ลพบุรี
๑.
ชื่อจังหวัดทางภาคกลาง
(แผนที่)
อ. เมืองอยู่ทางทิศเหนือ ห่างจากกรุงเทพฯ
๑๕๓ กิโลเมตร มีพลเมืองประมาณ ๔๐,๐๐๐
คน ในอดีตเคยเป็นเมืองของชาวมอญ
เป็นที่อาศัยของชาวมอญตั้งแต่สมัยทวารวดี
ในระหว่างพุทธศตวรรษที่
๑๑ และพุทธศตวรรษที่
๑๖ เมื่อชื่อลพบุรียังเรียกว่า
ละโว้
เมื่อในพุทธศตวรรษที่
๑๕ ชาวเขมรแผ่จักรวรรดิอังโคร์
(อาณาจักรนครวัด)
กลืนละโว้ จึงลบความลากของอายรธรรมละโว้ตลอดทั้งหมด
ต่อไปเมืองลพบุรีมาเป็นกองรักษาด่านของอาณาจักรเขมร
ในสมัยพุทธศตวรรษที่
๑๘ ลพบุรี ได้แย่งชิงของพวกเขมร โดยอานุภาพเพิ่มขึ้นของเมืองสุโขทัย
ซึ่งทิศทางภาคเหนือ แต่อิทธิพลของชาวเขมรในทางวัฒนธรรมยังเหลืออยู่ตลอดทั้งสมัยอยุธยา
พุทธศตวรรษที่
๒๒
สมเด็จพระนารายณ์สร้างป้อมปราการรอบเมือง
เพื่อให้เมืองลพบุรีแทนเมืองหลวงพระนครศรีอยุธยา
เมื่อเมืองหลวงถูกปิดเมืองท่าโดยเรือรบจากประเทศฮอลแลนด์
พระราชวังนารายณ์ราชนิเวศน์สร้างเมื่อ
พ.ศ. ๒๒๐๘ สมเด็จพระนารายณ์มหาราชสิ้นพระชนม์ที่พระราชวังนั้นเมื่อ
พ.ศ. ๒๒๓๑
สถานที่ที่น่าสนใจประกอบด้วยพระราชวังนารายณ์ราชนิเวศน์
ปรางค์สามยอด
(รูป)
และลิงจรจัด
(รูป)
ทุกปีชาวลพบุรีจัดการเลี้ยงอาหารโดยให้ลิงหยิบอาหารเอง
จังหวัดลพบุรีมี
๑๑
อำเภอ

๒.
ชื่อของแบบศิลปะในภาคกลางของประเทศไทยเมื่อสมัยเขมร
ที่เจริญตั้งแต่พุทธศตวรรษที่
๑๖ จนกระทั่งพุทธศตวรรษที่
๑๙ และในยุกเจริญของกรุงลพบุรี
คือว่า สมัยในระหว่างพุทธศตวรรษที่
๑๕ ถึงพุทธศตวรรษที่
๑๘ ลักษณะของศิลปะแบบลพบุรี
คือ การผสมของแบบเขมร
แบบพาลา
และแบบท้องถิ่น
๓. ชื่อสายแม่น้ำซึ่งไหลผ่านพระนครศรีอยุธยา
ลองกอง
ชื่อผลไม้ของเมืองร้อน
เป็นผลไม้ช่อๆ
คล้ายลำไยและลังสาด
เนื้อเป็นกลีบ
รสเปรี้ยวหวานน้อย เปลือกสีอ่อน
ฤดูออกผลระหว่างสิงหาคมและตุลาคม

ลอบ
เครื่องมือที่ใช้วางดักจับปลาน้ำจืดที่บริเวณน้ำตื้น
ทำด้วยไม้ไผ่หรือหวาย
มีช่องให้เข้าไปอยู่ภายใน
เครื่องมือชนิดนี้จะถูกนำไปวางดักไว้หลังเฝือกตอนที่เปิดทางให้ปลาว่ายผ่านเข้าไปติดอยู่ในลอบ
มี หลายประเภท คือ ลอบนอน ลอบยืน ลอบกุ้ง ดูต่อสาบ
ซ่อน
ไซและซั้ง
_small.jpg)
ลอยกระทง
ชื่อประเพณีที่มีมาแต่โบราณ
ทำกันในวันเพ็ญของเดือน ๑๒
ของทุกๆ ปี ในภาษาเหนือเรียกว่า 'ยี่เป็ง'
ซึ่งเป็นวันเพ็ญเดือน ๒ ตามปฏิทินของประเทศไทยภาคเหนือ
(เดือนยี่ของทางเหนือซึ่งตรงกับเดือนพฤศจิกายนขึ้น ๑๕ ค่ำ)
อันเป็นฤดูน้ำหลาก
ช่วงที่น้ำในแม่น้ำและลำคลองขึ้นสูง
น้ำจะเต็มสองฝั่งแม่น้ำ วันนี้คนจะลอยกระทง
(รูป)
ซึ่งเป็นดอกไม้ที่จัดไว้สวยงามและลอยได้
มีเทียนและธูป
เผาเทียน เล่นไฟ มีความเชื่อว่า ลอยกระทงเป็นการบูชาและขอขมาแม่คงคา
นอกจากนั้นยังมีคติความเชื่อหลายอย่างอื่นๆ
เช่น เชื่อว่า เป็นการสะเดาะเคราะห์
เป็นการบูชาพระเจ้าในศาสนาพราหมณ์หรือเป็นการบูชารอยพระพุทธบาท
เป็นต้น
แต่ตามพระราชนิพนธ์พระราชพิธีสิบสองเดือน
และตำรับท้าวศรีจุฬาลักษณ์ได้กล่าวว่า
นางนพมาศหรือท้าวศรีจุฬาลักษณ์
พระสนมเอกในพระร่วงเจ้าแห่งกรุงสุโขทัย
เป็นผู้ริเริ่มประดิษฐ์กระทงสำหรับลอยประทีปเป็นรูปดอกบัวบานขึ้น
ซึ่งคนทั่วไปนิยมทำตามสืบต่อมา นอกจากนั้นในศิลาจารึกหลักที่ ๑
ยังได้กล่าวถึง งานเผาเทียน เล่นไฟ ของกรุงสุโขทัยไว้ด้วยว่า
เป็นงานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของกรุงสุโขทัย ทำให้ผู้รู้ทั้งหลายสันนิษฐานต้องตรงกันว่า
งานดังกล่าวน่าจะเป็นงานลอยกระทงอย่างแน่นอน จังหวัดสุโขทัยจึงจัดงานลอยกระทงประจำปี
โดยมีขบวน
(รูป)
ในบริเวณอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย
ผู้แห่แหนมักสวมชุดประเพณีแบบล้านนา
(รูป)
เดินผ่านโบราณสถานของสุโขทัย
(รูป)
นอกจากนั้นยังมีการแสดงแสงเสียง
ภาพความสวยงามของโบราณสถานที่ได้รับการประดับไฟยามราตรี มีการประกวดนางงามและจะเล่นโคมลอย

ล็อซ์ทแว็กซ์
(lost wax)
ภาษาอังกฤษ
ชื่อวิชาการหรือวิธีทำซึ่งใช้ในการหล่อสัมฤทธิ์
ซึ่งเป็นวิชาการอย่างเดียวกันกับประเทศหลายที่ในเอเชียอาคเนย์
ซึ่งรับอิทธิพลวัฒนธรรมและศาสนามาจากอินเดีย แต่วิชาการนี้ผิดกันกับวิชาการที่ใช้ในประเทศจีนและประเทศของทิศตะวันตก

ละคร
การเล่นชนิดหนึ่งคล้ายโขน
แสดงระบำที่สืบเนื่องกันมา
แต่ไม่เหมือนโขนในเรื่องตัวละคร
เพราะจะเล่นโดยผู้ชายและผู้หญิงทั้งสอง
ส่วนการเล่นโขนตัวละครทั้งหมดจะเป็นผู้ชาย
แม้ถ้าแสดงเป็นผู้หญิง แสดงเรื่องรามเกียรติ์
หรือนิทานของชาวบ้าน
ละครยก
หุ่นเล็กๆ เป็นนายและนางรำแก้บน
ตั้งหน้าศาลพระภูมิหรือหิ้งบูชา เป็นของถวายแสดงความเคารพ

ละมุด
ชื่อต้นไม้ที่เขียวอยู่ตลอดปีชนิดหนึ่ง
สามารถขึ้นได้ถึง ๓๐ เมตร ชื่อวิทยาศาสตร์เรียกว่า มานีลคาราซาโปตา (manilkara
zapota) น้ำหล่อเลี้ยงต้นไม้สีขาวใช้ทำหมากฝรั่ง
ผลไม้รูปไข่
หวานและฉ่ำ รสคล้ายคลึงอัลมอนด์ เรียกอีกชื่อว่า ละมุดฝรั่ง
และในภาษาอังกฤษเรียกแซโพะดีลละ (sapodilla)
_small.jpg)
ละว้า
ชื่อนกลุ่มชาติพันธุ์หนึ่งที่อาศัยอยู่ตามเชิงเขาที่ภาคเหนือ เป็นเจ้าของถิ่นเดิมก่อนที่คนไทยจะอพยพลงมาสู่แคว้นสุวรรณภูมิ
อีกเรียกลัวะ
ดูต่อไทลื้อ
ละโว้
ชื่อเดิมของลพบุรี
ลักกุลิชะ
(लकुलिईश)
ภาษาสันสกฤต 'เจ้าด้วยกระบอง'
ผู้ก่อการและครูแรกของนิกายปาชุปาติ
ซึ่งกิตติศัพท์
และบางคนเชื่อถือเป็นอวาตารที่ ๒๘ ของเทพเจ้าฮินดูพระศิวะ
และผู้ริเริ่มโยกะ
ในศิลปะมักจะแสดง ผู้ชายเปลือยกายที่มีแฟลัส
(phallus - รูปองคชาต) และถือกระบอง
ประคำ ตรีศูล และถ้วยรูปกะโหลกศีรษะ
ลักษณะ
(लक्षण)
๑. ภาษาสันสกฤต-ไทย
ในการทำนายนิสัยโดยดูลักษณะหน้าเป็นถ้อยคำที่อ้างอิงนิสัยประจำในทางกายของผู้โพธิญาณและมนุษย์ประเสริฐ
ทั่วไปถ้อยคำหมายถึงส่วนของร่างกายของมหาบุรุษ
โดยเฉพาะอาการ ๓๒
อย่างสำคัญซึ่งพรรณนาในวรรณคดีของพระพุทธศาสนา
ชั่วขณะสมภพอาการจะแสดงคุณสมบัติโดยตรงและอาการสามารถพยากรณ์ได้ผู้เกิดใหม่จะทรงบรรลุเป็นพระบรมโพธิญาณได้หรือไม่

๒. ภาษาสันสกฤต-ไทย
ในการพรรณรูปบูชาเป็นถ้อยคำที่อ้างอิงอาวุธหรือของประจำตัวของพระและเทวดา
ลักษมณ์
(लक्ष्मण)
ภาษาสันสกฤต
'ประสิทธ์ประสาทด้วยลักษณะ'
ชื่อพระโอรสของท้าวทศรถกับนางสมุทรเทวีในเรื่องรามเกียรติ์
มีกายสีทอง เป็นอนุชาต่างพระมารดาของพระราม
พระลักษมณ์มีความจงรักภักดีต่อพระรามมาก เมื่อพระรามต้องออกเดินป่าถึง ๑๔ ปี
พระลักษมณ์ก็ได้ติดตามไปด้วย และยังช่วยออกรบกับท้าวราพณาสูรและกองทัพของกรุงลงกาอย่างกล้าหาญ
พระลักษมณ์เป็นพญาอานันตนาคราช
ที่ประทับของพระนารายณ์มาเกิด
บางทีเรียกลักษมัณหรือลักษมณะ
ลักษมี
(लक्ष्मी)
ภาษาสันสกฤต 'อาการ'
'เครื่องหมาย'
ชื่อเทพธิดาแห่งความงามและเคราะห์ดี ซึ่งมีกำเนิดในระหว่าง
'การกวนเกษียรสมุทร'
ขึ้นมาบนผิวน้ำนมโดยนั่งบนดอกบัวหลวที่ลอยอยู่คลื่นสมุทร
เขามาเป็นมเหสีของเทพเจ้าพระวิษณุ
และถูกส่งตัวให้มาเกิดทุกครั้งและพร้อมกับอวตารของพระวิษณุ
เช่น เมื่อพระวิษณุอวตารมาเป็นพระราม
ลักษมีมาเกิดพร้อมกันเป็นนางสีดา
ภรรยาของพระราม เมื่อพระวิษณุอวตารมาเป็นพระกฤษณะ
ลักษมีมาเกิดพร้อมกันเป็นรุกมินิ
ภรรยานางเอกของพระกฤษณะ บัวหลวงเป็นของประจำตัวสิ่งหนึ่งของนางลักษมี
และยานประจำคือสิงห์
(รูป)
มีชื่ออีกชื่อว่า
ศรี ศรีมรีอัมัน
และปัทมะ

ลังกา
ภาษาสันสกฤต ชื่ออีกชื่อของเกาะลังกา ในปัจจุบันนี้เรียกศรีลันกา
ดูต่อลันกา
ลังสาด
ชื่อต้นไม้ชนิดหนึ่ง
ชื่อวิทยาศาสตร์ลันเสียมโดะเมซทิคัม
(lansium domesticum) ผลไม้คล้ายคลึงลองกอง
รับประทานได้ มีเปลือกบางสีค่อนข้างเหลือง ฤดูออกผลไม้ตั้งแต่มิถุนายนจนสิงหาคม
บางท่สะกดลางสาด
ลัทธิเต๋า
ชื่อศาสนาหรือลัทธิหนึ่งของจีนที่มีอิทธิพลมาก
ตั้งขึ้นในศตวรรษที่ ๖ ก่อนคริสต์กาลโดยนักปราชญ์จึนเล่าจื๊อ
(รูป)
หรือเป็นเหล่าจื๊อผู้เป็นศาสนา ลัทธิเต๋าสนับสนุนความถ่อมตัวและเคร่งครัดในทางศาสนา
หลักฐานของลัทธิเต๋าคือคัมภีร์เต๋าเตชิง
ในคัมภีร์เต๋าเตชิงเต๋าเป็นหลักการลำดับต้นแรกและสุดท้ายซึ่งรวบรวมทุกสิ่งทุกอย่างทั้งหมด
พรรณนาเป็นวงกลมเหลี่ยม
เสียงที่ไม่สามารถยินหรือฟังได้ เป็นรูปที่ไม่มีรูปร่าง
มันเป็นทุกสิ่งทุกอย่างและมันเป็นเปล่าๆ และแม้ว่า
มันไม่มีที่ไหนมันสามารถเห็นได้โดยไม่ดูหรือไม่หา เต๋าหมายถึงสาวกธรรมดาทั่วๆ
ไปทุกอย่างขึ้นอยู่กับสิ่งที่เรียกว่าเต๋าภาษาอังกฤษเรียกเต๋าอิเสอม
(Taoism) ดูต่ออวิ้หววง
ลันกา
(लंका)
ชื่อของเกาะลังกาที่ใช้ในเรื่องรามเกียรติ์
เกาะลังกาเคยเป็นยอดของภูเขาพระเมรุ
แต่ถูกพระวายุ
เทพเจ้าแห่งลมและอากาศพัดปลิวตกทะเล จึงมาเป็นเกาะ
กรุงลังกาเคยเป็นอาณาจักรใหญ่และสง่าผ่าเผย
ซึ่งรอบโดยคูเวียงกว้างและกำแแพงเจ็ดชั้น ตามที่กล่าวว่า สร้างทำด้วยทองคำ
เป็นที่อาศัยของพระกุมภกรรณ
แต่ถูกลักลอบโดยท้าวราพนาสูรทศกัณฐ์
พี่ต่างพระมารดา
ซึ่งเอามาเป็นอาสน์ เรียกอีกชื่อว่า
ลงกา หรือ ลังกา
ลัวะ
ชื่ออีกชื่อของละว้า
ลางสาด
ดูลังสาด
ลานนานหทูซู (Lan
Nan Htu Su)
ภาษากะย้าง
ชื่อของเทวดา
ลักษณะเหมือนกับนก
ล้านนา
๑. ชื่อของอาณาจักรที่ภาคเหนือเมื่อสมัยก่อน
ที่เจริญขึ้นในระหว่างพุทธศตวรรษที่ ๑๘ และพุทธศตวรรษที่
๑๙
ซึ่งมีเชียงใหม่เป็นศูนย์กลางแห่งอาณาจักร
อาณาจักรรวบรวมกำลังที่แคว้นเหนือโดยทำสัญญาในระหว่างผู้ปกครองสามองค์
(รูป)
คือ กษัตริย์ของกรุงเชียงใหม่พ่อขุนเม็งราย
กษัตริย์ของกรุงสุโขทัยพ่อขุนรามคำแหง
และกษัตริย์ของกรุงพะเยาพ่อขุนงำเมือง
อ่านต่อ

๒. ชื่อแบบศิลปะจากสมัยและบริเวณล้านนา (ภาคเหนือ)
_small.jpg)
ลาบ
ชื่ออาหาร ประกอบด้วยปลาหรือเนื้อดิบที่บดหรือสับ
ประสมกับเครื่องปรุงมีพริกและน้ำปลาร้า
กินกับผักชอุ่ม

ลามะอิเสิม
ชื่อนิกายของพุทธศาสนา
ซึ่งนับถือและใช้ในประเทศทิเบตและประเทศมองโกเลียะเป็นส่วนใหญ่
ดูต่อดาไลลามะ
ลายคราม
เครื่องกระเบื้องถ้วยชามโบราณจากประเทศจีน ประดับด้วยลายสีน้ำเงินหรือสีฟ้า

ลายรดน้ำ
ชื่อลวดลายทำด้วยทองที่ทาไว้ ได้ลายรดน้ำโดยวาดเส้นรอบนอกของแบบที่ผิว
ซึ่งขัดเกลาและทาเขินแล้ว
ต่อไปพื้นที่จะใช้เป็นพื้นข้างหลังจะปิดโดยลาดด้วยสารขัดขวางที่มีลักษณะกาว
ภายหลังทาพื้นที่ทั้งหมดด้วยยางสนอีกอย่างหนึ่งที่ทำให้ทองใบติดที่รูปแบบที่วาดมาแล้ว
ต่อไปจะล้างพื้นที่โดยรดน้ำจึ่งเอาสารขัดขวางออก
แต่เก็บทองใบไว้ติดกับรูปแบบที่วาดมาแล้ว มักจะพบรูปแบบลายรดน้ำในวัด
และเป็นเครื่องประดับบนเครื่องตกแต่งบ้าน เช่น ตู้ เตียง ฯลฯ โดยเฉพาะบนตู้พระธรรม
(รูป)

ลาลิตอาวิสตาระ
(ललितविस्तर)
ภาษาสันสกฤต
ต้นฉบับที่บรรยายพุธทประวัติ ตามตำนานที่สืบเนื่องกันมา
ลาลิตอาสนะ
(ललितआसन)
ภาษาสันสกฤต
ชื่ออาสนหรือท่านั่ง
ในศิลปะเป็นปางของรูปเทพเจ้านานาองค์บูชา
นั่งโดยคุกขาข้างหนึ่ง ซึ่งวางบนแท่นหรือบัลลังก์ และขาอีกข้างหนึ่งห้อยไว้
เป็นเครื่องหมายแห่งความผ่อนคลาย ดูต่ออาสนราชผ่อนคลาย

ลาวา
(लव)
ชื่อภาษาสันสกฤตโอรสคนหนึ่งของลูกฝาแฝดนางสีตาใน่เรื่องรามายณะ
ไม่ทั้งสองคนรับรองโดยพ่อของเขาพระรามจนกระทั่งมีอายุ
๑๕ ปีแล้ว โอรสอีกคนหนึ่งชื่อคูซา
ภาษาไทยเรียกพระลบ
ลาฮู
ชื่อชาวเขา
ซึ่งส่วนใหญ่อาศัยอยู่ทางตอนเหนือในเขตจังหวัดเชียงใหม่และเชียงราย
อพยพมาจากประเทศพม่า และตั้งถิ่นฐานในประเทศไทยเมื่อประมาณสิ้นศตวรรษคริสต์ที่
๑๙ โดยทั่วไปอาศัยอยู่รวมกันเป็นกลุ่มบนภูเขาสูง (รูป)
ลาฮูแบ่งออกเป็น ๒ กลุ่มย่อยอีกหลายกลุ่ม
และเรียกชื่อตามเครื่องแต่งกาย ได้แก่ลาฮูแดงหรือลาฮูยี
ลาฮูเหลืองหรือลาฮูชิ และลาฮุขาวหรือลาฮูหพู
และยังมีอีก ๒ กลุ่มคือลาฮูดำหรือลาฮูนา
ด้วยความแตกต่างด้านภาษาและวัฒนธรรม
ในแต่ละชนกลุ่มย่อยในเผ่าลาฮูจะใช้ภาษาเฉพาะถิ่นซึ่งมาจากกลุ่มสาขาภาษาทิเบต-พม่า
ภาษามาตรฐานที่ใช้พูด คือ ภาษาของลาฮูนา และใช้กันมากที่สุด
นอกจากนี้ยังมีการใช้ภาษาลาฮูในเขตนอกประเทศไทย เช่น (ประเทศพม่า ลาว เวียดนาม
และจีน)
ชื่อภาษาไทยของชาวนี้คือว่า
มูเซอ
ซึ่งเป็นชื่อที่มาจากภาษาพม่าและแปลว่า 'ผู้ล่า' บางทีเรียกลาโฮ
อ่านต่อ

ลาฮูชลี
ภาษาลาฮู 'ลาฮูดำ'
กลุ่มย่อยของชาวลาฮู
เรียกอีกชื่อว่า
มูเซอดำ
บางทีสะกดลาฮูเชอแล
อ่านต่อ
ลาฮูชี
ภาษาลาฮู 'ลาฮูเหลือง'
กลุ่มย่อยของชาวลาฮู
เรียกอีกชื่อว่า มูเซอกวี
อ่านต่อ
ลาฮูเชอแล
ดูลาฮูชลี
ลาฮูดำ
กลุ่มย่อยของชาวลาฮู
ซึ่งแบ่งออกอีกเป็น
๒ กลุ่ม คือ
ลาฮูชลีและลาฮูนา
เรียกชื่อตามภาษาและประเพณี
เครื่องแต่งกายของผู้ชายประกอบด้วยกางเกงขาแบบครุยสีดำ
(รูป)
เครื่องแต่งกายของผู้หญิง
คือ
ชุดเสื้อครุยขนาดยาวสีดำคล้ายผ้าไหมขลิบริมชายผ้าด้วยสีขาว สีแถบของแขนเสื้อแสดงให้เห็นลักษณะของเผ่า
แต่ละเผ่ามีสีส่วนตัว
ลาฮูดำเรียกชื่ออีกชื่อว่า
มูเซอดำ
อ่านต่อ

ลาฮูนา
๑.
ชื่อภาษาลาฮู
'ลาฮูดำ'
กลุ่มย่อยของชาวลาฮู
เรียกอีกชื่อว่า
มูเซอดำ
๒.
ชื่อภาษาลาฮู
ภาษาแม่ของลาฮู
ในแต่ละชนกลุ่มย่อยในเผ่าลาฮูจะใช้ภาษาเฉพาะถิ่นซึ่งมาจากกลุ่มสาขาภาษาทิเบต-พม่า
ภาษามาตรฐานที่ใช้พูด คือ ภาษาของลาฮูนา และใช้กันมากที่สุด
นอกจากนี้ยังมีการใช้ภาษาลาฮูในเขตนอกประเทศไทย เช่น (ประเทศพม่า ลาว
เวียดนาม และจีน) และมีความใกล้ชิดและเกี่ยวพันกับภาษาพูดของชาวลีซู
อ่านต่อ
ลาฮูไนอี
ภาษาลาฮู 'ลาฮูแดง'
กลุ่มย่อยของชาวลาฮู
อ่านต่อ

ลาฮูหพู
ภาษาลาฮู 'ลาฮูขาว'
กลุ่มย่อยของชาวลาฮู
อ่านต่อ
ลาโฮ
ดูลาฮู
ลำปาง
ชื่อจังหวัดทางภาคเหนือ
(แผนที่)
อ. เมืองอยู่ห่างจากกรุงเทพฯ
๕๙๙ กิโลเมตร ตั้งอยู่ที่ฝั่งแม่น้ำวัง
มีพลเมืองประมาณ ๔๓,๐๐๐ คน
ประวัติเมืองลำปางมีอายุเกือบ ๑๔ ศตวรรษ มีความอยู่ตั้งแต่สมัยทวารวดี
ตามตำนานก่อสร้างโดยโอรสของพระนางจามเทวี
ผู้ปกครองอาณาจักรหริภุญไชย
ซึ่งต่อมาเป็นลำพูน
อ. เมืองรู้จักกันด้วยในชื่อ 'เมืองรถม้า' (รูป)
สถานที่ที่น่าสนใจประกอบด้วยวัดพระแก้วดอนเต้าและวัดพระธาตุลำปางหลวง
(รูป)
จังหวัดมีชื่อเสียงในอุตสาหกรรมทำป่าไม้สัก และที่ อ.
ห้างฉัตรมีศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย จังหวัดลำปางมี ๑๓
อำเภอ

ลำพูน
ชื่อจังหวัดทางภาคเหนือ
(แผนที่)
อ. เมืองอยู่ห่างจากกรุงเทพฯ
๖๗๐ กิโลเมตร มีพลเมืองประมาณ ๑๕,๐๐๐ คน
จังหวัดลำปางมี ๗
อำเภอและ ๑
กิ่งอำเภอ

ลำไย
ชื่อพรรณไม้ที่เขียวอยู่ตลอดปีชนิดหนึ่ง
(รูป)
ชื่อวิทยาศาสตร์ยุโฟเรียะล็อนกานา
(euphoria longana)
และดีโมคัรปัสล็อนกัน
(dimocarpus longan)
อยู่ในวงศ์พฤกษศาสตร์สาปินดาแซ (sapindaceae)
สามารถขึ้นได้สูงถึง ๑๒ เมตร มักจะเพาะปลูกที่ภาคเหนือ
ผลไม้หวานและฉ่ำ ลูกลักษณะกลมเป็นช่อๆ
เปลือกสีน้ำตาลอ่อน เนื้อผลไม้สีปูนแห้งแกมขาวเหมือนแก้ว เมล็ดกลมเกลี้ยง
สีน้ำตาลแก่
ฤดูออกผลสิ้นเดือนกรกฎาคมจนสิงหาคม
มีความเชื่อว่า กินลำไยจะส่งเสริมพลังร่างกาย
สามารถกินได้กับน้ำเชื่อม ข้าวเหนียวหรือสาคู
ภาษาอังกฤษเรียกล็อนกัน
(longan) ลูกลำไยมีชื่อเล่นเรียกว่า
'ตามังกร'

ลี้
ภาษาไทย-จีน
ชื่อมาตราวัดจีน หนึ่งลี้เท่ากับราวๆ
๓๐๐
เมตร
ลิเก
การมหรสพชนิดหนึ่ง มาจากชวา เรื่องของลิเกมักจะเกี่ยวข้องชีวิตกษัตริย์และกษัตรีย์ที่พระราชฐานลิเกมักเป็นละครเตร็ดเตร่
นักแสดงลิเกแต่งตัวด้วยเครื่องแต่งกายแบบฉูดฉาด แพรวพราวและระยิบระยับ แต่ก่อนผู้แสดงละครเป็นแค่ผู้ชายอย่างเดียวเท่านั้น
ในปัจจุบันนี้ทำให้ล้าสมัย บางทีเรียกว่า ยี่เกหรือนาฏดนตรี
_small.jpg)
ลิงค์
(लिङ्गं)
ภาษาสันสกฤ-ไทย 'เครื่องหมาย' 'สัญลักษณ์' 'เพศของนามและสรรพนามในไวยากรณ์'
เป็นการแสดงรูปแฟลัส (phallus -
รูปองคชาต)
เครื่องหมายแห่งกำลังเนรมิตของพระศิวะ
เมื่อส่วนรูปกระบอกกับยอดกลมของศิวลิงค์แสดงรูปแกะสลักเหมือนใบหน้าเรียกมุขลิงค์
ซึ่งแปลว่า 'ลิงค์กับใบหน้า' ถ้ามีรูปใบหน้าแค่รูปเดียวเรียกว่า
เอกมุขลิงค์
(รูป)
มีลิงค์หลายๆ ชนิด บางทีลิงค์จะมีสามส่วน หมายถึง
ส่วนภายใต้มีฐานในร่างบาศก์ แทนพระพรหม
ส่วนตรงกลางมีรูปทรงปริซึมแบนแปดด้าน
แทนพระวิษณุหรือพระนารายณ์
และส่วนยอดที่เป็นรูปกระบอก แทนพระศิวะ
ปัจจุบันพระลิงค์ยังได้นับถือในนานาประเทศของเอเชียอาคเนย์และในประเทศอินเดีย
(รูป)
มีความเชื่อถือว่า น้ำ
(หรือน้ำนม) ซึ่งเทผ่านลิงค์จะมาเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์
ในอดีตแม้ว่า เคยมีคนที่แกะสลักรูปลิงค์ในบริเวณที่แม่น้ำไหลผ่านเพื่อทำให้น้ำมีความอุดมสมบูรณ์เพื่อใช้ในการทำนา
เมื่อกษัตริย์ของเขมรพระเจ้าชัยวรมันที่
๗ ซึ่งแนะนำพุทธศาสนาลัทธิมหายานมาเป็นศาสนาของรัฐกัมพูชา
สิ้นพระชนม์แล้ว พุทธศาสนาถูกเอาคืนที่โดยศาสนาฮินดูเหมือนเดิม
และพระพุทธรูปหลายองค์ถูกแกะสลักใหม่หยาบ ผันแปรมาเป็นลิงค์
หากพระลิงค์แสดงพร้อมกับโยนี
หมายถึง การเนรมิต (รูป)
ในปัจจุบันนี้ยังมีคนที่ศรัทธานับถือลิงค์
เรียกอีกชื่อว่า
ลึงค์ ศิวลึงค์ และศิวลึงค์ ดูต่อปลัดขิกและเปรียบเทียบกับหลักเมือง

ลิงคพารวาตะ
(लिङ्गंपर्वत)
ภาษาสันสกฤต 'สัญลักษณ์ภูเขา'
ยอดภูเขาในทรงพระลิงค์
ลิงหางสั้น
ลิงกังชนิดหนึ่ง
สกุลมะกากา (macaca) ซึ่งมีหลายชนิด
เช่น
ลิงแสม ฯลฯ
(รูป)
มีหางสั้นเหมือนหางหมู
มักจะฝึกหัดช่วยเก็บผลมะพร้าวอ่อน (รูป)
ลิ้นจี่
ชื่อไม้ผล ปลูกที่ประเทศใกล้เขตร้อนของโลก
รสหวาน เปลือกบางสีแดงจัด
เนื้อฉ่ำสีขาว
ชื่อทางวิทยาศาสตร์ลิทจี่จีเนนสิส (litchi chinensis)
โดยเฉพาะภาคเหนือของประเทศไทยมีดินที่อุดมสมบูรณ์อากาศหนาวพอสมควร
จึงเป็นทำเลที่เหมาะแก่การปลูกลิ้นจี่
ต้นลิ้นจี่เริ่มออกผลตอนต้นฤดูฝน
(เดือนมิถุนายน)
ในภาษาจีนลิ้นจี่เรียก
ลี่ (荔) ซึ่งพ้องเสียงกับคำ
ลี่
(力) ที่แปล 'กำลัง'
หรือ 'พลัง'
และซึ่งตัวอักษรใช้สามครั้งใต้ในตัวอักษรของคำลิ้นจี่ในภาษาจีน
ชื่อภาษาไทยมาจาก
ลี่จวือ
ซึ่งประกอบด้วยตัวอักษร ลี่ (荔)
ที่หมายถึง 'ลิ้นจี่'
และลักษณนามว่า
จวือ
(枝) ที่หมายถึง 'กิ่งไม้'
ด้วยความรู้คำว่า
ลี่
(力) แปล 'กำลัง'
และพเพราะจวือพ้องเสียงกับคำว่า
ลี่ซื่อ (利事)
'สิ่งประโยชน์'
และคำว่า
ลี่ซื่อ (利市)
'กำไรตลาด'
คนจีนจะถือลิ้นจี่เป็นเครื่องหมายแห่งกำลังและกำไรดี ภาษาอังกฤษเรียกลิทจี่
(lychee)

ลิ้นมังกร
ดูเกล็ดปลา
ลิ้มกอเหนี่ยว
ภาษาไทย-จีน ชื่อน้องสาวของนายลิ้มโต๊ะเคี่ยม
คนจีนที่อพยพเข้าเมือง
ซึ่งแต่งงานผู้หญิงสาวเมืองปัตตานี
และเปลี่ยนศาสนาเข้ารีตนับถือศาสนาอิสลาม
แต่นางลิ้มกอเหนี่ยวแล่นจากประเทศจีนด้วยเรือใบสำปั้น
เพื่อพยายามทำให้พี่ชายของเขาสำนึกละทิ้งศาสนาอิสลามและกลับบ้านเกิดเมืองนอนด้วยกัน
แต่ลิ้มโต๊ะเคี่ยมขานรับว่าไม่
และแสดงความเชื่อถือโดยรับมอบหมายก่อสร้างมัสยิดกรือเซะ
พ.ศ. ๒๑๒๑a นางลิ้มกอเหนี่ยวจึงแช่งสาปมัสยิดโดยว่าจะสร้างไม่เคยสำเร็จ
หลังจากลองชักชวนพี่ชายอีกครั้งหนึ่งเป็นครั้งสุดท้ายแต่ยังไม่ได้ผลนางลิ้มกอเหนี่ยวฆ่าตัวตายโดยผูกคอตัวเอง
แขวนคอจากต้นมะม่วงหิมพานต์
เนื่องจากความเศร้าโศกลิ้มโต๊ะเคี่ยมจึงไม่สามารถสร้างมัสยิดสำเร็จ
และปัจจุบันมัสยิดกรือเซะยังไม่เสร็จ
ต่อมาต้นมะม่วงหิมพานต์ซึ่งลิ้มกอเหนี่ยวใช้แขวนคอฆ่าตัวตายถูกตั้งไว้ในที่บูชา
และรูปไม้จำลองของเขาที่แกะสลักจากต้นแบกในขบวนประจำปี
_small.jpg)
ลีซอ
ชื่ออีกชื่อของชาวลีซู
ลีซู
ชื่อเผ่า
ซึ่งในสมัยก่อนเป็นชาวเขาที่ท่องเที่ยวไปไม่อยู่เป็นที่
ชาวลีซูมีส่วนหนึ่งแยกกลุ่มเข้ามาในประเทศไทยตอนต้นศตวรรษคริสต์ที่
๑๙ โดยผ่านทางเชียงใหม่
ลีซูใช้ภาษาของชนยีหรือโลโล
ซึ่งเป็นสาขาของกลุ่มภาษาทิเบต-พม่า เป็นไปได้ว่ามีต้นกำเนิดในทิเบต
แต่ส่วนใหญ่ของเผ่าลีซูยังอาศัยอยู่ทางตอนเหนือของจีนตอนใต้เขตยูนนานทางด้านตะวันตกของแม่น้ำสาละวิน
ในปัจจุบันนี้ผู้หญิงลีซูจะสวมชุดสื้อผ้าแบบประเพณีมากกว่าผู้ชาย
(รูป)
เiuยกอีกชื่อว่าลีซอ
อ่านต่อ

ลี่ซื่อ (利事)
ภาษาจีน 'สิ่งประโยชน์'
ชื่ออีกชื่อของธนบัตรที่ใส่ในอั่งเปา
คือ ซองสีแดง
ลี่ซื่อเซียนกวาน (利市仙官)
ภาษาจีน 'เซียนข้าราชการแห่งกำไรตลาด'
ชื่อของเทพเจ้าแห่งทรัพย์จีนอย่างไร้พิธี
และ 'ข้าราชการของเทพเจ้าแห่งประโยชน์'
ซึ่งเป็นเทพที่ชะลอไปด้วยเทพเจ้าแห่งทรัพย์จีนอื่นๆ
นอกจากนั้นท่านยังเป็นเทพองค์หนึ่งในพวกอู่ลู่ไฉ่ซิ่ง
หรือ
'องศ์ไฉ่ซิ่งทั้งห้าทาง'
กล่าวคือ เทพเจ้าแห่งทรัพย์ของทิศทางฝั่งเหนือ ลี่ซื่อแปลว่า 'สิ่งประโยชน์'
และเซียนกวานแปลว่า
'อมรข้าราชการ' ท่านเป็นเทพเจ้าที่มีหน้าที่สนับสนุนการค้าและการสะสมโภคทรัพย์พาณิชย์
ในหมู่จีนมีประเพณีนิยมจะติดรูปลี่ซื่อเซียนกวานที่ด้านในประตูเข้าของร้านและสถานที่ธุรกิจต่าง
เป็นเทพเจ้าที่เรียกหากำไรในทางค้าขาย
ชื่อเต็มคือลี่ซื่อเซียนกวานเหยาเส่าซือ
ลี่ซื่อเซียนกวานเหยาเส่าซือ
(利市仙官姚少司)
ชื่อจีนเต็มของลี่ซื่อเซียนกวาน
บางที่สะกดลี่ซื่อเซียนกวานเอี๋ยวเส่าซือ
ลึงค์
ดูลิงค์
ลุมพินี
(लुम्बिनी)
ชื่อสวนที่บริเวณเมืองกบิลพัสดุ
ในประเทศเนปาลของปัจจุบัน เป็นเมืองประสูติของเจ้าชายพระสิทธารถ
ซึ่งต่อมาเป็นพระพุทธเจ้าตามพุทธประวัติ
ภาษาสันสกฤตเรียกลุมบินี
ดูสวนลุมพินี
ลูกคิดจีน
เครื่องคำนวณเลขเป็นลูกกลมๆ ร้อยใส่ไว้ในรางทำด้วยไม้
เป็นของจีน ในภาษาอังกฤษเรียกไชนีสแอบอะคัซ (Chinese abacus)

ลูกเดือย
ชื่อธัญพืชตระกูลหญ้า
(รูป)
ชื่อลาตินคอยิคสลาขรีมาจบ (coix
lachrymajob) ในวงศ์กรามีแน (gramineae)
เมล็ดสีขาวใช้รับประทานได้
อยู่ในเปลือกแข็ง ปอกเปลือกแล้วจะต้มหรือนึ่งเมล็ดรับประทานแทนข้าว
ทำขนมเปียกลูกเดือย ใส่เต้าทึง น้ำเต้าหู้ ทำแป้ง ทำน้ำลูกเดือย
ที่ตลาดนัดมักจะพบลูกเดือยเมล็ดแห้ง
ลูกเดือยคล้ายข้าวฟ่าง
ชื่ออื่นๆ เดือยหิน มะเดือย
มะเตย ชาวกะเหรี่ยงเรียกเป้นี
และชาวตะวันออกบางคนใช้คำภาษาเขมรว่า สกุย

ลูกตาล
ชื่อลูกผลไม้ของต้นตาล
ใช้ทำน้ำตาลปึกและสามารถรับประทานอย่างสดได้
เนื้อสีนวล
(รูป)

ลูกตีนเป็ดน้ำ
ชื่อพื้นเมืองของผลพฤกษาชนิดหนึ่ง เป็นไม้ต้นสูงประมาณ ๑๕ เมตร ไม่ผลัดใบ
ใบเกลี้ยง สีเขียวเข้มเป็นมันคล้ายต้นลั่นทม
ดอกสีขาว มีกลิ่นหอม
ผลสดแบบมีเนื้อเมล็ดเดียว
ทรงกลมหรือค่อนข้างกลมเป็นสองพูตื้นๆ
สีเขียวอมม่วงถึงม่วงเข้ม ด่างมีจุดสีขาวคล้ายผลเสาวรส
เปลือกบาง เมื่อตกแล้วเนื้อผลไม้จะเปื่อยเน่าเร็ว
จึงเผยเมล็ดที่เหมือนไม้ที่มีลักษณะเป็นเส้นๆ
ขนาดใหญ่กว่าลูกบอลเทนนิสนิดหน่อย
รูปเมล็ดดูเหมือนเปลือกกะลาแต่เล็กกว่า
ต้นอ่อนงอกจากรอยแยกของเมล็ด
ต้นไม้ตีนเป็ดน้ำเจริญดีตามริมน้ำ
ผลมีพิษทำให้เกิดอาการระคายเคือง เมล็ดใช้ในทางช่วยความงามในการตกแต่งภายใน
เมล็ดทำไม้ประดับแห้ง
บางทีเรียกคำย่อว่า
ตีนเป็ด
ภาษาอังกฤษเรียกพ็องพ็องซีด (pong
pong seed)

ลูกท้อแห่งความอมตะ
ที่ประเทศจีนลูกท้อเป็นผลแห่งสวรรค์และเครื่องหมายแห่งความมีอายุยืนนาน
ซีหวังหมู่ พระแม่เจ้าแห่งตะวันตกและมารดาของจักรพรรดิหยก
มีต้นไม้วิเศษที่ออกผลลูกท้อแห่งความอมตะ
ใครก็ตามที่จะรับประทานลูกท้อนั้นก็จะได้ชีวิตนิรันดร์
สักวันพระแม่ซีหวังหมู่ ซึ่งเป็นผู้ปกครองต้นท้อนั้น
จัดงานเลี้ยงให้เทพเจ้าทั้งหมดมาทานลูกท้อมงคล
อย่างนี้เทพเจ้าได้รับความอมตะ
ต้นท้วิเศษนั้นจะผลิดอกออกผลทุกสามพันปี ลูกท้อมาเป็นของประจำตัวของเทพเจ้าหลายองค์
รวมทั้งแปดเซียน
(รูป)
และ
ซิ่ว
เทพเจ้าองค์หนึ่งในชุดสามองค์ฮก
ลก ซิ่ว ซึ่งบางครั้งได้รณนาปางนั่งในลูกท้อขนาดใหญ่
(รูป)
นอกจากนั้นมีความเชื่อว่า ส่วนอื่นๆ แต่ละส่วนของต้นท้อมีอำนาจวิเศษ
อาทิเช่นเนื้อไม้จึงใช้ขจัดผีร้าย เพราะฉะนั้นปัจจุบันเครื่องรางต่างๆ
ของลัทธิเต๋า
เช่น ของดี ของขลัง และตรา ยังทำด้วยจากไม้ต้นท้อโดยมาก
ตามนิทานเห้งเจีย พญาวานร ขโมยลูกท้อ
(รูป)
จากสวนพระแม่ซีหวังหมู่ ก็ได้รับความอมตะ
_small.jpg)
ลูกทุ่ง
๑. ชื่อดนตรีชนิดหนึ่ง
คล้ายเพลงเพื่อชีวิต
๒. สัตว์ที่เกิดเป็นสัตว์ป่า
ตรงกันข้ามกับสัตว์เลี้ยง
ลูกนิมิต
หินลูกกลมๆ ขนาดใหญ่ ขนาดเท่าบาตร
ใช้ฝังเป็นเครื่องหมายของเขตโบสถ์ (รูป)
รวมทั้งหมดจะมีเก้าลูก ลูกหนึ่งจะฝังที่ตรงกลางของโบสถ์
และแปดลูกอื่นๆ จะฝังใต้ใบเสมาที่แวดล้อมบริเวณธรณีสงฆ์ศักดิ์สิทธิ์ของโบสถ์
ก่อนฝังประชาราษฎร์มีโอกาสสามารถทำบุญได้โดยติดใบทองคำเปลว
(ปิดทอง)
ดูต่อนิมิต

ลูกเสือ
๑.
สมาชิกแห่งองค์การลูกเสือแห่งชาติ
ที่ตั้งขึ้นสำหรับอบรมให้เป็นพลเมืองดี มีอุดมคติ
และความรับผิดชอบตัวเองและต่อผู้อื่น องค์การลูกเสือแห่งชาติก่อโดยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
รัชกาลที่ ๖ (พระวชิราวุธ)
โรงเรียนมักจะมีการลูกเสือเป็นวิชาที่สอน

๒.
เสือที่ตัวยังเล็กๆ อยู่
เล
ชื่อราชวงศ์ที่ปกครองประเทศญวนตั้งแต่
พ.ศ. ๑๙๗๐ จนกระทั่ง พ.ศ. ๒๓๓๒
ซึ่งเป็นสมัยอุดมสมบูรณ์แห่งศิลปะ
เล็บ
อย่างแท้จริงอาจเป็นเล็บมือ แต่ในทางวัฒนธรรมจะอ้างอิงถึงเล็บยาว ๘ เล็บที่นักเต้นรำสวมในกานเต้นรำชนิดภาคเหนือที่เรียกว่า
ฟ้อนเล็บ
(รูป) เล็บยาวนั้นจะโค้งไปทางข้างนอกนิดๆ
และนัยว่า แทนการถือเทียนที่ใช้ในกานเต้นรำฟ้อนเทียน
บางทีจะมีการยืดออกที่ตรงปลายประดับด้วยขนปุยสีแดง
ซึ่งอาจเป็นการแทนของแสงเทียน
%20long%20fingernail%20Thai%20dance_small.jpg)
เลย
ชื่อจังหวัดทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ
ของภาคอีสาน
(แผนที่)
อ. เมืองอยู่ทางทิศเหนือห่างจากกรุงเทพฯ
๕๒๐ กิโลเมตร มีพลเมืองประมาณ ๒๒,๐๐๐
คน จังหวัดเลยมีชื่อเสียงในเรื่องการทำฝ้าย
และอุทยานแห่งชาติ เช่น อุทยานแห่งชาติฃภูกระดึง
ที่ขนาด
๓๔๘.๑๒
ตร.กม. และประกอบด้วย จุดสูงที่สุดของจังหวัด สูง ๑,๓๖๐
เมตร และทางเดินเท้าที่ได้หมายด้วยป้าย
ประมาณ ๕๐
กิโลเมตร ตามข้อกล่าวหา อุทยานแห่งชาติฃภูกระดึงยังมี
ช้าง เสือ ชะนี และหมีสีดำ
อุทยานแห่งชาติสถานที่อื่นๆ คือ
อุทยานแห่งชาติภูเรือ
ซึ่งขนาด
๑๒๑
ตร.กม. และอุทยานแห่งชาติภูหลวง
ซึ่งประชาชนเยี่ยมน้อยกว่า
กลางเดือนมิถุนายนของทุกๆ
ปีจังหวัดนี้มีงานประจำปีผีตาโขนที่อำเภอด่านซ้าย
จังหวัดเลยมี ๑๒
อำเภอและ ๒
กิ่งอำเภอ

เล่าจื๊อ
(老子)
ภาษาจีน 'ครูเฒ่า' หรือ 'อาจารย์แก่' ปราชญ์จีนมีอิทธิพล
ในศตวรรษที่ ๖ ก่อนคริสตศักราช เป็นผู้ก่อการลัทธิเต๋า
และนักประพันธ์คัมภีร์เต๋าเตชิง
บางทีเรียกเลาซู

เล่าปี่
ชื่อผู้ปกครองสุขุมและนิสัยซื่อสัตย์ในเรื่องจีนสามก๊ก
เล้าหมู
คอกให้หมูอยู่ มีชนิดใหญ่และชนิดเล็ก
ที่เลี้ยงหมูตามบ้านนอกมักจะเก็บภายใต้บ้านที่ปลูกลงบนเสาเพื่อป้องกันแสงแดดและฝนตก

แลน
ดูตะกวด
โลก
พื้นพสุธา ปถพี พิภพ แผ่นดิน ดิน ปฐพี
ดูต่อโลกะ
โลกะ (लोक)
ภาษาสันสกฤตขอ 'โลก'
หรือ 'จักรวาล' ทั่วไปเป็นคำสันสกฤที่ใช้ในทางศาสนา และอ้างอิงตรีโลก
หมายถึงสามโลก คือ สวรรค์ โลก และนรก
ลำดับประเภทอื่นๆ กล่าวถึงเจ็ดโลก และยี่สิบสองโลก ซึ่งรวมกันใน 'ไข่พระพรหม'
และอ้างอิงหลายเสี่ยงภายในทุกส่วนสำคัญ
โลกนาถ
ที่พึ่งของโลก คือ พระพุทธเจ้า
บางทีเรียกโลกนาถะ
โลกบาล
(लोकपाल)
ในเทพนิยายศาสนาฮินดูมีโลกบาลจำนวนแปดองค์
มีโลกบาล ๕ องค์ปกปักรักษาจตุรทิศและอีก ๔ องค์ซึ่งปกปักรักษาทิศทั้งสี่ระหว่างกลาง
พระอินทร์คุ้มครองทิศตะวันออก
(รูป)
พระยมคุ้มครองทิศทักษิณ
(รูป)
พระกุเบระหรือพระไวส์ราวานะปกปักรักษาทิศอุดร
(รูป)
และพระวรุณคุ้มครองทิศประจิม
(รูป)
พระอิศวร
(พระศิวะ
-
รูป)
หรือพระพฤทิวิปกปักรักษาทิศอีสาน
พระอาคเนย์ปกปักรักษาทิศตะวันออกเฉียงใต้
(รูป)
พระสุริยะหรือพระไนรฤติคุ้มครองทิศหรดี
(รูป)
และพระวายุคุ้มครองทิศพายัพ
(รูป)
ในพุทธศาสนาสามารถมีโลกบาลจำนวนสีองค์ซึ่งเรียกจตุโลกบาล
แปดองค์
สิบองค์หรือสิบสีองค์เป็นไปได้
ภาษาสันสกฤตเรียกดิกภาฬะและแอ็ฌตะดิกภาฬะสซึ่งแปลว่า
'ผู้คุ้มครองรักษาท้องฟ้า(แปดองค์)' ภาษาสันสกฤตโลกะภาฬะ
(lokapala) หรือดิกภาฬะ
(dikpala) และแอ็ฌตะดิกภาฬะส
(ashtadikpalas)
เมื่ออ้างอิงโลกบาลทั้งแปดองค์
โลกแห่งปรารถนา
ชื่อของแห่งที่มีสิบเอ็ดชั้นซึ่งปกครองโดยมาร
เทพเจ้าแห่งปรารถนาและมรณกรรม มีจำนวนสี่ชั้นหรือพวกที่เรียกว่า
'จุดมุ่งหมายเคราะห์ร้าย' คือ
นรก
สิงห์สาราสัตว์ ผี และ
อสุร
นอกจากนั้นก็ยังมีจำนวนเจ็ดชั้นหรือพวกที่เรียกว่า
'จุดมุ่งหมายเคราะห์ดี'
คือ มนุษย์ และเทพนานาชนิดจำนวนหกองค์
ภาษาอังกฤษเรียก เวิร์ลดอ็อฝดิไสเอร์
(World of Desire)
โลเกส์วาระ
ภาษาสันสกฤต 'เจ้าแห่งโลก' แบบร่างกายของโพธิสัตว์พระอวโลกิเตศวรอย่างหนึ่ง
ซึ่งเป็นเทพเจ้าสำคัญในลัทธิการบูชาของกัมพูชาสมัยโบราณก่อน
พระองค์นี้แสดงในหอสูงแบบปรางค์ของปราสาทบายอน
(Bayon) และปรากฏขึ้นในรูปแกะสลักเขมรบ่อยๆ
ในสมัยรัชกาลพระเจ้าชัยวรมันที่ ๗ พระพุทธศาสนา
ในอาณาจักรเขมรมักเกิดจากการบูชาเทพเจ้าคณะสาม ซึ่งประกอบด้วยพระพุทธเจ้า
พระโลเกส์วาระ
และพระปราชนะปารามิตะ
พร้อมกันกับเทวดาของศาสนาตันตระพระเฮวาชระ
เทพเจ้าสามองค์นี้ได้แสดงเป็นนัยโดยปราสาทสง่าผ่าเผยสามแห่ง
เช่น ปราสาทพระขรรค์
(Preah Khan) ที่สร้างเป็นอนุสรณ์ของพระโลเกส์วาระ
ปราสาทบายอนที่สร้างเป็นเป็นเกียรติยศของพระพุทธเจ้า
และปราสาทตาพรหม
(หรือตาโปรม - Ta Prohm) ที่อุทิศแก่พระปราชนะปารามิตะ

โล้ชิงช้า
โล้ชิงช้าขนาดใหญ่ ณ จัตุรัสหน้าวัดสุทัศนฯ
ที่กรุงเทพฯ
เมื่อก่อนใช้ในระหว่างงานโล้ชิงช้างานประจำปีตรียัมปวาย
ทำในวันขึ้น ๗ ค่ำตอนเช้า ขึ้น ๙ ค่ำตอนเย็นของเดือนยี่
เป็นงานเพื่อเกียรติยศเทพเจ้าฮินดูพระศิวะ
ผู้ร่วมต้องพยายามเก็บกระสอบเต็มเงินทองที่ผูกติดเสาไม้ไผ่สูง
๑๕ เมตร แต่ชั่วรัชกาลที่
๗ การใช้ชิงช้านี้ได้ประกาศห้ามเพราะมีอุบัติเหตุคนตกล้มตายบ่อย
ใน พ.ศ. ๒๕๕๐
โล้ชิงช้าเก่าได้แทนที่โดยโล้ชิงช้าใหม่
ภาษาอังกฤษเรียกไจแอ็นทซวิง (giant swing)

โลหะ
ธาตุที่ถลุงจากแร่แล้ว
ดังในคำโลหะปราสาท
โลหะปราสาท
ในโลกมีโลหะปราสาทแต่
๓
หลังเท่านั้น โลหะปราสาทที่แรกได้สร้างที่ประเทศอินเดียเพื่อแสดงความเคารพพระพุทธเจ้า
มียอดแหลมทอง อาจชื่อโลหะปราสาทมาจากแหลมทองนั้นเป็นไปได้เพราะว่า
โลหะหมายถึง
ธาตุที่ถลุงจากแร่แล้ว (เหมือนทอง)
และปราสาทแปลว่า
ตึกที่ประดับด้วยยอดแหลมเป็นรูปเข็ม
โลหะปราสาทตึกแรกมีแค่
๒ ชั่นเท่านั้นแต่สามารถให้ที่อาศัยแก่พระประมาณ
๑,๐๐๐ รูปได้
โลหะปราสาทที่สองได้สร้างที่เกาะลังกาเมื่อ
๑๖๑ ปีก่อนคริสตศักราชเพื่ออนุสรณ์ได้ชัยชนะพวกทมิฬ มี ๙ ชั้นและยอดแหลมทองเหลือง
โลหะปราสาทลังกาทำด้วยไม้และถูกทำลายโดยสายฟ้าฟาด
ต่อสร้างซ้ำมีแค่ ๕ ชั้นเหลือ แต่ปัจจุบันโลหะปราสาทลังกาไม่อยู่แล้ว
โลหะปราสาทที่สามได้โปรดเกล้าฯ
ให้สร้างขึ้นโดยพระรามที่
๓
เป็นอนุสรณ์ของหลานสาวหม่อมเจ้าหญิงโสมนัสวัฒนวดีซึ่งต่อมาเป็นมเหสีของพระรามที่
๔ ทั้งหมดโลหะปราสาทไทยมีเจ็ดชั้นและได้แวดล้อมโดยพระเจดีย์หลายองค์เล็กๆ
ที่ตั้งอยู่ภายนอก คือว่า ที่ชั้นที่สองมีเจดีย์ ๒๔ องค์และที่ชั้นที่สี่มีเจดีย์
๑๒ องค์ ปัจจุบันโลหะปราสาทของวัดราชนัดดาเป็นโลหะปราสาทที่เดียวซึ่งยังไม่พัง
พ.ศ. ๒๕๔๖
โลหะปราสาทไทยได้ปฏิสังขรณ์
(รูป)
ฤกษ์การประชุมกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคซึ่งชุมนุมที่กรุงเทพฯ
ปีนั้น
