงลงกา
และหัวหน้าพวกรัคชาซะ
ในเรื่องรามเกียรติ์เป็นศัตรูพระราม
มักจะแสดงเป็นยักษาหน้าสามชั้น ๑๐ หน้า
บางที่แสดงมีแขน ๒๐ แขน เรียกอีกชื่อว่า
ราวานะ
อ่านต่อ

รามเกียรติ์
ชื่อไทยของมหากาพย์รามายณะของชาวอินเดีย
ซึ่งทรงพระราชนิพนธ์ใหม่ พ.ศ. ๒๓๒๘ โดยสมเด็จพระรามที่
๑
ปฐมบรมมหากษัตราแห่งราชวงศ์จักรี
อยู่ในวิถีชีวิตของชาวไทยตลอดมา
ซึ่งออกมาในรูปแบบของงานศิลปะหลากหลายซึ่งอาจจะพบเห็นได้
ในชีวิตประจำวัน แสดงในรูปแบบของงานศิลปะ
และสามารถพบได้ใน
ประติมากรรม รูปสลัก จิตรกรรมฝาผนัง และภาพวาดทั้งตัวประเทศไทย
เรื่องราวว่า พระรามเป็นพระเจ้าแห่งกรุงศรีอยุธยา
(รูป)
พระองค์ได้อภิเษกสมรสกับพระนางสีดา
ธิดาของพระเจ้าจนากะ
ต่อมานางสีดาได้ถูกทศกัณฐ์
(รูป)
ลักพาตัวไปยังกรุงลงกา
ประเทศศรีลังกา จากนั้นก็ได้มีการออกติดตามหา
ตัวนางสีดาเป็นเวลายาวนาน จนกระทั่งได้เกิดการประลองกำลังกันขึ้นระหว่าง
พระรามกับทศกัณฑ์
ซึ่งมีถึง ๑๐ หน้า พระรามมีผู้อารักษ์ขา นามว่าหนุมาน
(รูป)
ซึ่งมีลักษณะเฉพาะตัวก็คือ ครึ่งหนึ่งเป็นคนส่วน
อีกครึ่งหนึ่งเป็นสัตว์ มีสีขาวทั้งตัว และในท้ายที่สุดทศกัณฑ์ก็ต้องพ่ายแพ้
พระรามก็สามารถช่วยนางสีดา
ให้พ้นภัยได้และพานางกลับเข้าเมือง
อ่านต่อ
_small.jpg)
รามคำแหง
ชื่อพ่อขุนสมัยสุโขทัย
พ.ศ. ๑๘๒๒-๑๘๔๑
ทรงเป็นผู้ประดิษฐ์อักษรไทยขึ้นครั้งแรกตามอักขระขอม
(รูป)
ในรัชกาลพ่อขุนรามคำแหงราชาธิปไตยแบบสมบูรณาญาสิทธิราชได้เริ่มต้น
และพุทธศาสนาหินยาน
ซึ่งได้แนะนำโดยพระสงฆ์แพร่ศาสนาแขกชาวสิงหล
ได้นำมาใช้เป็นศาสนาตำรับหลวงอย่างเป็นทางการ
อ่านต่อ

รามสูร
ชื่อยักษ์ที่เป็นเทพเจ้าแห่งฟ้าร้อง
มีขวานเป็นอาวุธ เมื่อขว้างไปจะเกิดเป็นเสียงฟ้าร้อง
มักมีคู่กับนางเมขลา เทพธิดาแห่งฟ้าแลบ
(รูป)
รามสูรมีกำเนิดในเมฆพายุและสวมใส่ฝนตกเป็นเสื้อคลุม
รามสูรได้ชวนพระราหู
เพื่อนตนและพระเจ้าแห่งความมืดมน
(รูป)
ช่วยตนโดยสร้างสรรค์เมฆดำซึ่งมืดมัวเพื่อปกปิดตัวของตนเอง
จึงวิ่งไล่จับนางเมขลา
คู่ต่อสู้ของตน

รามะชันดระ
(रामचन्द्र)
๑.
ภาษาสันสกฤต
ชื่ออีกชื่อของพระราม
๒.
ภาษาสันสกฤต
ชื่ออีกชื่อของบรรดาศักดิ์พระบรมมหากษัตร์แห่งราชวงศ์จักรี
รามา (रम)
๑.
ภาษาสันสกฤต-ไทย
ชื่อภาษาสันสกฤตของพระราม
อ่านต่อ

๒.
ภาษาสันสกฤต-ไทย
บรรดาศักดิ์พระบรมมหากษัตร์แห่งราชวงศ์จักรี
รามาธิบดี
๑. นามอีกนามของสมเด็จพระอู่ทองปฐมบรมมหากษัตราแห่งกรุงศรีอยุธยา
เรียกอีกรามาธิบดีที่
๑
๒. บรรดาศักดิ์ที่ใช้สำหรับกษัตริย์ของราชวงศ์จักรี
ซึ่งแนะนำให้ใช้ครั้งแรกโดยพระบาทสมเด็จมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖
ซึ่งทรงมีบรรดาศักดิ์พระรามที่
๖ แล้ว แต่ทรงครองยศบรรดาศักดิ์อีกว่า
รามาธิบดีที่ ๖
ให้แก่พระองค์เอง
รามาธิบดีที่ ๑
ปฐมบรมมหากษัตราแห่งกรุงศรีอยุธยา
เรียกอีกสมเด็จพระอู่ทอง

รามายณะ
(रामायण)
ภาษาสันสกฤต
'เรื่องราวของพระราม'
ชื่อมหากาพย์ของชาวอินเดีย
ได้แต่งไว้กว่า
๒,๕๐๐
ปีมาแล้ว
บรรยายเรื่องของพระราม
การถูกลักพาตัวพระนางสีดาโดยราพณาสูร
พระเจ้าแห่งกรุงลงกา
และการต่อสู้กันเพื่อปล่อยให้เป็นอิสระใหม่ของนางสีดา
ที่ประเทศไทยเรียกรามเกียรติ์
อ่านต่อ
ราวานะ
(रावण)
ชื่อภาษาสันสกฤตของทศกัณฐ์
แปลว่า 'ผู้ที่ให้ร้องไห้'
ราศี
ชื่อมาตราวัดจักรราศี
คือ ๓๐ องศา เป็น ๑ ราศี และปีหนึ่งแบ่งออกเป็น ๑๒ ราศี
ราหู (राहु)
๑.
ภาษาสันสกฤต-ไทย
ชื่อเทพแห่งความมืดมน
เป็นอสุรที่ไม่มีขา
เชื่อกันว่าที่เกิดสุริยคราสหรือจันทรคราสก็เพราะพระอาทิตย์และพระจันทร์ถูกราหูอม
ภายหลังเหตุการณ์การกวนเกษียรสมุทรเทพดาแบ่งน้ำอมฤตให้เฉพาะพวกเทพดา
แต่อสุรราหุแอบไปอยู่ในแถวเทพดาและกินน้ำอมฤตเหมือนกัน
พระสุริยะเทพเจ้าแห่งพระอาทิตย์และชันดระเทพเจ้าแห่งพระจันทร์เห็นความชั่วของอสูรราหูและไปแจ้งพระวิษณุ
พระวิษณุจึงโกรธจนหนวดกระดิกและใช้อาวุธประจำของพระองค์
คือจักร และตัดกายของอสูรราหูจนเป็นสองส่วน
-บางแหล่งบรรยายเป็นพระอินทร์ที่ตัดกายของอสูรราหูโดยใช้อาวุธประจำของพระองค์
คือวชิร (สายฟ้า)-
แต่พระราหุได้กินน้ำอมฤตแล้ว ทำให้เป็นอมตะ สองส่วนนั้นจึงรอดชีวิตโดยแบ่งกันเป็นคนละส่วน
ส่วนบนเป็นอสุรราหูที่ไม่มีขาแล้ว ส่วนล่างคือหางราหูซึ่งต่อจะเรียกเกตุ
เป็นสัตว์ที่ไม่รู้จักตายแล้ว เทพดา ราหุ
และเกตุไปอยู่ในจักรวาลกับดวงดาว แล้วเกตุหางของราหูอุปมาเป็นดาวหาง
และส่วนบนของราหูกวาดในจักรวาลขับรถเทียมม้า
๘ ตัวสีดำ ราหุไม่เคยลืมการทรยศของพระอาทิตย์และพระจันทร์จึงคิดแก้แค้น
ไล่อมกินพระอาทิตย์กับพระจันทร์สลับกิน
จึงทำให้เกิดสุริยคราสและจันทรคราส
แต่เพราะกายราหุถูกตัดเป็นสองส่วน
ส่วนบนไม่มีขาหรือด้านใต้แล้ว เมื่อราหุอมกินพระอาทิตย์หรือพระจันทร์
จะหลุดออกข้างล่างและคราสจะจบ
บอกจากนั้นราหุยังเป็นหนึ่งในเก้าองค์ในระเบียบพระประจำวันของฮินดูซึ่งได้บูชา
(รูป)
ในระเบียบบูชานี้ราหุได้ตั้งที่ตะวันตกเฉียงใต้และหันหน้าทางทิศใต้
ได้ตั้งพร้อมกับเกตุ หางของเขาซึ่งได้ตั้งข้างหลังราหู
(รูป)
นอกจากนั้นราหุยังเป็นเทพที่สร้างสรรค์เมฆดำซึ่งมืดมัวให้รามสูรปกปิดตัว
(รูป)
พื่อวิ่งไล่จับนางเมขลา
(รูป)

๒.
ภาษาสันสกฤต-ไทย
ชื่ออีกชื่อของปางป่าเลไลย์
ซึ่งในระเบียบพระประจำวันเกิดของพระพุทธศาสนาแทนวันพุธหลังเวลาพระอาทิตย์ตกแล้ว
๓.
ภาษาสันสกฤต-ไทย
ชื่อของดาวเคราะห์โลก ซึ่งสามารถทำให้จันทรคราสเกิดได้เมือหมุนรอบดวงอาทิตย์
เหมือนอสุร ราหู
ราหุละ
(राहुल)
ภาษาสันสกฤต 'สหภาพ' 'พันธกรรม' ชื่อโอรสของพระสิทธารถกับนางยโฉดาระ
เมื่อราหุละประสูติ
พระสิทธารถตัดสินแล้วพระองค์จะอภิเนษกรมณ์และเริ่มชีวิตสันโดษในทางศาสนา
ด้วยเหตุนี้พระสิทธารถเห็นว่า
การเป็นบิดาเป็นแค่แหล่งของการผูกพันอย่างใหม่เท่านั้น
ในภาษาไทยมักจะเรียกพระราหุล
อ่านต่อ
รำมวย
ชื่อการระบำพิธี
ที่จะต้องปฏิบัติก่อนการแข่งขันมวยไทย เพื่อแสดงความเคารพผู้ฝึกหัดนักมวยและผีพิทักษ์มวยไทย
นักมวยจะสวมมงคล
เป็นผ้าคาดศีรษะ
รูปเป็นห่วง
และผ้าประเจียด
เป็นผ้าที่ต้นแขน บริเวณกล้ามเนื้อลูกหนูที่โคนแขน ซึ่งอาจจะบรรจุเครื่องรางของขลังหรือพระพุทธรูปเล็กๆ

รำพึง
ดูปางรำพึง
รำวง
ชื่อการเต้นรำแบบชาวบ้าน
นักรำวงกลมและยกมือสละสลวย

ริฌี
(ऋषि)
ภาษาสันสกฤต
บัณฑิตฮินดูคล้ายฤาษีแบบไทย
ตามปกติจะอาศัยอยู่ในบริเวณภูเขาหิมาลัย
ในศาสนาฮินดูมักจะเป็นอรหันต์ ซึ่งได้รับความอภินิหารให้แลเห็นในทางร่ายเวท
โดยปกติได้แสดงท่านั่งสมาธิ
มีเคราและผ้าโพกศีรษะ

รุกขมูล
ภาษาราชาศัพท์ที่แปลว่า โคนต้นไม้ แต่มีความหมายว่า
เข้าไปอยู่ป่าของภิกษุเพื่อให้เกิดความสงัดเหมาะที่จะเจริญสมาธิจิตได้
จะนั่งสมาธิและทำเสนาสนะใต้กลด
ดูต่อวัดป่าและธุดงค์
รุกมินิ
(रुक्मिणी)
ภาษาสันสกฤต
ชื่อมเหสีนางเอกของพระกฤษณะ
ดูต่อลักษมี
รุดระ
(रुद्र)
ภาษาสันสกฤต
ชื่อเทวดาเกี่ยวกับคัมภีร์เวท ซึ่งลักษณะสามารถเป็นอย่างเมตตากรุณา
และอย่างประสงค์ร้ายทั้งสองอย่างได้
เทวดานี้เป็นเจ้าแห่งมารุตส์
และอวตารของพระศิวะที่มาก่อน
รุยซือ (瑞狮)
ภาษาจีน 'สิงโตมงคล' เป็นรูปสิงโตสะดุ้งสองตัวที่แสดงเป็นคู่กัน
ตั้งอยู่หน้าประตูเข้าของตึกต่างๆ โดยมีตัวเมียตั้งอยู่ด้านซ้ายมือและตัวผู้ด้านขวามือเป็นประจำ
แต่ต้นตั้งอยู่หน้าประตูตึกจีนยิ่งใหญ่ของจักรพรรดิ อาทิเช่น วัง วัด ฯลฯ
และตามเนื้อผ้าแกะสลักจากวัตถุราคาสูง ได้แก่ หินอ่อนและหินแกรนิต
หรือหล่อด้วยทองสัมฤทธ์หรือเหล็ก มีหลายแบบหลายชนิดแต่สิงโตตัวผู้มักจะแสดงด้วยอุ้งเท้าขวาบนลูกบอลที่มีลวดลายเหมือนดอกไม้
และโตตัวเมียมักจะแสดงมีลูกตัวเดียว
(รูป) ซึ่งบางทีจะจับไว้ใต้อุ้งเท้าซ้าย
สิงโตบางแบบจะทำด้วยลูกบอลที่อยู่ในปากที่เปิดอยู่แต่ไม่ทั้งหมด ลูกบอลทำอย่างขนาดเล็กเพียงพอเพื่อสามารถกลิ้งไปๆ
มาๆ ในปากได้ แต่ใหญ่ไปเพื่อเอาออกจากปากได้ รุยซือบางทีเรียกฟุซือ
ดูต่อปี่เซี้ยะ (รูป)

รูปที่ทำนูน
รูปนูนต่ำ
เช่น รูปสลัก รูปปั้น ฯลฯ
ซึ่งรูปยื่นออกมาจากพื้น
ได้ผลฉายเป็นเงาแบบสามมิติ
ภาษาอังกฤษเรียกแบซริลีฟ
(bas-relief)

เรือกอและ
ชื่อเรือประเภทหนึ่ง
ลักษญะเป็นไม้หัวเรือสำหรับผูกเชือกรั้งเสาขนาดยาว และการเขียนภาพประดับด้วยสีงดงามน่าตื่นเต้น
มักจะพบที่ภาคใต้ โดยเฉพาะที่จังหวัดนราธิวาส

เรือกัญญา
เรือหลวงที่มีเครื่องบังแดดรูปหลังคาเป็นเกียรติยศ มีรูปร่างยาว
ใช้ในพระราชพิธี
ดูต่อกัญญา
เรือขุด
ชื่อเรือที่ขุดแร่
(รูป)
หรือที่ใช้ขุดกรวดทรายออกที่ปากแม่จึงเปิดทางแก่การเดินเรือ
ที่ปากแม่น้ำสำคัญ
ดังเช่น แม่น้ำเจ้าพระยามีหมู่เรือขุดลำใหญ่ประจำเพื่อดูแลระยะลึกแม่น้ำ
เรือขุดที่แม่น้ำเจ้าพระยาเรียกชื่อว่า
สันดอน

๒. เรือที่ขุดจากต้นไม้
เรือเข็ม
เรือชนิดหนึ่ง รูปร่างเพรียว นั่งพายโดยเหยียดขาไปข้างหน้า
พระสงฆ์ใช้พายบิณฑบาตร

เรือแจว
ชื่อเรือพายขนาดเล็ก
ท้องเรือแบน บางทีเรียกอีกชื่อสำปั้น
เรือนแก้ว
กรอบประดับที่ล้อมรอบนอกองค์พระพุทธรูป ส่วนตอนปลายทั้งสองด้านมักจะเป็นรูปพญานาค
ซึ่งปกปักรักษาโดยยักษ์แต่ละด้าน
(รูป)
ภาษาอังกฤษเรียกครีซทัลแพลัซ (crystal palace)

เรือบรรทุก
เรือขนส่งสินค้า ในอดีตเป็นเรือทำด้วยไม้ที่มีหลังคาโค้ง
และมักใช้สำหรับลำเลียงข้าว
ชนิดคล้ายเรือเมขลา
(รูป)
ที่สืบกันมาจากตอนต้นสมัยกรุงศรีอยุธยา
ในปัจจุบันนี้เรือหลายลำที่ทำด้วยไม้ได้ปรับปรุงใหม่เพื่อใช้ในการรับรองนักท่องเที่ยว
มักจะมาเป็นเรือเที่ยวแบบการเลี้ยงอาหารที่แม่น้ำเจ้าพระยา
และการขนส่งของสินค้าและข้าวจะทำโดยเรือโยงขนาดใหญ่ที่ทำด้วยโลหะ
ในภาษาอังกฤษเรียก
ไรซบาร์จ (rice barge)

เรือพระราชพิธี
ชื่อเรือประดับน่าอัศจรรย์ของสมัยโบราณก่อน ซึ่งครั้งหนึ่งเคยใช้เป็นเรือรบ
ในปัจจุบันนี้ใช้เฉพาะในพระราชพิธีและงานของรัฐบาลเท่านั้น
เรือพระราชพิธีขนาดใหญ่ที่สุด ยาว ๕๐ เมตร และต้องการผู้พายเรือห้าสิบคน
ผู้ถือฉัตรเจ็ดคน นายท้ายสองคน ผู้เดินเรือสองคน ผู้ให้สัญญาณธงคนหนึ่ง
ผู้รักษาจังหวะคนหนึ่ง และผู้ร้องเพลงคนหนึ่ง เรือพระราชพิธีเด่นที่สุดเรียกสุพรรณหงส์
เป็นขัตติยเรือพระราชพิธีของพระเจ้าอยู่หัวพระองค์เอง
ใช้ขบวนในหลวงในพิธีกฐินพระราชทานที่แม่น้ำเจ้าพระยา
เมือตอนปลายฤดูฝนหรือเมื่อออกพรรษาแล้ว
เรือพระราชพิธีสำคัญที่สุดแสดงที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเรือพระราชพิธีที่กรุงเทพฯ

เรือเมขลา
เรือชนิดหนึ่ง
ทำด้วยไม้ สืบมาตั้งแต่ตอนต้นสมัยกรุงอยุธยา
ตั้งชื่อตามชื่อเทพธิดาแห่งฟ้าแลบนางเมขลา
เป็นเรือบรรทุกหรือเรือเมล์
ในปัจจุบันนี้เรือหลายลำได้ปรับปรุงใหม่เพื่อใช้ในการรับรองนักท่องเที่ยว
มักจะมาเป็นเรือเที่ยวแบบการเลี้ยงอาหารที่แม่น้ำเจ้าพระยา

เรือโยง
เรือชนิดหนึ่งที่ใช้สำหรับลากเรือพ่วง
ภาษาอังกฤษเรียกทักโบท
(tugboat)
เรือรับส่งข้ามฟาก
เรือชนิดหนึ่งที่ใช้สำหรับรับและส่งผู้โดยสารข้ามฟาก
ภาษาอังกฤษเรียกเฟอรี (ferry)

เรือหางยาว
เรือชนิดหนึ่ง ขนาดยาว มีเครื่องกลรถยนต์ด้วยคันส่ง
และเพลายาวที่ต่อจากเครื่องยนต์ไปสู่ใบจักร

แรกนาขวัญ
ชื่อพิธีพราหมณ์ที่สืบเนื่องมาตั้งแต่สมัยโบราณ
ประกอบด้วย ๒ พระราชพิธีคือ พระราชพิธีพืชมงคล และพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ
พ.ศ. ๒๕๐๓ พระบาทสมเด็จพระภูมิพลอดุลยเดชเจ้าอยู่หัว
ทรงจัดให้มีราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญร่วมกับพิธีพืชมงคลนับ
แต่นั้นเป็นต้นมาจนถึงปัจจุบันนี้
พระราชพิธีนี้กระทำที่ท้องสนามหลวงเมื่อสัปดาห์ที่สองของเดือนพฤษภาคมของทุกปี
พระราชพิธีนี้กำหนดการเริ่มของฤดูปลูกข้าวในทางการ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรพระราชพิธีทุกปี
อาจจะมีมกุฎราชกุมารหรือข้าราชการขั้นผู้ใหญ่มาแทนในหลวง
ในพิธีพืชมงคลทำขวัญเมล็ดพืชพันธุ์ต่างๆ
เช่น ข้าวเปลือกเจ้า ข้าวเหนียว ข้าวฟ่าง ข้าวโพด ถั่ว
งา
เผือก มัน เป็นต้น ฯลฯ มีจุดมุ่งหมายที่จะให้เมล็ดพันธุ์เหล่านั้น
ปราศจากโรคภัยและให้อุดมสมบูรณ์เจริญงอกงามดี
สำหรับพระโคที่จะเข้าพระราชพิธีแรกนาขวัญ
จะถูกเลี้ยงดูอย่างดีในทุ่งหญ้าที่จังหวัดราชบุรี
อาหารที่ใช้เลี้ยงพระโคมื้อเช้าและกลางวันจะเลี้ยงดูด้วยหญ้าขน และต้นข้าวโพดเทียม
ส่วนมื้อเย็นจะเป็นอาหารเสริมประกอบด้วยข้าวโพดบด กากปาล์ม เกลือแร่ต่างๆ
พราหมณ์สององค์จะจูงพระโคที่ใช้ในพระราชพิธีไถนา
๓ รอบ
พราหมณ์สององค์รดน้ำมนต์พื้นดิน มีคนตามพระโคสองคู่
ได้หาบกระเช้าข้าวปลูก กระเช้าทอง ๒ คน กระเช้าเงิน ๒ คน
ออกไปให้ในหลวงทรงโปรยหว่านเมล็ดข้าว ต่อมาปลดพระโคออกกินเลี้ยงของเสี่ยงทาย
๗ สิ่ง คือ ข้าวเปลือก ข้าวโพด ถั่ว เหล้า น้ำ หญ้า ถ้าพระโคกินสิ่งไรก็มีคำทำนาย
แต่คำทำนายมักจะว่ากันว่า ถ้าพระโคกินสิ่งใดสิ่งนั้นจะบริบูรณ์ เมื่อเสร็จพิธีแล้ว
ประชาชนจะพากันแย่งเก็บเมล็ดข้าว
นำไปผสมกับพันธุ์ข้าวที่ปลูกหรือเก็บไว้เป็นถุงเงินเพื่อความสิริมงคล
(รูป)
นอกจากนั้นแรกนาขวัญอ้างอิงเรื่องของพุทธประวัติเมื่อพระสิทธารถทรงบรรลุปฐมฌานตั้งแต่ทรงพระเยาว์
ขณะประทับใต้ร่มมหว้าในพิธีแรกนาขวัญ
เมื่อพระชนมายุ ๗ ปี
เรียกอีกพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ
และภาษาอังกฤษเรียกโรยัลพเลาอิงเซริโมนิ
(royal ploughing ceremony)

โรงกลั่นเหล้าองุ่น
ต้นองุ่นไทยแรกสุดได้เพาะปลูกที่
ชาโตเดอเลย
(Château de Loei -
รูป) พ.ศ. ๒๕๓๔ และการเก็บองุ่นที่ใช้ผลิตไวน์
(เหล้าองุ่น) ในทางการค้าครั้งแรกสุด
ได้เมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๘ แต่เดิมมีความเชื่อว่า แหล่งที่สามารถปลูกต้นองุ่นกันได้ในโลกนี้อยู่เพียงแต่ระหว่างเส้นรุ้งที่
๓๐ องศา และ ๕๐
องศาเหนือและใต้เท่านั้น
แต่ว่า มีประเทศหลายๆ
ที่ที่ไม่อยู่ในบริเวณระหว่างเส้นรุ้งนั้น
ซึ่งยังสามารถทำไวน์ที่มีคุณภาพได้
และรู้จักกันในชื่อเหล้าองุ่นเส้นรุ้งใหม่
ภาษาอังกฤษเรียกนยูแลทิทยูดไวน์ (new latitude wine)
ตั้งแต่ไวน์แรกขององุ่นไทยนั้นได้ริเริ่มในจังหวัดเลย
มีโรงกลั่นเหล้าองุ่นใหม่หลายๆ ที่ที่ทะลึ่งพรวดในภูมิภาคอื่นๆ
ของประเทศไทย ในปัจจุบันได้แก่ภูมิภาค
๓ที่ที่ผลิตไวน์ คือ ก. ภูมิภาคเหนือในระหว่างเส้นรุ้ง
๑๗ องศา และ ๑๘ องศาเหนือ
ซึ่งมีพื้นดินเหนียวด้วยอุณหภูมิช่วงเวลากลางวัน
๒๐-๒๕ องศาเซลเซียสและ
๑๒ องศาเซลเซียตอนกลางคืนในระหว่างฤดูเก็บเกี่ยวองุ่น ข.
ภูมิภาคเขาใหญ่ที่เส้นรุ้ง ๑๔.๓
องศาเหนือ พื้นดินเหนียวเช่นเดียวกัน และอุณหภูมิตอนเช้า
๑๕-๒๐องศาเซลเซียสในฤดูเก็บองุ่น ภูมิภาคพื้นที่สามเหลี่ยมปากแม่น้ำเจ้าพระยา
ซึ่งในปัจจุบันเป็นภูมิภาคใต้ที่สุดที่ผลิตไวน์
อยู่ที่เส้นรุ้ง ๑๔.๓
องศาเหนือ และมีอุณหภูมิกลางวันระหว่าง
๑๘-๒๒
องศาเซลเซียส เนื่องจากสภาพอากาศซึ่งเกี่ยวกับเขตร้อน
จะมีเวลาการเก็บเกี่ยวสองรอบ
กล่าวคือ เดือนกรกฎาคม-สิงหาคม
และเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม ประเทศไทยผลิตไวน์ขาว
(white wine) และไวน์แดง (red wine) ทั้งสอง และไวน์ไทยเป็นไปตามมาตรฐานสากลทั้งหมด
โรงกลั่นเหล้าองุ่นมีชื่อเสียงมากที่สุดในปัจจุบันรวม
ชาโตเดอเลย (Château de Loei) ที่จังหวัดเลย แม่จันวัลเล่ย์ (Mae Chan
Valley) ที่จังหวัด
เชียงราย
ชาโตเดอชาละวัน
(Château
de Shala One) ที่จังหวัดพิจิตร
พีบีวัลเล่ย์ (PB Valley) แกรนมอนเต้ (GranMonte)
และชาโตเดอบรูม
(Château des Brumes) ที่จังหวัดนครราชสีมา
และสยามไวน์เนอรี่
(Siam Winery)
ที่จังหวัดสมุทรสาคร
ปัจจุบันอุตสาหกรรมการผลิตไวน์ไทยว่าจ้างประมาณ
๑,๒๐๐ คนและการผลิตรายปีเกือบหนึ่งล้านขวด
พ.ศ. ๒๕๔๗ โรงกลั่นเหล้าองุ่นหลายบริษัทที่ยื่นออกมาก่อตั้งสมาคมไวน์ไทย
เจตนา สร้างการรับรู้และปรับปรุงภาพลักษณ์ของไวน์ไทย
และเพื่อสั่งสอนประชาชนเกี่ยวกับผลประโยชน์ด้วยสุขภาพที่เข้าร่วมกับการดื่มไวน์พอสมควร
เช่น ป้องกันโรคหัวใจและความดันโลหิตสูง
เรียกอีกหลายชื่อว่า โรงทำเหล้าองุ่น
โรงทำไวน์องุ่น
โรงกลั่นไวน์องุ่น สถานที่กลั่นไวน์องุ่น
สถานที่กลั่นเหล้าองุ่น
สถานที่ทำไวน์องุ่น
ฯลฯ
_small.jpg)
โรงสีข้าว
ชื่อโรงงานทีมีเครื่องหมุนบดข้าวเปลือก
ให้เป็นข้าวกล้องหรือข้าวสาร นอกจากปอกแกลบข้าวให้ข้าวสาร
เครื่องนั้นยังมีรำข้าวได้และคัดเลือกตามขนาดและชนิด
ภาษาอังกฤษเรียกไรซมิล (rice
mill)

โรตี
๑. ภาษาไทย
ชื่อของหวานชนิดหนึ่ง
นวดแป้งแผ่เป็นแผ่นทอดหรือปิ้ง ทำเป็นรูปไข่เจียว
มีหลายชนิด
ตั้งชื่อแล้วแต่ที่กำเนิดและสิ่งที่เป็นนิสัยประจำของท้องถิ่น เช่น
ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาเรียกโรตีสายไหมและประกอบด้วยขนมแป้งแผ่นบางรูปกลม
ใส่น้ำตาลเป็นเส้นเป็นใยในสีต่างๆ
ม้วนแป้งให้เป็นวงกลมก่อนจะกิน
ที่จังหวัดพิษณุโลกเรียกโรตีกล้วยตากอบน้ำผึ้ง
และที่จังหวัดนครสวรรค์ใส่ขนมหวานที่ทำด้วยจากแป้งข้าวเจ้า
ฯลฯ

๒. ภาษาไทย-มลายู-อินโดนีเซีย
ชื่ออาหารคาวชนิดหนึ่ง นวดแป้งแผ่เป็นแผ่นทอดหรือปิ้ง
ทำเป็นรูปไข่เจียว
มีรสเปรี้ยว เค็ม มัน มักจะเสริมแกงกะหรี่ข้างบน หรือใส่ข้างในและม้วน
มักจะใส่ผงกะหรี่สีแบบอินเดีย
เรียกอีกโรตีแขก
มีหลายชนิด
ตั้งชื่อแล้วแต่ที่กำเนิดและสิ่งที่เป็นนิสัยประจำของท้องถิ่น เช่น
โรตีมะตะบะ
โรตีแกง ฯลฯ
๓. ภาษาซูรินาม
ชื่ออาหารคาวชนิดหนึ่ง
ประกอบด้วยขนมปังที่ไม่ฟู ใส่เนื้อสัตว์และผัก
ไร่
ชื่อมาตราวัดพื้นที่ ๑ ไร่เท่ากับ
๑,๖๐๐
ตารางเมตร