วค (锅)

ภาษาอังกฤษของจีนบ๋อยฝรั่ง คำว่า วค มาจากคำจีนภาษากวางตุ้งว่า วอ ซึ่งในภาษาจีนหลวงออกเสียงว่า กวอ หมายถึง กระทะรูปชามกลม เป็นภาชนะที่ใช้ในการปรุงอาหาร มักจะใช้ในการปรุงอาหารจีน

วชิร (वज्र)

ภาษาสันสกฤต หมายถึง คทา สายฟ้า หรือ เพชร รูปเป็นกลีบเหมือนดอกจำปา (รูป) มีด้ามถือ บางที่ทำเป็นรูปสายฟ้า เป็นเครื่องหมายแห่งการที่ไม่สามารถจะทำลายได้ ในพุทธศาสนาลัทธิวชิรยาน เป็นเครื่องหมายที่สำคัญที่สุดและแทนความจริงสมบูรณ์ล้วน ในศาสนาฮินดูเป็นอาวุธเทวดาหลายๆ องค์ ประกอบด้วย พระอินทร์ และที่ประเทศไทยพระเมขลา เทพธิดาแห่งฟ้าแลบ ถือวชิร ในภาษาไทยมักจะใช้เป็นอุปสรรค คำที่เติมหน้าชื่อ ภาษาสันสกฤตเรียกวาชระ

วชิรุณหิศ

มกุฎราชกุมารองค์แรกของสมัยรัตนโกสินทร์ ประสูติวันที่ ๒ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๒๑ ป็น พระเจ้าลูกยาเธอ องค์ลำดับแรกของสมเด็จพระนางเจ้า เสาวภาผ่องศรีพระบรมราชินีนาถ และพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นผู้สืบมรดกราชบัลลังก์ของ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ตามแหล่งต่างๆ พระวชิรุณหิศมีธรรมในใจ ละฉลาดกว่าพวกผู้เปรียบ เมื่อพระชนมายุเพียงแค่ ๑๓ พรรษาพระองค์ประพันธ์บันทึกประจำวันของตนเอง ด้วยระเบียบวาระการประชุมที่มีหน้าที่และความรับผิดชอบแก่พระองค์เอง เพื่อเมื่อจะทรงเป็นพระเจ้าอยู่หัวภายหน้า พระองค์ทรงเป็นโอรสโปรดปรานของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า ซึ่งสอนและเตรียมพระเจ้าลูกยาเธอด้วยตัวเอง เพื่อทรงสืบบิดาทรงมาเป็นพระเจ้าแผ่นดิน  แต่มกุฎราชกุมาร สิ้นพระชนม์เร็วไป พ.ศ. ๒๔๓๘ ด้วยโรคไข้รากสาดน้อย ใน พ.ศ. ๒๔๓๘ และได้ทรงสืบตำแหน่งโดยพระอนุชาต่างพระมารดา พระเจ้าชายวชิราวุธ (รูป) ซึ่งพระชนมายุเพียงแค่ ๑๓ พรรษา และ พ.ศ. ๒๔๕๓ ขึ้นนั่งราชบัลลังก์เป็น พระรามที่ ๖

วชิรยาน (वज्रयान)

ไทย-ภาษาสันสกฤต 'วาชระพาหนะ' ชื่อนิกายพระพุทธศาสนาลัทธิมหายาน ก่อเมื่อประมาณคริสตศตวรรษที่ ๔ เคยเป็นนิกายสำคัญในทิศตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศอินเดีย จากที่โน้นแพร่สู่ประเทศเนปาล ประเทศทิเบต และเอเชียบูรพทิศ กระตุ้นการบูชาและพิธีการที่พัฒนาโดยความเจริญ และซึ่งใช้คำศักดิ์สิทธิ์มนตร์และสัญลักษณ์มณฑล นอกจากนั้นยังปฎิบัติโยกะ และมุ่งหมายสามัคคีกับวิญญาณสากลที่อยู่กว้างขวางทั่วไป ภาษาสันสกฤตเรียกวาชระยานะและรู้จักด้วยในชื่อมันตระยานะ (มนตร์ยาน)

วชิราลงกรณ

ชื่อมกุฎราชกุมาร เจ้าฟ้าสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ พระราชโอรสองค์แรกและพระราชบุตรธิดาองค์ที่สองของพระบาทสมเด็จพระภูมิพลอดุลยเดชเจ้าอยู่หัว และพระบรมราชินีสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์กิติยากร ประสูติเมื่อวันจันทร์ที่ ๒๘ กรกฎาคม ๒๔๙๕ ณ พระที่หนั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต

วชิราวุธ

ชื่อพระบาทสมเด็จมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งมีบรรดาศักดิ์พระรามที่ ๖ (รูป) ขึ้นบัลลังก์ครองราชสมบัติเมื่อ พ.. ๒๔๕๓ หลังสิ้นพระชนม์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

วรมัน (वर्मन्)

ภาษาสันสกฤต-เขมร-ไทย 'ซึ่งป้องกันโดย' ชื่อที่ใช้โดยผู้ปกครองหลายองค์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพระเจ้าแผ่นดินเขมร มักจะใช้เป็นอุปสรรคที่ต่อหัวท้ายคำ เช่น สุริยะวรมัน ชัยวรมัน ฯลฯ

วรรณยุกต์

เครื่องหมายเสียงที่ทำให้เกิดเสียงสูงต่ำของคำ ทำให้คำแต่ละคำมีความหมายแตกต่างกัน วรรณยุกต์มี ๔ รูป ๕ เสียง คือ เสียงสามัญ เสียงไม้เอก (อ่) เสียงไม้โท (อ้) เสียงไม้ตรี (อ๊) เสียงไม้จัตวา (อ๋) อ่านต่อ

วรรณะ

ภาษาสันสกฤต 'ชั้น' ชาติชั้นในสังคมฮินดูที่แบ่งคนออกเป็น วรรณะ คือ พราหมณ์ (ชั้นนักปราชญ์) กษัตริย์ (ชั้นพระบรมราชและทหาร - คฉาตรียะ) แพศย์ (ชั้นพ่อค้า - ไวษยะ) และ ศูทร (ชั้นกสิกรและบริการ - ซูดระ)

วรรธมานะ (वर्धमान)

ภาษาสันสกฤต แปลว่า ผู้เจริญ ชื่อติรทันการะองค์หนึ่ง ศาสดาแห่งศาสนาเชน ซึ่งต่อมาได้สละให้ชื่อศักดิ์ เรียกว่า มหาวีระ พระองค์ประสูติในวรรณะกษัตริย์ เมื่อน่าเชื่อแน่ว่า ๕๖ ปีก่อนพุทธศักราชที่ภาคเหนือของประเทศอินเดียในบริเวณเดียวกันกับพระพุทธเจ้า วรรธมานะเดินทางและสั่งสอนยาวนาน ๓๐ ปี พระองค์มรณภาพเมื่อ ๑๖ ปีก่อนพุทธศักราช อายุ ๗๒ พรรษา

วรุณะ (वरुण)

ภาษาสันสกฤตของพระวรุณ

วรุณิ (वारूणी)

ชื่อเทพธิดาแห่งเหล้าองุ่น และฌัคติของพระวรุณะ รู้จักกันด้วยในชื่ออีกชื่อว่า มะดีระ ดูต่อสุระ

วะราดะ (वरदा)

ภาษาสันสกฤต 'อนุญาตพร' ปางที่สามารถพบได้มากในการพรรณรูปบูชาของพุทธศาสนาและศาสนาฮินดูทั้งสอง เอื้อมแขนไปข้างหน้าและเปิดฝ่ามือด้วยนิ้วที่ชี้ไปข้างล่าง หมายถึง การประสิทธิ์ประสาทสงเคราะห์ สามารถพบได้กับรูปบูชาต่างๆ ท่านั่งหรือท่ายืน ปกติแสดงปางนี้ด้วยมือขวาแต่บางทีแสดงด้วยมือซ้าย (รูป)

วัชรอาสน์

ภาษาสันสกฤต-ไทย โพธิมัณฑาหรือสถานที่เที่ยงใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ ซึ่งเป็นที่นั่งของพระพุทธเจ้าเมื่อบรรลุพระโพธิญาณ ต่อมาสถานที่นนี้ได้ตั้งแท่น ซึ่งตั้งชื่อเรียกว่า วัชรอาสน์ ได้ตั้งในระหว่าง ต้นพระศรีมหาโพธิ์และเจดีย์พุทธคยา ซึ่งสร้างโดยจักรพรรดิพระอโศก

วัง

๑. ชื่อแม่น้ำที่ภาคเหนือ บรรจบกับแม่น้ำน่าน แม่น้ำยมและแม่น้ำปิงในบริเวณนครสวรรค์ มาเป็นแม่น้ำเจ้าพระยา

๒. อาคารที่เป็นที่อยู่ของเจ้านาย หากเป็นที่อยู่ของกษัตริย์เรียกพระราชวัง

วังสวนผักกาด

ชื่อวังซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นที่อยู่อาศัยของพระเจ้าวรงงศ์เจ้าจุมภฏพงษ์บริพัตร กรมหมื่นนครสวรรค์ศักดิพินิต ทรงเป็นผู้อุทิศพระองค์เพื่องานศิลปะและหลานชายของพระรามที่ ๕ ชื่อสวนผักกาดอ้างอิงมุ่งหมายของที่ดินก่อนได้สร้างวัง วังสวนผักกาดประกอบด้วยเรือนไทย หลัง สร้างโดยถือประเพณีด้วยสวนที่จัดสวยงาม ปัจจุบันมาเป็นพิพิธภัณฑ์ซึ่งบรรจุการสำรวมศิลปะและสิ่งโบราณของเอเชียเป็นมาก เช่น การสะสมเปลือกหอยทะเล แร่ผลึก เครื่องปั้นดินเผาจากบ้านเชียง ฯลฯ

วัฎสงสาร

การเวียนตายเวียนเกิด การเวียนเกิดเวียนตาย หมายถึง เกิด แก่ เจ็บ ตาย คือว่า ความทนทานเสมอโดยไม่มีหยุด เดิมเขียนว่า วัฏฏสงสาร ดูต่อเทวทูต

วัฒนธรรม

๑. ภาวะความเป็นอยู่ หรือสิ่งที่แสดงว่า เป็นที่เจริญ

๒. ขนบธรรมเนียมประเพณี

วัด (ວັດ)

ภาษาไทย-ลาว คำว่า วัด ชะรอยมาจากคำภาษาบาลีว่า อวัสะ (avasa) และจากคำภาษาสันสกฤตว่า อวัสะตะ (avasatha) คือ สถานที่สำหรับประกอบกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา นอกจากนั้นวัดยังจะเป็นประโยชน์ในทางการศึกษา และในทางการอยู่อาศัย ภายในวัดจะมี พระอุโบสถ (โบสถ์ - รูป) ซึ่งนักบวชบรรพชาและพระสงฆ์ประชุมกันทำสังฆกรรมต่างๆ และใช้สำหรับประกอบศาสนพิธีต่างๆ วิหาร (รูป) ซึ่งใช้สำหรับการสวดมนต์และการทำสมาธิ ศาลา (รูป) กุฏิ ซึ่งเป็นเป็นที่อาศัยของนักบวช คือว่า พระสงฆ์ (รูป) พระเจดีย์ (รูป) และเมรุ (รูป) ซึ่งใช้สำหรับการเผาศพ วัดใหญ่ยังมักจะมีหอไตร (รูป) หอกลอง (รูป) หอระฆัง (รูป) และวัดเล็กๆ เช่น วัดป่า โดยปกติจะไม่มีโบสถ์ นอกจากแหล่งของพระพุทธศาสนาวัดมักจะเป็นสถานที่นัดพบในทางสมาคม ประเทศไทยมีวัดของพระพุทธศาสนาจำนวนประมาณ ๒๗,๐๐๐ วัด อีกเรียกอาราม

วัดเจดีย์เจ็ดยอด

วัดสำคัญของภาคเหนือแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่ และรู้จักกันด้วยในชื่อเดิมว่า วัดโพธารามมหาวิหาร สถาปนาขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๑๙๙๘ โดยพญาติโลกราช กษัตริย์องค์ที่ ๙ แห่งราชวงค์เม็งราย ของอาณาจักรล้านนา วัดเจดีย์เจ็ดยอดมีเจดีย์เหลี่ยมเจ็ดยอด ที่จำลองแบบมาจากเจดีย์พุทธคยา ประเทศอินเดีย พญาติโลกราชให้ข้าราชบริพารไปตัดเอากิ่งตอนต้นโพติ์จากศรีลังกา มาปลูกไว้ในวัดนี้ และตั้งชื่อว่า วัดโพธารามมหาวิหาร เจ้าอาวาสองค์แรกของวัดนาม พระอุตตมปัญญามหาเถระ เป็นผู้แต่งที่ประพันธ์ตัวหนังสือจามเทวีวงษ์ ซึ่งเป็นบันการทึกประวัติของขัตติยวงศ์จามเทวี ในรัชสมัยของพญาติโลกราช บรรดาพระมหาเถระผู้แตกฉานในพระไตรปิฎกถูกนิมนต์มาจำพรรษาอยู่ในวัดนี้เป็นจำนวนมาก และปราชญ์เหล่านี้ได้เข้าร่วมการประชุมสังคายนาพระไตรปิฎก ที่พญาติโลกราช และพระธรรมทินมหาเถระจัดขึ้นที่วัดนี้เมื่อ พ.ศ. ๒๐๒๐ ผลงานของพระสงฆ์เหล่านี้นับถือเป็นการฟื้นฟูของพระไตรปิฎกครั้งที่ ๘ เมื่อ พ.ศ. ๒๐๓๐ พญาติโลกราชทรงสวรรคต พญายอดเชียงราย ผู้เป็นพระราชนัดดา (หลาน) ขึ้นเสวยราชย์ครองเมืองเชียงใหม่แทนนับเป็นกษัตริย์องค์ที่ ๑๐ แห่งราชวงค์เม็งราย พญายอดเชียงรายได้ทรงโปรให้สร้างสถูปขนาดใหญ่บรรจุพระอัฐของพญาติโลกราชไว้ เพื่อเป็นอนุสรณ์

วัดแจ้ง

ชื่อเดิมของวัดอรุณ

วัดไชยวัฒนาราม

ัดโบราณสถานจากสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลายที่น่าประทับใจมากๆ เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ สร้างขึ้นริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาในปี พ.ศ. ๒๑๗๓ โดยสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง สร้างเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระมารดา และเพื่อระลึกถึงเหตุการณ์ที่ทำให้พระองค์ได้ขึ้นเป็นกษัตริย์ มีความเชื่อว่า พระองค์ทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างวัดไชยวัฒนารามขึ้นบนที่ที่เป็นบ้านเดิมของพระองค์ นอกจากนั้นยังสันนิษฐานว่า ได้จำลองแบบมาจากปราสาทนครวัดโดยมีปรางค์ประธานองค์ใหญ่อยู่ตรงกลาง วัดนี้อาจจะสร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งชัยชนะเหนือเขมร พระปรางค์ประธานแทนเขาพระสุเมรุ ล้อมรอบโดยปรางค์บริวารที่เล็กกว่าตั้งอยู่ ๔ องค์ โดยตั้งอยู่บนฐานเดียวกัน นอกจากนั้นยังมี 'เมรุทิศเมรุราย' คือสถาปัตยกรรมทรงปราสาท เป็นอาคารที่มีหลังคาซ้อนเป็นชั้นๆ ยอดเป็นปรางค์ มีจำนวน ๘ หลัง ซึ่งตั้งอยู่ตาม 'ทิศ' และ 'ราย' ล้อมรอบพระปรางค์ประธานไว้ โดยมีระเบียงคด เป็นอาคารยาวที่เชื่อมเมรุทิศเมรุรายแต่ละองค์เข้าด้วยกัน เหมือนกำแพงที่ล้อมรอบพระปรางค์ประธานไว้ ภายในระเบียงคดประดิษฐานพระพุทธรูปปูนปั้นปางมารวิชัยจำนวน ๑๒๐ องค์ ภายในเมรุทิศเมรุราย ๘ หลังนี้เป็นที่ประดิษฐานพระทรงเครื่องท่านั่งจำนวน ๑๒ องค์ (เพราะอาคารที่ตั้งอยู่ในมุมทุกๆ หลังจะประดิษฐานพระพุทธรูป ๒ องค์) ฝ้าเพดานของเมรุทิศเมรุรายมีคิ้วไม้สลักลวดลายตัดกันเป็นช่องๆ ในช่องมีร่องรอยว่า เคยประดับ 'ดาวเพดาน' อยู่ เมื่อ พ.ศ. ๒๓๑๐ ทหารพม่าล้อมกรุงศรีอยุธยาพวกเขาใช้วัดไชยวัฒนารามเป็นฐานทัพ หลังจากการพินาศของกรุงศรีอยุธยาวัดนี้โดนทิ้ง และต่อมาวัดยังถูกปล้นและพระพุทธรูปหลายองค์ถูกตัดศีรษะโดยขโมยที่หาสมบัติ

วัดญาณ

ชื่อวัดที่ตำบลห้วยใหญ่จังหวัดชลบุรี ซึ่งรูปร่างสถูปหรือพะโกดะคล้ายพะโกดะมหาโพธิ์ที่พุทธคยาซึ่งได้สร้างขึ้นที่แห่งซึ่งพระพุทธเจ้าได้บรรลุโพธิญาณ ช่อเต็มวัดญาณสังวรารามวรมหาวิหาร

วัดญาณสังวรารามวรมหาวิหาร

ดูวัดญาณ

วัดดอยสุเทพ

ชื่อวัดในภาคเหนือ อยู่สูงเหนือระดับน้ำทะเล ๑,๐๕๓ เมตร ตั้งอยู่บนยอดดอยสุเทพ ห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่ ๑๔ กิโลเมตร เป็นวัดที่สำคัญและที่นิยมของประชาชนมากวัดหนึ่ง ตั้งชื่อตามชื่อภาษาบาลีของฤาษีสุเทวา ซึ่งแต่เดิมอาศัยอยู่ที่ยอดเขาแห่งนี้ เพราะฉะนั้นชื่อดอยสุเทพมาจากชื่อสุเทวา วัดดอยสุเทพมีบันไดนาค ขนาดความยาว ๓๐๖ ขั้นจากล่างถึงบน (รูป) ยอดภูเขามีทิวทัศน์กว้างขวางของ อ. เมือง (รูป) ตามประวัติมีช้างเผือกที่นำเอาพระบรมธาตุ (รูป) จากในเมืองไปถึงจุดหมายบนยอดเขาสุเทพแห่งหนึ่ง หลังช้างเผือกสิ้นใจตายบนเนินเขาแห่งนั้น เห็นเป็นเหตุการณ์มงคลจึงสร้างวัดดอยสุเทพขึ้นที่แห่งนั้น คำว่า พระบรมธาตุนั้นได้พบที่ศรีสัชนาลัยโดยพระภิกษุชาวลังการูปหนึ่ง ชื่อว่า พระสุมนเถระ พระภิกษุสุมนเถระรูปนี้เข้ามาสุโขทัย เพื่อเผยแพร่พระพุทธศาสนานิกายเถรวาทแบบลังกา โดยเฉพาะที่ อ. ศรีสัชนาลัยและ อ. สวรรคโลก ตามตำนานเล่าว่า เมื่อพบพระบรมธาตุครั้งแรกพระบรมธาตุปรากฏว่า เกิดแสงสว่างรุ่งโรจน์ขึ้นเป็นอภินิหาร พระเจ้าธรรมราชาแห่งกรุงสุโขทัยได้เกิดสนพระทัยใคร่จะทอดพระเนตร จึงส่งผู้แทนเดินทางไปเมืองศรีสัชนาลัยเพื่อนิมนต์พระสุมนเถระ แต่เมื่อพระเจ้าธรรมราชาเห็นพระบรมธาตุนั้นแล้วไม่มีสิ่งมหัศจรรย์เกิดขึ้น พระองค์จึงทรงรับสั่งให้พระสุมนเถระให้เก็บรักษาพระบรมธาตุไว้ด้วยตนเอง ต่อมาเมื่อพระเจ้ากือนา (รูป) ได้ทรงปกครองอาณาจักรล้านนาพระองค์เพื่อนิมนต์พระสุมนเถระขึ้นไปอยู่เชียงใหม่ ในปี พ.ศ. ๑๙๑๒ พระสุมนเถระได้เดินทางมาถึงเมืองลำพูน พระเจ้ากือนาจึงได้เดินทางไปต้อนรับพระสุมนเถระ เมื่อมาถึงวัดพระยืน ห่างจากตัวเมืองลำพูน ไปทางทิศตะวันออกประมาณ ๑ กม. พระสุมนเถระชอบบรรยากาศที่วัดพระยืนนี้มาก จึงขอพระราชานุญาตจำพรรษาอยู่ที่วัดนี้ก่อน และพระสุมนเถระจึงได้อยู่ที่วัดพระยืนสองปี ต่อมา พ.ศ. ๑๙๑๔ พระเจ้ากือนาได้ยกสวนหลวงที่เชียงใหม่ สร้างวัดใหม่ขึ้นสำหรับพระสุมนเถระ โดยตั้งชื่อว่า วัดบุพพาราม ต่อมาวัดบุพพารามเปลี่ยนชื่อเป็นวัดสวนดอกตราบเท่าทุกวันนี้ เมื่อสร้างวัดเสร็จเรียบร้อยแล้ว พระเจ้ากือนาจึงไปนิมนต์พระสุมนเถระขึ้นมาอยู่ประจำวัดนี้ พระสุมนเถระได้ขึ้นมาตามคำนิมนต์พร้อมกับนำเอาพระบรมมธาตุติดตัวมาด้วย พระเจ้ากือนาเลื่อมใสและศรัทธาในพระสุมนเถระเป็น พระสุมนบุพพารัตนมหาสวามี ต่อมาเมื่อพระเจ้ากือนาและพระมหาสวามีปรึกษากันถึงการสร้างพระเจดีย์ใหม่ในวัดสวนดอก พระบรมธาตุที่อยู่ในถาดทองคำได้แยกออกเป็น ๒ องค์ ขนาดเท่าเดิมองค์หนึ่งเล็กกว่าเล็กน้อย พระองค์จึงได้นำเอาพระบรมธาตุที่เล็กกว่านั้นบรรจุไว้ในพระเจดีย์ที่สร้างขึ้นใหม่ในวัดสวนดอกตราบเท่าทุกวันนี้ และพระเจ้ากือนาและพระมหาสวามีได้พยายามหาที่เหมาะสมสร้างพระเจดีย์อีกองค์หนึ่ง เพื่อบรรจุพระบรมธาตุองค์เดิม และเอาพระบรมธาตุองค์นั้นขึ้นไว้บนหลังช้างเผือกมงคลและอธิษฐานเสี่ยงทายว่า เมื่อช้างได้นำพระบรมธาตุองค์นี้แล้วไซร้ ขอพระบรมธาตุได้แสดงอภินิหารบังคับให้ช้างหยุดอยู่ตรงนั้นเกิด พออธิษฐานเสร็จแล้วพระองค์ก็ทรงปล่อยช้างให้ออกไปจากประตูหัวเวียง ซึ่งปัจจุบันเรียกประตูช้างเผือก ในที่สุดช้างก็ไปถึงเชิงเขาสุเทพและเปล่งเสียงร้องขึ้นสามครั้ง และเดินปีนเขาขึ้นไปจนถึงยอดเขา จากนั้นช้างวนซ้ายอยู่สามรอบ และหยุดคุกเข่าหมอบลงพร้อมกับเปล่งเสียงร้องสามครั้ง อีกรอบหนึ่ง พระองค์และพระมหาสวามี ต่างก็ปีติยินดีที่ได้พบสถานทีๆ จะเก็บรักษาพระบรมธาตุใว้ภายในพระเจดีย์ ที่จะสร้างขึ้นใหม่ ปัจจุบันมีอนุสาวรีย์ช้างเผือกที่อัญเชิญพระบรมธาตุ ตั้งอยู่ในบริเวณวัดแห่งนี้ และเจดีย์ของวัดดอยสุเทพแสดงไว้ที่เหรียญกษาปณ์ ๕๐ สตางค์ (รูป) ของปัจจุบัน ชื่อเต็ม คือ วัดพรัธาตุดอยสุเทราชวรวิหาร

วัดไตรมิตร

วัดที่แถวสำเพ็งที่กรุงเทพฯ สร้างขึ้นโดยเพื่อนสามคน (ไตรมิตร) เมื่อพุทธศตวรรษที่ ๑๘ เป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปทองคำทั้งแท่งแท้ พระสูง ๓.๕ เมตร พระน้ำหนักจำนวน ๕.๕ ตัน ในระหว่างการล้อมพระนครศรีอยุธยาพระพุทธรูปทองคำนี้ได้พอกด้วยปูนฉาบ เพื่อซ่อนไม่ให้ผู้บุกรุกรู้เป็นทองคำ พระพุทธรูปองค์นี้หล่อในแบบสมัยสุโขทัย หลังจากพระนครศรีอยุธยาถูกผลาญโดยทหารพม่าใน พ.ศ. ๒๓๑๐ ได้อัญเชิญพระพุทธรูปนี้นำไปบรรจุในวัดไตรมิตรที่กรุงเทพฯ แต่ไม่มีใครเหลืออยู่ที่รู้พระพุทธรูปนี้ทำด้วยทองคำ จนกระทั่งเมื่อเร็วๆ นี้ เมื่อปูนฉาบแตกเกิดขึ้นโดยบังเอิญเป็นอุบัติเหตุและได้พบทองคำใหม่

วัดถ้ำกระบอก

ดูวัดถ้ำเขากระบอก

วัดถ้ำเขากระบอก

ชื่อวัดที่จังหวัดสระบุรีที่มีมีชื่อเสียง แต่ที่เถียงได้ วัดนี้ว่าเป็นที่รักษาพวกติดยาเสพติด ชนิดเฮโรอินและฝิ่น หลักวิธีการบำบัดรักษา คือ การใช้สมุนไพรต่างๆ ข้อกำหนดการกิน การนอน การออกกำลัง อย่างเคร่งครัด พร้อมกับการสั่งสอนและการศึกษาพระธรรม ฯลฯ อีกเรียกว่า วัดถ้ำกระบอก

วัดถ้ำเขาน้อย

ชื่อวัดไทย-จีน ที่อำเภอท่าม่วง ห่างจาก อ. เมืองกาญจนบุรี ประมาณ ๑๕ กิโลเมตร ไปทางภาคใต้ สร้างขึ้นเหนือถ้ำเล็กๆ หลายๆ ที่ และติดต่อกับวัดถ้ำเสือ บนยอดวัดนี้จะมีทิวทัศน์ชัดแจ้งของบริเวณ

วัดถ้ำป่าอาชาทอง

ชื่อวัดป่าที่จังหวัดเชียงราย ได้มีชื่อเสียง เพราะพระและเณรของวัดนี้ออกบิณฑบาตรขี่ม้า (รูป)

วัดถ้ำเสือ

ชื่อวัดที่อำเภอท่าม่วง ห่างจาก อ. เมืองกาญจนบุรี ประมาณ ๑๕ กิโลเมตร ไปทางภาคใต้ ตั้งในบริเวณถ้ำ ซึ่งมีรูปปั้นเสือตั้งไว้ สร้างขึ้นติดต่อกับวัดไทย-จีนวัดถ้ำเขาน้อย

วัดบรมราชากาญจนาภิเษกอนุสรณ์

ชื่อวัดจีนนิกายมหายาน ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ตั้งอยู่ที่อำเภอบัวทอง จังหวัดนนทบุรี วัดนี้มีเนื้อที่ทั้งหมด ๑๒ ไร่ สร้างเป็นวัดเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเดจพระเจ้าอยู่หัวในวโรกาสทรงครองสิริราชสมบัติครบ ๕๐ ปี เมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๙ แต่ได้เปิดในทางการเมื่อวันที่ ๒๐ มีนาคม ๒๕๕๑ โดยการเสด็จสมเดจพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามกุฎราชกุมาร ทรงเป็นองค์ประธานพิธีสมโภช วัดนี้มีอุโบสถ วิหารสองตึก วิหารหนึ่งหลังจะมีสองชั้น มีหอกลอง หอระฆังที่มีระฆัง ซึ่งน้ำหนัก พันกิโลกรัม ทำด้วยที่ประเทศจีนและประดับด้วยตัวอักษรจีน นอกจากนั้นยังมีตึกอาศัย เรียนหนังสือและตึกเล็กที่ไม่เปิดเผยหรือมีลักษณะไม่น่าสนใจหลายหลัง พระประธานในพระอุโบสถคือพระพุทธรูปสามพระองค์ คือปฏิมากรพระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบันศากยมุนี ซึ่งประดิษฐานไว้ด้านข้างซ้ายโดยปฏิมากรอดีตพระพุทธเจ้าอมิตาภ และด้านข้างขวาโดยปฏิมากรอดีตพระพุทธเจ้าไภษัชยคุรุ (รูป)

วัดเบญจมบพิตร

วัดหินอ่อนที่กรุงเทพฯ (รูป) ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงโปรดให้สร้างขึ้น เมื่อ พ.ศ. ๒๔๔๔ และสร้างเสร็จเรียบร้อยเมื่อ พ.ศ. ๒๔๔๕ สร้างด้วยเป็นหินอ่อนสีขาวจากประเทศอิตาลี พระอุโบสถรูปจตุรมุข เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปประธาน ซึ่งเป็นรูปจำลองของพระพุทธชินราชที่พิษณุโลก (รูป) และฐานพระพุทธรูปเป็นที่บรรจุพระบรมธาตุของพระรามที่ ๕ (รูป) ในระเบียงคด ซึ่งเป็นทางเดินที่มีหลังคาและอยู่ภายหลังอุโบสถ มีห้องแสดงพระพุทธรูป เป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีพระพุทธรูปจำนวน ๕๓ องค์ (พระพุทธรูปแท้จริง ๓๓ องค์ และพระพุทธรูปจำลอง ๒๐ องค์) อยู่ในแบบและปางต่างๆ เป็นส่วนหนึ่งของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ มักจะเรียกชื่อย่อว่า วัดเบญ

วัดป่า

วัดที่อยู่ในป่า ชื่อคณะสงฆ์โบราณ ฝ่ายวิปัสสนาธุระ ซึ่งตั้งอารามอยู่ในป่า เรียกอีกชื่อว่า อรัญวาสี

วัดพระแก้ว

๑. ชื่อวัดที่สำคัญที่สุดที่กรุงเทพฯ และอาจจะเป็นัดสำคัญที่สุดของประเทศไทย เพราะเป็นที่ประดิษฐานของพระแก้วมรกต วัดนี้ไม่มีพระสงฆ์จำพรรษา (ไม่มีสังฆวาสะ) เพราะร้างขึ้นติดกับพระราชวังที่แถวพระนคร ชั้นในระเบียงคดที่ล้อมรอบวัดมีจิตรกรรมฝาผนังประดิดประดอย ที่แสดงเรื่องรามเกียรติ์ครบเรื่อง จิตรกรรมฝาผนังได้วาดเขียนในสมัยรัชกาลที่ ๑ แต่ต่อไปได้ปฏิสังขรณ์อีกหลายครั้ง รูปวัดพระแก้วแสดงไว้ที่เหรียญกษาปณ์ บาท (รูป) และชื่อเต็มว่า วัดพระศรีรัตนศาสดาราม

๒. ชื่อของวัดที่อยู่ใจกลางเมืองเชียงราย ตั้งแต่ดั้งเดิมเป็นที่ประดิษฐานของพระแก้วมรกต ที่ได้ค้นพบโดยบังเอิญในปี.. ๑๙๗๗ เมื่อพระเจดีย์รูปแบนแปดด้านถูกสายฟ้าฟาด และทำให้ย่อยยับเลยเห็นพระแก้วมรกตอยู่ภายในเจดีย์ แต่เดิมมีชื่อว่าวัดป่าเยี้ย

๓. ชื่อวัดโบราณสถานที่แถวเมืองกำแพงเพชร ตั้งอยู่ใจกลางเมืองของอุทยานประวัติศาสตร์ อยู่ติดกับพระบรมมหาราชวังเดิม วัดนี้เป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปหลายองค์เก่าแก่ แต่ปัจจุบันูกกัดโดยอากาศและการเวลา แต่เนื่องจากนั้นก็เป็นพระพุทธรูปที่น่าประทับใจากกว่า

วัดพระแก้วดอนเต้า

วัดที่จังหวัดลำปาง เป็นวัดเก่าแก่ที่สถาปนาขึ้นโดยพระอานันทยอด ในระหว่าง พ.ศ. ๑๙๗๙ และ พ.ศ. ๒๐๑๑ เป็นที่ประดิษฐานของพระแก้วมรกต มีตำนานที่กล่าวว่า พระมหาเถระของวัดนี้ได้พบแก้วมรกตในแตงโม และนำมาแกะสลักเป็นพระพุทธรูป แตงโมในภาษาเหนือเรียกว่า 'หมากเต้า' จึงเป็นที่มาของชื่อวัด สถาปัตยกรรม พระพุทธรูป และศิลปะของวัดพระแก้วดอนเต้า เป็นการผสมของอิทธิพลหลายๆ แห่ง สมัยและแบบต่างๆ เช่น มีแบบจากประเทศพม่าและจากประเทศไทยของปัจจุบันนี้ มีแบบศิลปะและสถาปัตยกรรมจากเมืองแมนดะเล จากล้านนา และจากหริภุญไชย

วัดพระเชตุพน

ดูวัดโพธิ์

วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม

ดูวัดพระเชตุพนฯ และวัดโพธิ์

วัดพระธาตุช่อแฮ

ชื่อวัดที่จังหวัดแพร่ เป็นปูชนียสถานที่มีชื่อเสียงมาก ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ ๑๐ กิโลเมตร มีพระเจดีย์ประธานหุ้มด้วยแผ่นทองเหลือง สูงประมาณ ๓๓ เมตร ผู้สักการะจะนำผ้าแพรมาถวายโดยผูกบูชาพระเจดีย์ประธาน (รูป) ผ้าแพรนี้ชั้นดี เรียกช่อแฮและเชื่อว่า ทอมาจากสิบสองพันนา จึงเป็นที่มาของชื่อวัด

วัดพระธาตุลำปางหลวง

ชื่อวัดที่จังหวัดลำปาง เป็นโบราณสถานสำคัญ ซึ่งมีกำแพงในแบบล้านนา วิหารลวงที่น่าจะสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๐๑๙ มีหลังคาจั่วซ้อนกันเป็นชั้นๆ สามชั้นและทำด้วยไม้ ภายในวิหารมีเสาไม้สักหนุนหลังคา มีความเชื่อว่า วัดพระธาตุลำปางหลวงเป็นอาคารสร้างด้วยไม้ที่เก่าที่สุดของประเทศไทย วัดนี้ได้สร้างบนเขตอดีตเวียงจากสมัยเมื่อพุทธศตวรรษที่ ๑๓ มีวิหารหลายตึก วิหารหลวงเป็นตึกประธานที่ประกอบด้วยเสาและหลังคาสามชั้น ภายในบรรจุพระพุทธรูปท่านั่งห้าองค์ และมีจิตรกรรมฝาผนังที่แสดงชีวิตชาวบ้านในสมัยโบราณก่อนและภาพจากเรื่องชาดก ปัจจุบันสีจิตรกรรมฝาผนังบางส่วนตกแล้ว ลักษณะเด่นของวัดนี้คือพระเจดีย์ (รูป) ซึ่งส่องรูปคว่ำกลับบนผนังข้างใน (รูป) โดยแสงอาทิตย์ที่แทรกซอนจากรูเล็กในกระดานจั่วไม้เหนือประตูมณฑป (รูป) และอีกรูปที่ส่องบผ้าสีขาวจากแสงอาทิตย์ที่แทรกซอนจากรอยแตกในผนังไม้ของวิหารพระพุทธ (รูป)

วัดพระธาตุสุโทนมงคลคีรี

วัดที่ตั้งอยู่ที่ตำบลเด่นชัยที่จังหวัดแพร่ ภายในจัดแสดงศิลปะต่างๆ เช่น พระพุทธรูป รูปนิทาน รูปเทพนิยาย ฯลฯ (รูป) ก่อสร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๗ โดยพระครูวิฑิตพิพัฒนาภรณ์ (พระครูบามนตรีธมฺมเมธี) ซึ่งแกะสลักพระพุทธรูปด้วยตนเองครั้งแรกเมื่อมีอายุเพียงแค่ ขวบเท่านั้น ปัจจุบันเขามาเป็นเจ้าอาวาส ศิลปินสุดยอด ผู้รอบรู้ และผู้มีฝีมือเก่งกาจในเรื่องงานศิลปะที่เกี่ยวกับพุทธศาสนา ทั้งการหล่อพระ การปั้นและแกะสลักไม้ วัดพระธาตุสุโทนมงคลคีรีเป็นวัดที่รวมยอดงานศิลปะ และจำลองงานศิลป์ชั้นยอด จากหลายแหล่งหลายจังหวัดทั้งในไทย และสิบสองพันนาในมณฑลยูนนานของจีน วัดตั้งอยู่บนยอดที่สูงราว ๒๐ เมตร เนื้อที่ราว ๒๕ ไร่ และมีความสัมพันธ์กับฐานกองทัพภาคที่สาม ที่ตั้งอยู่ทางเหนือแถวนี้ อุโบสถองวัดสร้างขึ้นในแบบล้านนา และเป็นที่ประดิษฐานของรูปจำลองพระพุทธชินราช นอกจากนั้นวัดยังมีพระสถูปที่น่าประทับใจมากในแบบสมัยต้นเชียงแสน และที่มีหลายๆ ยอด

วัดพระพุทธบาท

ชื่อวัดที่จังหวัดสระบุรี วัดนี้มีมณฑป ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธบาท ที่ค้นพบสมัยสมเด็จพระทรงธรรม (พ.ศ. ๒๑๕๓ จนกระทั่ง พ.ศ. ๒๑๗๑) พระพุทธบาทนี้แสดงลักขณะ ๑๐๘ รูป ซึ่งพระพุทธ ทุกองค์จะมี วัดพระพุทธบาทได้ตั้งพระนามศักดิ์เป็นราชวรมหาวิหาร

วัดพระศรี

ชื่อย่อของวัดพระศรีรัตนามหาธาตุที่พิษณุโลก

วัดพระศรีมหาอุมาเทวี

วัดที่กรุงเทพฯ ซึ่งชาวบ้านนิยมเรียกว่า วัดแขกสีลม สร้างขึ้นประมาณ พ.ศ. ๒๔๒๒ โดยชาวอินเดียกลุ่มหนึ่งที่ตั้งถิ่นฐานอยู่ในกรุงรัตนโกสินทร์ ได้ซื้อที่ดินบริเวณถนนสีลมสร้างเป็นเทวสถานของเจ้าแม่ศรีมหาอุมาเทวี เป็นรูปศาลาขนาดเล็ก ให้ชื่อว่า ศาลาศรีมรีอัมัน เป็นสถานที่เคารพบูชาของชาวอินเดี ไทยและจีนในยุคนั้น ทังนี้อยู่ภายใต้การดูแลของกลุ่มชาวอินเดียทมิฬ ผู้ซึ่งได้นำเอาอารยธรรมของอินเดียออกไปเผยแพร่ในภาคพื้นเอเซีย ในปีต่อมาชาวอินเดียที่ตั้งถิ่นฐานอยู่ที่ย่านถนนสีลม ได้ร่วมมือกับชาวอินเดียทั่วๆ ไปสร้างพระอุโบสถขึ้น และได้นำองค์เจ้าแม่ศรีมหาอุมาเทวีขึ้นประดิษฐาณในพระอุโบสถ และต่อมาเอานำองค์เทวะต่างๆ จากประเทศอินเดียมาประดิษฐาณรวมไว้อีกด้วย จากนั้นได้จัดให้มีงานเทศกาลประจำปีให้เป็นประเพณี เรียกว่า เทศกาลดูเชร่า ซึ่งเป็นพิธีเก่าแก่สืบเนื่องมาตั้งแต่ครั้งสมัยพระเวท (ยุคพราหมณ์) โดยมีการประกอบพิธีบูชาองค์เจ้าแม่อุมาเทวี และองค์เทวะต่างๆ รวม ๑๐ วัน ๑๐ คืน และในคืนสุดท้ายของงานจะมีการอัญเชิญองค์เจ้าแม่อุมาเทวีออกแห่ไปนอกวัดด้วย

วัดพระศรีรัตนศาสดาราม

ชื่อทางการและชื่อเต็มของวัดพระแก้วที่กรุงเทพฯ

วัดพระศรีรัตนามหาธาตุ

ชื่อวัดสำคัญที่อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก เป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธชินราช (รูป) มักจะเรียกชื่อย่อว่า วัดพระศรี แต่ชื่อเต็มเรียกว่า วัดพระศรีรัตนามหาธาตุวรมหาวิหาร เพราะพระเจดีย์ของวัดนี้เป็นที่บรรจุพระมหาธาตุ

วัดพระศรีสรรเพชญ์

วัดที่พระนครศรีอยุธยา ซึ่งมีพระเจดีย์สามองค์ ณ สถานที่แห่งนี้ เดิมเป็นพระราชววังหลวงของพระมหากษัตริย์ตั้งแต่สมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๑ (รูป) ที่ พ.ศ. ๑๘๙๓ เป็นเวลานานถึง ๘ รัชกาลจนสมัยสมเด็จพระสามพระยาเมื่อ พ.ศ. ๑๙๙๑ สมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถได้โปรดย้ายพระราชวังขยายเขตไปทางทิศเหนือริมฝั่งแม่น้ำลพบุรี แล้วโปรดถวายสถานที่นี้เป็นเขตพุทธาวาส ในปี พ.ศ. ๒๐๓๕ รามาธิบดีที่ ๒ โปรดให้สร้างพระเจดีย์สามองค์พร้อมกันเพื่อบรรจุพระบรมอัฐของสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ซึ่งทรงเป็นพระราชบิดาของรามาธิบดีที่ ๒  และสร้างพระเจดีย์องค์ที่สองบรรจุพระบรมอัฐของสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ ๓ พระเชษฐา ต่อมาอีก ๕๐ ปี พ.ศ. ๒๐๗๕ สมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๒ สววรคต และสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ ๔ (เจ้าหน่อพุทธางกูร) พระราชโอรส โปรดให้สร้างพระเจดียิ์องค์ที่สามเพื่อบรรจุพระบรมอัฐของสมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๒ วิหารได้สร้าง พ.ศ. ๒๐๔๒ และในปี พ.ศ. ๒๐๔๓ สมัยสมเด็จพรรามาธิบดีที่ ๒ โปรดให้หล่อพระพุทธรูปท่ายืนสูง ๑๖ เมตร ซึ่งใช้ทองสำริดหล่อ หุ้มด้วยทองคำน้ำหนัก ๑๗๑.๖ กิโลกรัม วัดพระศรีสรรเพชญ์ยังประกอบด้วยเจดีย์ราย ๓๘ องค์ ซึ่งขนาดเล็กกว่า และบรรจุอัฐของพระบรมวงศานุวงศ์องค์อื่นๆ สถานที่วัดพระศรีสรรเพชญ์เป็น่ขตพุทธาวาสและสังฆวาสะ จึงไม่มีพระสงฆ์จำพรรษา พ.ศ. ๒๓๑๐ กรุงศรีอยุธยาเสียแก่พม่าครั้งที่สอง พม่าได้เอาไฟสุมให้ทองคำที่หุ้มพระพุทธรูปละลายเอาไปจนหมดสิ้น ต่อมารัชกาลที่ ๑ ได้อัญเชิญพระพุทธรูปนี้ที่เป็นสำริดแกนที่ยังเหลืออยู่นำไปบรรจุในพระเจดีย์ที่วัดพระเชตุพนฯ

วัดโพธิ์

ชื่อวัดที่กรุงเทพฯ ชื่อเดิมวัดพระเชตุพนฯ เป็นวัดเก่าที่สุดและใหญ่ที่สุดในกรุงเทพฯ และเป็นโรงเรียนแพทย์แผนโบราณ นอกจากนั้นยังเป็นแหล่งสำคัญในการสอนนวดแผนโบราณการนวดแผนโบราณ (รูป) เป็นวิชาซึ่งในอดีตสอนนักศึกษาโดยใช้รูปปั้นในท่าต่างๆ เป็นเครื่องช่วยอธิบาย (รูป) เป็นวัดเก่าที่มีมาตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ ๒๑ แต่มาเป็นวัดสำคัญใน พ.ศ. ๒๓๒๔ เมื่อวัดเก่าและเดิมได้สร้างใหม่ตลอดทั้งหมด วัดโพธิ์ (รูป) ตั้งอยู่บริเวณซึ่งแต่เดิมเป็นที่ตั้งบ้านเรือนของชาวจีนกลุ่มหนึ่ง และรูปจีนหลายรูปภายในวัดโพธิ์เป็นข้อพิสูจน์ว่า มีอิทธิพลจีนตั้งแต่นานแล้ว (รูป) วัดโพธิ์เป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปปางไสยาสน์องค์สำคัญที่สุดของประเทศไทย พระสูง ๔๖ เมตร พระยาว ๑๕ เมตร (รูป) วัดนี้มีพระเจดีย์ ๔ องค์ใหญ่ ซึ่งเป็นที่บรรจุของพระบรมธาตุแห่งกษัตร ๓ องค์แรกแห่งราชวงศ์จักรี (มีพระเจดีย์ ๒ องค์แก่พระรามที่ ๓) นอกจากนั้นยังพระเจดีย์ ๙๑ องค์เล็ก หอสมุดเพื่อบรรจุพระไตรปิฎก โบสถ์ใหญ่ (รูป) ซึ่งล้อมรอบโดย๑๕๒ รูปสลักนูนต่ำหินอ่อนที่แสดงฉากของเรื่องรามเกียรติ์ (รูป) ระเบียงคดซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปหลายองค์และวิหาร ๔ หลัง ชื่อเต็มของวัดนี้ในทางการว่า วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร

วัดภูมินทร์

ชื่อวัดที่ตั้งอยู่ในอำเภอเมืองของจังหวัดน่าน รัฐบาลไทยเคยพิมพ์รูปวัดภูมินทร์ในธนบัตรใบละ ๑ บาทในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง วัดภูมินทร์สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๑๓๙ โดยพระเจ้าเจตบุตรพรหมมินทร์ ผู้ปกครองเมืองน่านสมัยนั้น และเวลานั้นได้ตั้งชื่อว่า วัดพรหมมินทร์ พระวิหารสำคัญเพราะพระอุโบสถและพระวิหารสร้างเป็นอาคารหลังเดียวกัน และเป็นอุโบสถจตุรมุข (นั่นคือ มีประตูทังสี่ทิศ) หลังแรกของประเทศไทย พระอุโบสถเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปปางมารวิชัยขนาดใหญ่สี่องค์ ซึ่งเรียกพระประธานจตุรทิศ ตั้งตรงใจกลางพระอุโบสถและประทับนั้งเบื้องพระปฤษฎางค์ชนกัน (รูป) จึงผู้มาเยี่ยมทุกๆ คนที่เข้าพระอุโบสถจะพบเจอพระพักตร์ ไม่เป็นไรเข้าประตูด้านไหน ภายในพระอุโบสถมีฝาผนัง ซึ่งแสดงถึงชีวิตและวัฒนธรรมของยุดสมัยที่ผ่านมาตามพงศาวดารของเมืองน่าน และเรื่องจากชาดก

วัดมหาธาตุ

. ชื่อของวัดที่มีพระสถูปซึ่งบรรจุพระบรมธาตุของพระพุทธเจ้า ดูต่อธาตุ

. ดูวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์

วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์

ชื่อวัดโบราณที่ตั้งอยู่ริมสนามหลวงในกรุงเทพฯ ได้สร้างในสมัยอยุธยา เป็นมหาวิทยาลัยสงฆ์แห่งแรกของไทย ซึ่งเรียก มหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย มักจะเรียกชื่อย่อว่า วัดมหาธาตุ แต่ชื่อเต็มในทางการคือว่า วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร

วัดมหาธาตุวรมหาวิหาร

ชื่อวัดเก่าแก่ดั้งเดิมของนครศรีธรรมราช เก่าแก่มากกว่าหนึ่งพันปี สร้างประมาณปี พ.ศ. ๑,๓๐๐ สมัย อาณาจักรศรีวิชัย มีพระเจดีย์ประธานสูงจากฐานถึงยอด ๗๕ เมตร (๓๗ วา ๒ ศอก) มียอดแหลมทำด้วยทองทั้งแท่งแท้จริง หุ้มยอดเจดีย์หนัก ๙๖๒ กิโลกรัม รอบพระมหาธาตุมีเจดีย์ ๑๕๘ องค์ อุโบสถเคยเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธสิหิงค์ เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งดั้งเดิมมาจากเกาะลังกา โดยทางนครศรีธรรมราช ตามประวัติกล่าวว่า จำลองมาจากองค์ที่อัญเชิญมาจากประเทศลังกา เพื่อไปประดิษฐานที่กรุงสุโขทัย แต่ต่อมาย้ายเพื่อไปประดิษฐานที่เชียงใหม่ และภายหลังย้ายอีกที่เพื่อไปประดิษฐานที่กรุงศรีอยุธยา ปัจจุบันพระพุทธรูปนั้นมีอยู่ถึงสามองค์ ปัจจุบันพระพุทธสิหิงค์ประดิษฐานอยู่ ณ หอพระพุทธสิหิงค์ ข้างศาลากลางจังหวัด คือว่า ในหอพระสิหิงค์ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ในพระที่นั่งพุธไธสวรรย์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อ. พระนคร จังหวัดกรุงเทพฯ และในวัดพระสิงห์ที่จังหวัดเชียงใหม่ เป็นพระพุทธรูปองค์เช่นเดียวกันตั้งสามองค์ ในปัจจุบันรูปพระเจดีย์ของวัดมหาธาตุวรมหาวิหารแสดงที่เหรียญกษาปณ์ ๒๕ สตางค์ (รูป) วัดนี้เกี่ยวข้องกับเครื่องราวจตุคาม-รามเทพ เพราะชื่อได้มาจากเท้าขัตตุคามและเท้ารามเทพ เทวดาที่พิทักษ์รักษามหาพระธาตุ มีรูปปั้นอยู่หน้าประตูวัดมหาธาตุวรมหาวิหาร

วัดร่องขุ่น

ชื่อวัดที่ตำบลป่าอ้อดอนชัย  อ. เมือง เชียงราย เริ่มสร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๔๑ ปัจจุบันสร้างยังไม่เสร็จสมบูรณ์ ผู้ควบคุมดูแลงานก่อสร้าง คือ อาจารย์เฉลิมชัยโฆษิตพิพัฒน์ จิตรกรฝีมือที่มีชื่อเสียง ซึ่งเกี่ยวข้องมหาวิทยาลัยศิลปากร ที่กรุงเทพฯ อุโบสถของวัดนี้ลักษณะภายนอก คือ ลวดลายปูนปั้นประดับกระจก ซึ่งทำให้ดูสว่างเสมือนสวรรค์

วัดศรีโคมคำ

ชื่อวัดที่อำเภอเมืองของจังหวัดพะเยา เป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปพระเจ้าตนหลวง (รูป) ซึ่งถือเป็นคู่บ้านคู่เมืองของพะเยา เป็นพระพุทธรูปองค์ใหญ่ที่สุดในลานนาไทย เป็นพระพุทธรูปทาทองที่ประทับนั้งปางมารวิชัย นอกจากนี้พระพุทธรูปพระเจ้าตนหลวงยังแสดงไว้ที่ตราประจำของจังหวัดพะเยา (รูป)

วัดศรีชุม

ชื่อวัดโบราณที่อำเภอเมืองของจังหวัดสุโขทัย ตั้งอยู่ใกล้อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย (เมืองเก่า) เป็นที่ประดิษฐานของพระอจนะ เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นปางมารวิชัยขนาดใหญ่ พรพสูง ๑๕ เมตร พระหน้าตักกว้าง ๑๑.๓ เมตร ประดิษฐานอยู่ในวิหารของวัด วิหารนี้มีลักษณะเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมคล้ายมณฑป ผนังทางด้านใต้มีช่องให้คนเข้าไปภายในและเดินขึ้นไปตามทางบันไดแคบๆ ถึงผนังด้านข้างขององค์พระอจนะ เมื่อเดินตามช่องทางบันไดขึ้นไปจะโผล่หลังพระเศียรขององค์พระอจนะ แต่ในอดีตมีความเร้นลับซ่อนอยู่อย่างนี้ และพระสงฆ์รูปหนึ่งแอบเข้าไปทางอุโมงค์นี้ จึงโผล่ที่ช่องหลังพระเศียร จากที่นี้พระองค์จะพูดออกมาดังๆ ผู้ที่อยู่ภายในวิหารจะต้องนึกว่า พระอจนะพูดได้ อาจจะพระสงฆ์จึงใช้พระเศียรบังหน้า เหมือนพระสงฆ์ปัจจุบันถือพัดยศหรือตาลปัตรบังหน้าเมื่อสวดมนต์ ภายในช่องกำแพงตามฝาผนังมีจิตรกรรมเก่าแก่ แต่เลอะเลือนเกือบหมด ปัจจุบันนึ้ช่องและบันไดนั้นปิดแก่ประชาชน เพื่อป้องกันรูปภาพเขียนและรูปแกะสลักเรื่องชาดกต่างๆ ที่อยู่ภายใน

วัดสระเกศ

ชื่อวัดที่กรุงเทพฯ สร้างบนยอด 'ภูเขาทอง' (รูป) เป็นเนินเทียมที่เกิดขึ้นเมื่อเจดีย์ขนาดใหญ่องค์หนึ่งยุบลง ส่วนเจดีย์ภูเขาทองนั้นเริ่มสร้างในสมัยพระรามที่ ๓ โดยทรงเลียนแบบมาจากภูเขาทองในสมัยกรุงศรีอยุธยา ต่อมาพระรามที่ ๔ สร้างเจดีย์เล็กๆ บนยอดเนินซึ่งประกอบด้วยทรายและอิฐของเจดีย์ที่เคยยุบลง ในรัชกาลพระรามที่ ๕ สร้างวัดสระเกศเสร็จ และได้รับพระราชทานนามว่า สุวรรณบรรพต และบนยอดสุวรรณบรรพตเป็นที่ตั้งของพระเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ที่ขุดค้นพบที่เมือง กบิลพัสดุนประเทศอินเดีย และพิสูจน์ได้ว่า เป็นของพระสมณโคดม ซึ่งเป็นส่วนแบ่งของ พระราชวงศ์ศากยราช เพราะมีคำจารึกอยู่ พระองค์เจ้าปฤษฎางค์ ขณะนั้นกำลังทรงผนวชอยู่ที่อินเดีย จึงเสนอให้รัฐบาลอินเดีย โดยมาเควสเดอลัน อุปราชอังกฤษประจำประเทศอินเดีย ส่งพระบรมสารีริกธาตุเข้ามาถวายในฐานะที่พระมหากษัตริย์ไทยทรงเป็นกษัตริย์เพียงพระองค์เดียว ที่เป็นพุทธมามกะอยู่ในขณะนั้น ในระหว่างสงครามโลกครั้งที่สองภูเขาถูกเครื่องคลุมปูนซีเมนต์แข็ง (คอนกรีต) แวดล้อมเพื่อป้องกันความเซาะ ภูเขาทองวัดสระเกศสูง ๗๗ เมตร เมื่อสมัยรัตนโกสินทร์เป็นจุดสูงที่สุดของตัวเมือง แม้แต่ในปัจจุบันนี้ยังเป็นจุดที่มีทิวทัศน์ดีของบริเวณบางลำพูนี้ ชื่อเต็มว่า วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร ปัจจุบันแสดงที่หน้าเหรียญกษาปณ์ บาท ซึ่งออกมาครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. ๒๕๔๘ (รูป)

วัดสุทัศน

ชื่อวัดที่กรุงเทพฯ ที่เริ่มสถาปนาขึ้นในสมัยรัชกาลที่ ๑ แต่สร้างค้างเติ่ง ต่อมาเริ่มสร้างใหม่ และสร้างเสร็จในรัชกาลที่ ๓ ในรัชกาลที่ ๕ ยังปฎิสังขรณ์เพิ่มเติมอีก พระวิหารเป็นที่ประดิษฐานของพระศรีศากยมุนี ซึ่งเชิญมาแต่กรุงสุโขทัยในสมัยรัชกาลที่ ๑ ฐานของพระพุทธรูปประธานเป็นที่บรรจุของพระบรมธาตุแห่งพระรามที่ ๘ ซึ่งยังมีพระบรมราชานุสาวรีย์ตั้งไว้อยู่ที่ลานของวัดนี้ นอกจากนั้นพระวิหารมีจิตรกรรมฝาผนังที่แสดงเรื่องรามเกียรติ์และชาดกต่างๆ เคียงกำแพงชั้นนอกยังมีระเบียงคดประดิษฐานพระพุทธรูปชุมนุมปางสมาธิหลายๆ องค์ ชื่อเต็มของวัดนี้ว่า วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร

วัดสุทัศนเทพวราราม

ดูวัดสุทัศนฯ

วัดโสธร

วัดที่อำเภอเมืองของจังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปพระพุทธโสธร ซึ่งมีชื่อเสียงและถือเป็นคู่บ้านคู่เมือง มีความสัมพันธ์กับหลวงพ่อพระโสธร ซึ่งเป็นพระศักดิ์สิทธิ์ที่รู้กันกระฉ่อน โดยพระสงฆ์รูปนี้ได้พยากรณ์วันและเวลาที่จะมรณภาพของตนเองไว้อย่างแม่นยำ ชื่อเต็มของวัดนี้ คือ วัดโสธรวรารามวรวิหาร

วัดอรุณ

ชื่อวัดโบราณที่ อ. ธนบุรี ซึ่งสร้างในสมัยอยุธยา สูง ๘๖ เมตร สร้างขึ้นตามริมแม่น้ำเจ้าพระยา ประกอบด้วยพระปรางค์ประธานองค์ใหญ่ในแบบเขมร ที่ล้อมรอบโดยปรางค์บริวาร ๔ องค์  ที่จริง สถูปประธาน เป็นยอดพระปรางค์บนฐานพระเจดีย์ พระปรางค์หอแบบช่องๆ แสดงว่า ผู้มอบหมายให้สร้างขึ้นเป็นกษัตริย์ เดิมเรียกว่า วัดมะกอก ต่อมา เมื่อสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ทรงตั้งราชธานีที่กรุงธนบุรีใน พ.ศ. ๒๓๑๐ ได้เสด็จมาถึงหน้าวัดนี้ตอนรุ่งแจ้ง จึงโปรดเกล้าฯ ให้เปลี่ยนชื่อใหม่ว่า วัดแจ้ง ชื่อที่มีความหมายเหมือนกันกับวัดอรุณ เมื่อสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระราชวังที่ประทับนั้น ทรงเอาป้อมวิชัยประสิทธิ์ข้างฝั่งตะวันตกเป็นที่ตั้งตัวพระราชวัง แล้วขยายเขตพระราชฐานจนวัดแจ้งเป็นวัดภายในพระราชวัง พ.ศ. ๒๓๑๕ เจ้าพระยาจักรี (ยอดฟ้า) รับแต่งตั้งผู้บัญชาการสูงสุดของกองทัพสยาม เขาปราบเมืองเวียงจันทน์ของประเทศลาว และเอาพระแก้วมรกตอัญเชิญมาด้วย ซึ่งประดิษฐานในวัดอรุณเมื่อ พ.ศ. ๒๓๒๒ ก่อนที่จะย้ายมาประดิษฐานที่วัดพระศรีรัตนศาสดารามใน พ.ศ. ๒๓๒๗ ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้บูรณปฏิสังขรณ์วัดอรุณหลายรายการ และให้อัญเชิญพระบรมอัฐิของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยมาบรรจุไว้ที่พระพุทธอาสน์ของพระประธานในพระอุโบสถด้วย เมื่อการปฏิสังขรณ์เสร็จสิ้นลง พระราชทานนามวัดใหม่ว่า วัดอรุณราชวราราม ราชวรมหาวิหาร ในปัจจุบันพระบรมวงศ์ยังทรงใช้วัดอรุณในพิธีการต่างๆ เช่น กฐินพระราชทาน (รูป) รูปวัดอรุณเป็นส่วนหนึ่งโลโก้ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (รูป)

วัดอรุณราชวราราม

ชื่อทางการองวัดอรุณ ภายหลังได้อัญเชิญพระบรมอัฐิของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยมาบรรจุไว้ที่พระพุทธอาสน์ของพระประธานในพระอุโบสถ ชื่อวัดอรุณราชวรารามยังจะตามโดยสร้อยท้ายชื่อพระอารามหลวงชั้นเอกด้วย ชนิดสูงสุดว่าชั้นเอก คือว่า ราชวรมหาวิหาร

วันครู

ชื่อวันพฤหัสบดีวันหนึ่งเมื่อนักศึกษาจะทำพิธีบูชาครูผู้เป็นเจ้าของวิชาความรู้ ซึ่งเรียกไหว้ครู เป็นพิธีประจำปี โดยปกติในเดือนมิถุนายนหรือกรกฎาคม  ตามประเพณีวันครูนั้นนักศึกษาจะให้ผู้สอนพานสีทองด้วยดอกไม้ ๓ ชนิด คือ  ดอกเข็มซึ่งเป็นนัยของเชาวน์ ดอกมะเขือซึ่งเป็นนัยของความอ่อนน้อมและความเคารพเพราะกิ่งก้านจะโน้มโดยน้ำหนักลูกของมัน และดอกบัวหลวงซึ่งเป็นนัยทั่วไปของความรอบรู้และตรัสรู้ พิธีวันครูมีความสืบเนื่องกันมาตั้งแต่สมัยเมื่อวัดเป็นแหล่งที่เดียวที่ให้การศึกษาเท่านั้น เปรียบกับรำมวย

วันจักรี

วันที่อนุสรณ์พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ผู้ก่อการราชวงศ์จักรี ฉลองวันที่ ๖ เมษายนของทุกปี เป็นวันหยุดราชการ

วันฉัตรมงคล

ราชาศัพท์ พระราชพิธีฉลองเศวตฉัตร ทำตรงกับวันขึ้นเสวยราชย์เมื่อ พ.ศ. ๒๔๘๙ ฉลองวันที่ ๕ พฤษภาคมของทุกปี เป็นวันหยุดราชการ วันฉัตรมงคลพระเจ้าแผ่นดินและพระราชินีจะทรงกระทำพระราชพิธีอนุสรณ์ประจำปี ณ วัดพระแก้ว ภาษาอังกฤษเรียก คอโระเนฌันเดย (Coronation Day)

วันเฉลิมพระชนมพรรษา

วันฉลองการประสูติของในหลวงพระรามที่ ๙

วันทอง

ชื่อตัวในเรื่องขุนช้างขุนแผน ซึ่งประพันธ์โดยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (รัชกาลที่ ๒) วันทองมีสามีสองคนในขณะเดียวกัน และโอนไปเอนมาในระหว่างความรักจริงและความนับถือ ในขั้นสุดท้ายเขาถูกประหารโดยขุนหลวงเพราะเป็นคนยุ่งยาก ต่อมาเปรตวันทองปรากฏขึ้นเพื่อห้ามลูกชายและลูกเลี้ยงของเขา

วันธรรมสวนะ

วันพร มักจะเกิดขึ้นพร้อมกันกับวันเพ็ญ

วันปิยะมหาราช

ชื่อวันที่ฉลองพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว คือ วันที่ ๒๓ ตุลาคม เป็นวันหยุดราชการของทุกปี ดูต่อปิยะมหาราช

วันพระ

วันธรรมสวนะ มักจะเกิดขึ้นพร้อมกันกับวันเพ็ญ

วันพืชมงคล

ดูแรกนาขวัญ

วันมาฆบูชา

ดูมาฆบูชา

วันแม่

วันหยุดราชการของทุกปี และวันประสูติของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์กิติยากรพระบรมราชินีนาถ อย่างนี้อ้างอิงว่า พระราชินีทรงเป็นมารดาแห่งชาติคนไทยทุกๆ คน วันแม่ฉลองวันที่ ๑๒ สิงหาคมประจำปี

วันรัฐธรรมนูญ

วันหยุดราชการเมื่อ วันที่ ๑๐ ธันวาคม ซึ่งจัดให้มีขึ้นทุกๆ ปี เพื่อเป็นการระลึกถึงการอุบัติขึ้นของการ ปกครองในระบอบ ประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ

วันไหลพัทยา

งานประจำปีที่ต่อเนื่องมาจากเทศกาลสงกรานต์ และฉลองที่เมืองพัทยา ในวันที่ ๑๙ เมษายน

วันวิสาขบูชา

ดูวิสาขบูชา

วัว

วัวและโคคือวาฮานะหรือพาหนะประจำของเทพเจ้าฮินดูพระศิวะ ซึ่งรู้จักกันในชื่อนันดี ได้นับถือเป็นสัญลักษณ์แห่งกำลังผู้ชายและลักษณะผู้ชาย แสดงในศิลปะก่อนสมัยอริยะ จากอายรธรรมที่หุบเขาของแม่น้ำอินดัสในประเทศอินเดีย

วัสสวลาหกเทพ

ชื่ออีกชื่อของเทพปัชชุนนะ

วา

ชื่อมาตราวัด มีอัตราเท่ากับ ๒ เมตร (๔ ศอกเป็น ๑ วา)

ว้า

ชื่อชาวดอยที่ภาคเหนือชนิดหนึ่ง มีจำนวนมาก แต่ที่ประเทศไทยมีจำนวนเฉพาะสองสามพันคนชาวว้า ส่วนใหญ่าศัยอยู่ที่ทางภาคเหนือของเมียนม่าร์และที่ยูนนาน ซึ่งมีชาวว้าประมาณสองล้านคน นอกจากนั้นชาวว้ายังเป็นเผ่าชนิดหนึ่งที่มีชีวิตตามกำเนิดมากๆ แต่ก่อนเป็นพวกที่เก็บสะสมหัวศัตรูใว้เป็นที่ระลึก ต่อไปมาเป็นคอมมิวนิสต์ และปัจจุบันหลายคนชาวว้ามาเป็นผู้จัดหายาเสพติด บางคนว่า ชื่อว้าเป็นคำภาษาฉานที่สามารถแปลได้ว่า คนที่อยู่ในท้องถิ่นมาตั้งแต่แรกเริ่ม การบูชาหัวกะโหลกมนุษญ์บอกบทการใช้ชื่อว่า ตาว้า (ที่แปลว้าป่า) เป็นตรงกันข้ามกับชื่ออีกพวกหนึ่ง ซึ่งเรียกลาว้า  (ที่แปลว้าอ่อน) เรียกชื่ออีกว่า ว้าแดง

วาชร์อาสนะ (वज्रआसन)

ภาษาสันสกฤตของอาสนบัวหลวง ชื่อของอาสน์ชนิดหนึ่ง ใช้ในการพรรณรูปบูชาของพุทธศาสนาและศาสนาฮินดูทั้งสอง เป็นท่านั่งที่แสดงด้วยขาไขว้ เท้าขวาอยู่เหนือขาอ่อนข้างตรงกันข้าม ฝ่าเท้าอยู่ข้างบน

วาชระ (वज्र)

ภาษาสันสกฤตของวชิร

วาชระดาระ (वज्रधर)

ภาษาสันสกฤต 'ผู้แกว่งวาชระ' การแสดงของพระอาดีบุดดะ ซึ่งมักจะแสดงด้วยทรงเครื่องและมกุฎ ในประเทศเนปาลและประเทศทิเบตแสดงพร้อมกับฌัคติ และในศิลปะเขมรแสดงไขว้กรด้านหน้าอก ถือวาชระและกระดิ่ง

วาชระพานิ (वज्रपाणि)

ภาษาสันสกฤต 'ผู้ถือวชิร' ชื่อโพธิสัตว์องค์หนึ่งในพระพุทธศาสนาลัทธิวชิรยาน  แสดงถือวชิร และบางที่ยังจะแสดงถือดอกบัวหลวง ๒ ดอกและกระดิ่ง ในพระพุทธศาสนาลัทธิมหายานบางคนจะนับถือวาชระพานิเป็นอวโลกิเตศวร บางทีสะกดวัชรปาณี

วาชระสัตวะ (वज्रसत्त्व)

ภาษาสันสกฤต. 'ซึ่งใจความเป็นวาชระ' ชื่อเทวดาของพุทธศาสนาลัทธิวชิรยาน ซึ่งเป็นหลักแห่งความบริสุทธิ์และการทำให้บริสุทธิ์ มีหน้าที่เหมือนพระวาชระดาระ ในศิลปะเขมรแสดงถือวาชระหน้าหน้าอกและถือกระดิ่งที่ตะโพกข้างซ้าย

วานัสปาติ (वनस्पति)

๑. ภาษาสันสกฤต 'เจ้าแห่งป่า' ชื่อร่างของพระศิวะในเทพนิยายฮินดู ที่ประเทศไทยเรียกปันาซปาติ

๒. ภาษาสันสกฤต อาณาจักรพืช

วามานะ (वामन)

ภาษาสันสกฤต 'คนแคระ' ชื่ออวตารที่ ๕ ของพระวิษณุในร่างกายคนแคระ ท่านเป็นลูกที่ ๑๒ ของพวกอาทิตยาและน้องชายของพระอินทร์

วายุ

ชื่อเทพเจ้าสมัยเวท เป็นเทพเจ้าแห่งลมและอากาศ ผู้คุ้มครองทิศตะวันตกเฉียงเหนือหรือพายัพ ยานประจำเป็นกวางแอนทิโลพ คำไทย พายุ ได้มาจากชื่อวายุนี้

วายุบุตร

ไทย-ภาษาสันสกฤต 'โอรสของวายุ' ชื่ออีกชื่อของหนุมาน

วาราฮะ (वराह)

ภาษาสันสกฤต 'หมูตัวผู้' หนึ่งในบรรดาหลายอวตารของพระวิษณุ (พระนารายณ์) ในร่างหมูตัวผู้

วารุณี

ชื่อไทยของเทพธิดาแห่งเหล้าองุ่น

วาลมีกิ (वाल्मीकि)

ผู้แต่งคนอินเดียที่ประพันธ์มหากาพย์รามายณะ ซึ่งแปล 'เรื่องราวของพระราม' ประพันธ์ประมาณ ,๕๐๐ ปีที่แล้ว ทั้งหมดมี ๒๔,๐๐๐ บท ถือเป็นกำเนิดของเรื่องรามเกียรติ์ อ่านต่อ

วาลวิชณี

ส้ทำด้วยขนสัตว์ พัดทำด้วยขนสัตว์ ดูต่อพัดวาลวีชนี

วาลี (वाली)

ภาษาสันสกฤต ชื่ออีกชื่อของวาลิน

วาลิน (वालिन्)

ภาษาสันสกฤต 'มีหาง' ชื่อของพญาวานรในรามายณะ โอรสของพระอินทร์ และ พี่ชายของสุกรีวะ ภรรยาคือธารา และบุตรชื่อองคต ในรามเกียรติ์เรียกพาลี อีกเรียกวาลี

ว่าว

ชื่อกิจกรรมซึ่งคนชอบมากแต่ต้นฤดูร้อน ภาษาอังกฤษเรียกไคท (kite) ดูชักว่าว

วาสุกิ (वासुकि)

ชื่ออีกชื่อของอานันต พญานาคและพญางู รู้จักกันอีกด้วยในชื่อเซชะ

วาสุเดวา (वसुदेव)

ชื่อบิดาของพระกฤษณะ

วาสุเทพ

ชื่ออีกชื่อไทยของพระนารายณ์หรือพระวิษณุ

วาฮานะ (वह)

ภาษาสันสกฤต พาหนะหรือยานประจำของเทพเจ้า เทวดา ฯลฯ เช่น ครุฑเป็นวาฮานะของเทพเจ้าพระวิษณุ ไอราวาทะเป็นวาฮานะของพระอินทร์ ฯลฯ

วิชัยนคาระ (ವಿಜಯನಗರ, विजयनगर)

ภาษากันนาดา-ฮีนดิ 'วิชัยนคร' ชื่ออาณาจักรที่ภาคกลางของประเทศอินเดียในพุทธศตวรรษี่ ๒๐ และพุทธศตวรรษี่ ๒๑ เป็นอาณาจักรที่มีกำลังมาก เมืองหลวงชื่อฮัมปิ นอกจากนั้นยังเป็นแบบศิลปะของบริเวณและสมัยนั้น

วิเชียร

ชื่ออีกชื่อของวชิร ึ่งหมายถึ คทา สายฟ้าหรือเพชร เป็นอาวุธของพระอินทร์ ภาษาสันสกฤตเรียกวาชระ

วิเชียรมาศ

แมวพันธุ์ไทยชนิดหนึ่ง ซึ่งได้รู้จักอย่างชัดเจนในประเทศทางทวีปยุโรปและอเมริกา ยอมรับว่า เป็นแมวของประเทศทางตะวันออกในทวีปเอเซียที่มีคุณค่า ลักษณะโดยทั่วไป มีนัยน์ตาสีฟ้า รูปหัวไม่กลมหรือแหลมเกินไป รูปหัวค่อนข้างจะเป็นรูปสามเหลี่ยม มีสีพื้นสีขาวงาช้างและมีแต้มสีดำดังหมึกวาดที่จมูกครอบไปถึงปากเป็นหนึ่งแห่ง กับขาทั้งสี่ หูสอง หางหนึ่ง และที่อวัยวะเพศอีกหนึ่ง รวมเป็น ๙ แห่งเช่นกัน แมววิเชียรมาศที่มีมาแต่เดิมมีตาเหล่และหางรอยขด ลักษณะที่ในประเทศทางตะวันออกถือว่าเป็นตำหนิ ซึ่งดังนี้ในปัจจุบันมักได้ขจัดแล้วด้วยวิธีการเพาะพันธ์ซึ่งเลือกเฟ้น แต่ที่ประเทศไทยยังสามารถพบได้บอย โดยเฉพาะในแมวจรจัด  แต่ทว่าแมวบ้านมักจะถูกตัดหางให้สั้น ตามนิทาน วันหนึ่ง เมื่อผู้ชายสยามทุกคนได้ออกจากบ้านเดินทางไปปกป้องอาณาจักร เพียงแค่แมวสองตัวยังเหลืออยู่ เป็นแมววิเชียรมาศที่ดูแลวัด มีตัวผู้ชื่อเทียน และตัวเมียชื่อจุฬา พวกเขาเหลืออยู่เพื่อพิทักษ์ถ้วยดื่มที่มีขาสูงและทำด้วยทองที่เป็นของพระพุทธเจ้าและอยู่ในวัดศักดิ์สิทธิ์ เทียนก็เบื่อดูแลถ้วยนั้น หลังจากผสมพันธุ์เขาทิ้งจุฬาไปค้นหาคนอื่นๆ ที่มาแทนดูแลถ้วยดื่มนั้นได้ ต่อจุฬารับผิดชอบในเรื่องพิทักษ์ถ้วยดื่มนั้นลำพังตนเอง โดยอุทิศตัว ไม่เคยขาดที่ ไม่เคยกล้าละสายตาจากถ้วยดื่ม จนกระทั่งตาของมันกลายเป็นตาเอียง นอกจากนั้นในกรณีเขาอาจง่วงนอนและโงกหัว เขาจับถ้วยดื่มไว้โดยใช้หางหมุนเป็นวงรอบขาของถ้วย ผูกแน่นด้วยแข็งแรงเท่าที่จนกระทั่งหางได้กลายเป็นหางรอยขด ต่อมาลูกแมวของเขาได้เกิดด้วยลักษณะนั้น เป็นลักษณะสายพันธุ์ถาวร อีกหนึ่งเรื่องเล่าว่า วันหนึ่งเคยมีเจ้าหญิงคนหนึ่ง ซึ่งใช้หางแมววิเชียรมาศของเขาเพื่อเก็บแหวนเขาไว้เวลาอาบน้ำ ไถลไปบนหางรอยขด แหวนหลุดมาจากหางไม่ได้เพราะหางเป็นหางรอยขด แหวนจึงสามารถหายไม่ได้ ต่างประเทศเรียกแมวสยาม ภาษาอังกฤษไซยะมีสเเคท (Siamese cat) ตามชื่อเก่าของประเทศไทย ดูต่อวิเชียร

วิไชยประสิทธิ์

ชื่อป้อมที่ธนบุรี ณ ปากคลองบางกอกใหญ่บรรจบกับแม่น้ำเจ้าพระยา สร้างขึ้นในสมัยพระนารายณ์โดยช่างชาวฝรั่งเศส ปัจจุบันอยู่ในเขตของกองทัพเรือ เดิมชื่อป้อมวิชาเยนทร์ หรือ ป้อมบางกอก สมัยกรุงธนบุรีเป็นป้อมท้ายพระราชวังพระเจ้าตากสิน ซึ่งทรงถูกสำเร็จโทษที่นี้โดยการประหารชีวิต ปัจจุบันมีพระบรมราชานุสาวรีย์ของพระองค์ ตั้งหน้าป้อมริมแม่น้ำ (รูป)

วิญญาณนิยม

ศรัทธาซึ่งนับถือว่า ทุกทรัพย์หรือสิ่งใดซึ่งมีชีวิตพร้อมกับทุกทรัพย์หรือสิ่งใดซึ่งไม่มีชีวิตก็มีวิญญาณ  ลัทธินี้นับถือผีและสิ่งศักดิ์สิทธ์ที่นอกเหนือจากธรรมชาติ เช่น ป่าไม้ แม่น้ำ ฯลฯ เป็นศรัทธาที่มักจะมีกับบรรพชาว ภาษาอังกฤษและละตินรู้จักในชื่อแอนิมิส์ม (animism)

วิตากะ

ภาษาบาลี ปางในซึ่งพระพุทธเจ้ายกมืออยู่หน้าอกและทำรูปวงกลมกับนิ้วชี้และนิ้วหัวแม่มือ ใช้มือเดียวหรือสองมือ ปางนี้แสดง 'คำอธิบาย' หรือ 'คำพรรณนา' เกี่ยวข้องการสั่งสอนเหมือนเช่นปางธรรมจักร (รูป) ในซึ่งพระพุทธเจ้าทำรูปวงกลมกับนิ้วชี้และนิ้วหัวแม่มือใช้สองมือ ภาษาสันสกฤตเรียกวิตาร์กะ ภาษาไทยบางที่สะกดวิตรรก

วิตาร์กะ (वितर्क)

ภาษาสันสกฤตของวิตากะ

วินัย (विनय्)

ภาษาสันสกฤต-ไทย สิกขาบทของพระสงฆ์ คือ หลักในทางความประพฤติดีของสงฆ์ เป็นกฎที่จดไว้ในพระวินัยปิทกะหรือพระวินัยปิฎก ซึ่งเป็นเล่มแรกของพระไตรปิฎก เขียนด้วยภาษาบาลี

วินัยะ (विनय)

ภาษาสันสกฤตของวินัย

วิมาน

ทิพย์อาสน์ คือ ปราสาทหรือที่อยู่ของเทวดาในเมืองฟ้า ดูต่อวิมานะ

วิมานเมฆ

ชื่อพระที่นั่งที่สร้างด้วยไม้สักทองที่ใหญ่ที่สุดในโลก สร้างขึ้นเป็นอาคารสามชั้นโดยไม่ใช้ตาปูเหล็ก สร้างในแบบยุโรป แต่เดิมเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๑๑ ปลูกสร้างไว้ที่เกาะสีชัง จ. ชลบุรี และในปี พ.ศ. ๒๔๔๐ มาเป็นพระตำหนักที่ตากอากาศฤดูร้อนของพระปิยมหาราชพระรามที่ ๕ ซึ่งต่อมาทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้รื้อย้ายพระที่นั่งมาปลูกใหม่ที่สวนดุสิต ี่กรุงเทพฯ มาแล้วสร้างเสร็จเมื่อ พ.ศ. ๒๔๔๔ หลังจากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ เสด็จพระราชดำเนินทรงกลับมาจากราชทัศนาจรที่ทวีปยุโรป ในระหว่าง พ.ศ. ๒๔๔๕ และ พ.ศ. ๒๔๔๙ เป็นพระราชวังของพระปิยมหาราช แต่เมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๘ พระที่นั่งวิมานเมฆปิด พ.ศ. ๒๕๒๕ ในปีฉลองกรุงรัตนโกสินทร์ครบรอบ ๒๐๐ ปี สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์กิติยากรพระบรมราชินีนาถ ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ให้พระที่นั่งวิมานเมฆเปิดใหม่จัดเป็นพิพิธภัณฑ์ส่วนพระองค์

วิมานะ (विमान)

๑. ภาษาสันสกฤต รถหรือยานบนสวรรค์ ยานทิพย์

๒. ภาษาสันสกฤต ปราสาทฮินดูในแบบภาคใต้ของประเทศอินเดีย ซึ่งรู้จักกันด้วยในชื่อหอวิมานาม ปราสาทฮินดูในแบบภาคเหนือเรียกซิขาระ

วิรอาสนะ (वीरसन)

ภาษาสันสกฤต ชื่ออาสนหรือท่านั่งของรูปบูชาต่างๆ ซึ่งมีเท้าหรือพระบาทขวาอยู่บนขาอ่อนที่ตรงกันข้าม และพระบาทซ้ายรองขาอ่อนขวา

วิษณุ (विष्णु)

ภาษาสันสกฤต หนึ่งในสามพระเจ้าเด่นของศาสนาฮินดู ผู้คุ้มครองของจักรวาลและพระเจ้าพระองค์ที่สองในตรีมูรติฮินดู หรือพระเจ้ากลุ่มที่มีสมาชิกสามองค์ที่รวมพระพรหมและศิวะ มักจะแสดงมีสี่แขนถือดอกบัว จักร เปลือกหอยสังข์และคทา (รูป) แต่ละจัดให้นั่ง ยืน (รูป) หรือเอนกายบนพญานาคอานันต (รูป) ซึ่งลอยอยู่บนทะเลแห่งจักรวาล พระวิษณุเสด็จลงไปอยู่บนโลกเพื่อสร้างให้สันติภาพและความสงบราบคาบเป็นเหมือนเดิม เป็นอวตาร ๙ ครั้ง มีร่างกายหลายอย่าง คือ ปลา กระ หมูตัวผู้ มนุษย์ด้วยศีรษะสิงโตนาราสิงหะ คนแคระวามานะ บาลรามะ รามะชันดระ พระกฤษณะและพระพุทธเจ้า อวตารที่สิบของเขาเป็นที่มายัง ยานประจำของพระองค์เป็นครุฑ (รูป) ในประเทศไทยเรียกพระนารายณ์ เขามีคู่ครองสองคู่ คือว่า นางภูมิเทวิและนางลักษมีซึ่งริเริ่มทำระหว่างการปั่นของเกษียรสมุทร ในการรวมกันกับพระศิวะรู้จักกันในชื่อพระหริหระ (รูป)

วิษวันตาระ (विश्वन्तर)

ชื่อภาษาสันสกฤตของเวสสันดร

วิสาขบูชา

ชื่อวันธรรมสวนะ ที่เป็นวันหยุดราชการประจำปี ซึ่งเป็นอนุสรณ์ของเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้น ๓ ประการ ในวันวิสาขบูชา เช่น วันประสูติของเจ้าชายสิทธารถ วันที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้อนุตตรสัมโพธิญาณ และวันมหาปรินิพพานของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ในวันวิสาขบูชาฆราวาสจะไปที่วัดและบรรพชิตจะร่วมกันประกอบพิธีต่างๆ เช่น ไปเวียนเทียน สวดมนต์ ฟังพระธรรมเทศนา ฯลฯ วันวิสาขบูชาตรงกับวันเพ็ญขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๖ หรือราวเดือนพฤษภาคม แต่หากตรงกับปีอธิกมาส คือ มีเดือน ๘ สองหน วันวิสาขบูชาจะเลื่อนไปเป็นวันขึ้น ๑๕ ค่ำ กลางเดือน ๗ หรือราวเดือนมิถุนายน ชื่อเต็มเรียกว่า วิสาขปุรณมีบูชา แต่มักจะพูดคำย่อว่า วิสาขะ

วิสาขะ

ดูวิสาขบูชา

วิสูตร

ราชาศัพท์ 'ม่าน' เป็นเครื่องกั้นซึ่งซ่อนผู้หญิงจากความมองดูผู้ชาย ใช้เพื่อกันให้อยู่ต่างหากผู้หญิงฮินดูและมุสลิมที่ประเทศอินเดีย ภาษาอินเดีย-อังกฤษมีชื่อระบุว่า เพอร์ดะ (purdah) ซึ่งเป็นชื่อม่าน และชื่อของระเบียบที่สนับสนุนสถานที่ที่นางสนมหรืออนุภรรยาขุนนางในเมืองแขกอยู่รวมกัน สะกดอีกวิสสุต ดูต่อเซนานา

วิหาร (विहार)

ภาษาไทย-สันสกฤต-บาลี คำว่า วิหาร มาจากภาษาสันสกฤตวิหาระ บางทีแปลว่า การพักผ่อน ในตอนแรกเป็นที่อยู่ของพระสงฆ์ ต่อไปมาเป็นอาคารที่วัดที่เป็นคู่กับโบสถ์ ละที่จะสร้างคล้ายๆ โบสถ์ แต่วิหารแยกกับโบสถ์โดยไม่มีใบเสมา ต่ที่ประดิษฐานพระพุทธรูปเหมือนกัน

วิหารเซียน

ดูอเนกกุศลศาลา

วีรสตรีภูเก็ต

พี่น้องที่มีนามเดิมว่า คุณหญิงจันทร์และนางมุก ซึ่งรู้จักกันด้วยในชื่อเทพกระษัตรีและศรีสุนทร (รูป) ซึ่งใน พ.ศ. ๒๓๒๘ สามารถปกป้องเกาะภูเก็ตได้ ทำไห้กองทัพพม่าไม่สามารถตีเกาะด้ วีรสตรีนี้ประสูติทั้งสองที่เมืองถลาง พวกเขาเป็นบุตรีของ นายทองคำ ตำแหน่งเจ้าเมืองภูเก็ต นางจันทร์ผู้เป็นพี่แต่งงานกับนายภักดิ์ภูธ ซึ่งเป็นชาวตะกั่วทุ่ง ส่วนนางมุกแต่งงานกับชาวกรุงเทพฯ ครั้นบิดาถึงแก่อนิจกรรม ตำแหน่งเจ้าเมืองถลางจึงตกแก่นายนายภักดิ์ภูธ ซึ่งเป็นลูกเขยก็คือสามีคุณหญิงจันทร์ โดยได้รับโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้เป็นพระยาถลางปกครองเมืองสืบต่อมา ถึง พ.ศ. ๒๓๒๘ แก่อนิจกรรมโดยกระทันหัน ไม่ทันที่ทางเมืองหลวงจะแต่งตั้งเจ้าเมืองคนใหม่มาปกครอง พระเจ้าปะดุง (Padung) กษัตริย์พม่าก็กรีฑา ทัพเรือให้ยี่หวุ่น (Yiwun) เป็นแม่ทัพถือพล ๓,๐๐๐ คนยกเข้าล้อมเมืองถลางไว้โดยรอบ บรรดากรรมการเมืองจึงประชุมตกลงให้คุณหญิงจันทร์ทำหน้าที่รักษาเมืองไว้ก่อน ส่วนนางมุกน้องสาวเป็นผู้ช่วย คุณหญิงจันทร์จึง ประกาศต่อหน้า กรรมการเมืองว่า พร้อมจะสู้ตายกับพวกพม่าข้าศึก และขอให้ทุกคนเตรียมตัวให้พร้อมที่จะมีศึก ภายใต้การนำของคุณหญิงทั้งสองได้ปักหลักสู้ศึกอย่างกล้า ข้าศึกล้มหายตกทะเลเป็นระลอกนักสู้เมืองถลางรุกไล่พม่าข้าศึกแตกทัพกลับไปอย่างยับเยิน ชัยชนะในครั้งนี้นับเป็นที่เลืองลือไปทั่วทิศ ซึ่งเป็นวีรกรรมสำคัญที่สำเร็จได้รวดเร็วด้วยความกล้าหาญเฉลียวฉลาดของคุณหญิงสองศรีพี่น้อง ซึ่งต่อมาได้รับทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เป็นท้าวเทพสตรีและท้าวศรีสุนทรยอดวีรสตรีไทยหัวเมืองภา๕ใต้โดยพระรามที่ ๑ ตามเรื่องไม่มีหลักฐานคุณหญิงจันทร์และนางมุกประกาศิตให้ผู้หญิงทุกๆ คนตัดผม แต่งตัวเหมือนผู้ชาย และตีกลองดังๆ เพื่อให้แม่ทัพยี่หวุ่นความรู้สึกและความเชื่อว่า เขาเผชิญหน้ากองทัพที่มีทหารจำนวนมากกว่ากองทัพของเขาเอง

วีโอซี (V.O.C.)

ภาษาดัช ชื่อย่อของบริษัทฮอลันดา หมายความ เวอร์เอนิขเดอโอส์ทอินดีสเยอะค็อมพันยี (Verenigde Oostindische Compagnie) ในภาษาไทยเรียกบริษัทอินเดียตะวันออกของฮอลันดา คำย่อนี้เป็นภาพสัญลักษณ์ของบริษัทนั้น

วุ้นเส้น

ชื่อของกินชนิดหนึ่ง เป็นเส้นๆ คล้ายกันกับเส้นก๋วยเตี๋ยว แต่ลักษณะเป็นเส้นกลม ใสและยาว ทำจากแป้งของถั่วเขียวและน้ำ มักจะขายในรูปของวุ้นเส้นอบแห้ง ก่อนจะช้ในทางการบริโภคต้องแช่น้ำหรือต้มให้คืนรูป ใช้วุ้นเส้นเป็นส่วนผสมของกับข้าวหลายอย่างหลายชนิด เช่น แกงจืด คือ น้ำซุปไร้รสชาติที่ปรุงด้วยวุ้นเส้น หมูสับ เต้าหู้ขาวและผักต่างๆ ยำวุ้นเส้น คือ ยำเผ็ดอย่างหนึ่งที่ปรุงด้วยวุ้นเส้น พริกหั่น น้ำมะนาว หมูสับ กุ้ง เห็ดและเครื่องชูรส วุ้นเส้นอบปู (ปูอบวุ้นเส้น) คือ กับข้าวอย่างหนึ่งที่ปรุงในหม้อดินที่ปิดด้วยฝา เป็นต้น ในภาษาอังกฤษว่า กลาสนูเดอล์์ (glass noodle) เจลลีนูเดอล์ (jelly noodle) เซลโลเฟนนูเดอล์ (cellophane noodle) ไชนเวอร์มิเซลลิ (Chinese vermicelli) ลฯ

เวช (वेद)

ไทย-ภาษาสันสกฤต ชื่อร่ายที่เป็นคัมภีร์สำคัญ เป็นหลักของศาสนาฮินดูในสมัยแรก ถือกันว่าเป็นศุรติ คือ มนตร์ คาถา บทแรกได้ประพันธ์ในระหว่าง ๑๕๐๐ ปีและ ๒๐๐๐ ปีก่อนคริสตศักราช ตามชาวอริยกะตำรับตำรานี้แสดงอภินิหารให้แลเห็นโดยทางพระผู้เป็นเจ้า และวัฒนธรรมของพวกเขายึดเป็นหลักในเวชทั้งหมด คัมภีร์ของพราหมณ์แบ่งเป็นสี่ คือว่า ฤคเวช สามเวช ยชุรเวช และอาถรรพเวช เวชมาจากคำภาษาภาษาสันสกฤต เวทะ (Veda) 'ความรู้' บางทีสะกดว่า เวท

เวท (वेद)

ดูเวช

เวทิคา (वेदिका)

ภาษาสันสกฤต ลูกกรงที่ล้อมรอบไซตยาหรือสิ่งที่เคารพ

เวทางค์

ไทย-ภาษาสันสกฤต 'ความปลายโด่งแห่งเวท' คือว่า ความรู้สำเร็จ คำนี้อ้างถึงความจริงปฐมที่แสดงในคัมภีร์เวท ในทางคำสอนจะคลี่ในอุปนิษัท วิทยานิพนธ์ปราชญของศาสนาฮินดู ที่เขียนด้วยในภาษาสันสกฤต และแสดงความประพฤติที่เคยชินติดเป็นมาในสันดาน

เวทานต์ (वेदान्त)

ภาษาสันสกฤต-ไทย คัมภีร์สุดท้ายแห่งพระเวท ความรู้พระเวทอย่างบริสุทธิ์บางทีเรียกอุปนิษัท เป็นเรื่องปรัชญาของ อินเดียโบราณ เป็นรากของการเชื่อถือพระเจ้าหลายองค์ของชาวฮินดู

เวสสันดร

ชื่อของพระพุทธเจ้าในพระชาติที่สิบ คือ พระชาติสุดท้ายของพระโพธิสัตว์ก่อนจะประสูติเป็นพระพุทธเจ้า เรื่องเวสสันดรบันทึกในเวสสันดรชาดก ซึ่งบรรยายถึงกุศลของการ 'มหาบริจาค' ภาษาสันสกฤตเรียกอีกว่า เวสสันทา และภาษาบาลีเรียกวิษวันตาระ

เวสสันดรชาดก

ภาษาสันสกฤต ชาดกพระ