|
องค์
ราชาศัพท์ ใช้เป็นลักษณะนามเรียก
อวัยวะหรือสิ่งของบางอย่างของพระเจ้าแผ่นดินหรือเจ้านาย เช่น
ส่วนของร่างกาย อวัยวะ ตัว ลักษณะ ส่วนประกอบ ส่วนภาค เครื่องแสดง
องคต
ชื่อวานร
ทหารของพระรามในรามเกียรติ์
โอรสของพาลีกับนางมณโฑที่ถูกแหวะจากท้องแม่ใส่ท้องแพะไว้ก่อนนางมณโฑกลับไปอยู่กับทศกัณฐ์
องคุลิมาล
(अङ्गुलिमाला)
ชื่อบุตรของคัคคพราหมณ์
(ภัคควพราหมณ์) ไปศึกษาศิลป-ศาสตร์ในสำนักอาจารย์ทิศาปาโมกข์ เมืองตักสิลา
มีความรู้และความประพฤติดี เพื่อศิษย์ด้วยกัน ริษยา ยุอาจารย์ให้กำจัดเสีย
อาจารย์ลวงด้วยอุบายให้ไปฆ่าคนครบหนึ่งพัน แล้วจะมอบวิชาวิเศษอย่างหนึ่งให้
จึงกลายไปเป็นมหาโจรผู้โหดร้ายทารุณตัดนิ้วมือคนที่ตนฆ่าตายแล้ว ร้อยเป็นพวงมาลัย
เบื้องต้นจึงประพฤติผิดพลาดจนกลายเป็นโจรร้ายซึ่งฆ่าคนเอานิ้วทำพวงมาลัยแสนดุร้าย
ต่อมาในช่วงท้ายแห่งชีวิตกลับเนื้อกลับตัว
บวชเป็นสาวกพระพุทะเจ้าสำเร็จพระอรหัตตผล เป็น พระอรหันต์ขีณาสพ
การเปลี่ยนนี้เกิดขึ้นที่ป่าปริเลยยากะ
(ป่าเลไลย์)
เมื่อปีที่
๑๑
ภายหลังพระโพธิญาณของพระพุทธเจ้า
ภาษาสันสกฤตเรียกอังกุลิมาละ
ซึ่งแปลว่า
'มีนิ้วเป็นมาลัย'

อธิฎฐาน
ดูอธิษฐาน
อธิฐาน
ดูอธิษฐาน
อธิษฐาน
การบนบานหรือการภาวนาแบบย่อๆ
ขอพร ตั้งใจมุ่งผลอย่างใดอย่างหนึ่ง ตั้งจิตปรารถนา
ตั้งจิตขอร้องต่อสิ่งที่ตนถือว่า ศักดิ์สิทธิ์ เพื่อผลอย่างใดอย่างหนึ่ง
จะทำโดยเฉพาะขณะถวายเครื่องบูชาที่ต้องเผา เช่น
ธูป
กงเต๋อ
เทียน ฯลฯ ขณะทำการอธิษฐานจะไหว้เครื่องบูชาเหนือศีรษะก่อนจะนำไปเผาที่กระถางธูป
เตาหรือเชิงเทียน
บางทีสะกดอธิฎฐานหรืออธิฐาน
อนนท์
ชื่อภิกษุอายุเยาว์ มักจะแสดงในจิตรกรรมฝาผนังมาด้วยกับเป็นผู้เฒ่าคือพระมหากัสสป
พระอนนท์เป็นหลานชายอนนท์พระสิทธารถและภิกษุอุปัฎฐากอนนท์พระพุทธเจ้า
อนันตยศ
ชื่อฝาแฝดคนหนึ่ง พี่น้องกับมหันตยศและบุตรของนางพญาจามเทวีแห่งลพบุรี
ผู้ปกครองอาณาจักรทวารวดีในสมัยพุทธศตวรรษที่
๑๒
อนุบาล
โรงเรียนที่สอนหนังสือแก่เด็กเล็กๆ มีการเรียนปนเล่น ดูต่อการศึกษา
อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ
อนุสาวรีย์ที่กรุงเทพฯ
ตั้งขึ้นเป็นอนุสรณ์สำหรับผู้ที่เสียชีวิต ๕๙ ราย
ในการรบกับชาวฝรั่งเศสที่อินโดจีนเมื่อต้น พ.ศ.
๒๔๘๒ ระยะเวลาที่รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีจอมพลพิบูลสงคราม
อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิล้อมรอบโดยรูปปั้นวีรบุรุษสงคราม
ของกองทัพที่แตกต่างกัน
คือกองทัพอากาศกองทัพบกและกองทัพเรือและก็กองตำรวจและประชาชนพลเรือน
อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิมีโอเบอะลิซคสูง
๕๐ เมตร (รูป)
และแผ่นสัมฤทธิ์จารึกชื่อของผู้ที่เสียชีวิต
สร้างเสร็จ
๒๔
มิถุนายน
๒๔๘๓ พร้อมกับอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย

อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย
อนุสาวรีย์ที่กรุงเทพฯ
ซึ่งเป็นอนุสรณ์การเปลี่ยนของราชาธิปไตยเหนือกฎหมายกลายเป็นราชาธิปไตยใต้กฎหมายใน
พ.ศ.
๒๔๗๕
สร้างเสร็จ
๒๒
มิถุนายน
๒๔๘๓
แต่ได้มีพิธีสถาปนาทางการสองวันต่อมาในวันที่
๒๔
มิถุนายน
๒๔๘๓
แปดปีเต็มหลังเหตุการณ์ที่น่าจดจำนั้นใน พ.ศ.
๒๔๗๕ และวันเดียวกับการพิธีสถาปนาของอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ
วันที่แสดงเป็นนัยในขนาดของอนุสาวรีย์หมายถึง
ความสูงของปีก
๔ แห่งและ รัศมีของอนุสาวรีย์วัดได้
๒๔ เมตร สมัยของปี ๒๔๗๕
แสดงในปืนใหญ่ ๗๕ กระบอกซึ่งล้อมรอบอนุสาวรีย์
ส่วนสีทองบนฐานร่างยอดกลม
เป็นพานที่วางหนังสือรัฐธรรมนูญไว้
มีความสูง
๓ เมตร
หมายถึง
เดือนมิถุนายน เป็นเดือนที่สามตามจันทรคติไทย
รูปที่ทำนูนที่ส่วนฟันล่างของตัวปีกทั้งสีตัว
แสดงประวัติแห่งนโยบายพรรค
เมื่อสมัยของการเปลี่ยนแปลงจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์
และที่ประตูของฐานอนุสาวรีย์มีรูปดาบหก
ซึ่งหมายถึงนโยบายหกแผนของพรรคในฐานะพลเมืองกล่าวคือ
เอกราช สันติภาพ การเสมอกัน เสรีภาพ
เศรษฐศาสตร์และการศึกษา

อนุสาวรีย์สามกษัตริย์
อนุสาวรีย์ที่เชียงใหม่ซึ่งเป็นอนุสรณ์สัญญาระหว่างกษัตริย์สามองค์ของอาณาจักรล้านนา
คือว่า พ่อขุนงำเมืองของเมืองพะเยา
พ่อขุนเม็งรายของเมืองเชียงใหม่และ
พ่อขุนรามคำแหงของเมืองสุโขทัย
ในภาษาอังกฤษเรียกธรีคีงส์มอนอิวเม็นท
(three kings monument)
อ่านต่อ

อนุสรณ์สถานช่องเขาขาด
อนุสรณ์ที่จังหวัดกาญจนบุรีซึ่งสร้างขึ้นโดยรัฐบาลออสเตรเลียกรมการทหารผ่านศึก
อนุสรณ์สถานช่องเขาขาดเป็นการรำลึกถึงเชลยศึกชาวออสเตรเลียและฝ่ายพันธมิตรอื่นๆ
และแรงงานชาวเอเชียผู้ได้รับความทุกข์ทรมานและเสียชีวิตที่ช่องเขาขาด
และที่อื่นๆ
ในทวีปเอเชียแปซิฟิกระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง
โดยเฉพาะพวกที่ทำงานสร้างทางรถไฟไทย-พม่า ที่อนุสรณ์สถานช่องเขาขาดมี
พิพิธภัณฑ์และทางเดิน ๔.๕ กิโลเมตร
ช่องเขาขาดในภาษาอังกฤษเรียกเฮ็ลไฟเออร์พาซ
(hellfire pass) ซึ่งแปลว่า 'ช่องเขาไฟอเวจี'
เป็นบริเวณที่เชลยศึกและแรงงานชาวเอเชียทำการตัดช่องเขาโดยความทุกข์ทรมานอย่างที่สุด
ทำงานเร่งด่วน ทำงานกลางวันกลางคืน เป็นงานทำโทษทารุณ
แสงไฟจากกองไฟที่สะท้อนให้เห็นคนงานที่ซูบซีดเหล่านั้น จึงเป็นที่มาของชื่อ
อนุสรณ์สถานช่องเขาขาดตั้งอยู่บนกองการเกษตรและสหกรณ์
สำนักงานทหารพัฒนา หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา
ห่างจากตัวเมืองกาญจนบุรีประมาณ ๘๐
กิโลเมตรไปทางตะวันตกเฉียงเหนือ ดูต่อพิพิธภัณฑ์ทางรถไฟไทย-พม่าและทางรถไฟสายมรณะ

อเนกกุศลศาลา
ชื่อพิพิธภัณฑสถาน ที่เป็นแหล่งรวมงานศิลปะจีน-ไทยสร้างในบริเวณวัดญาณสังวรารามวรมหาวิหาร
ต. ห้วยใหญ่ อ. บางละมุง จ.
ชลบุรี
มีชื่ออีกเรียกวิหารเซียนซึ่งสามารถแปลได้เป็น
'อาศัยอยู่ของเทพเจ้า' เพราะเซียนเป็นอมรที่ไม่รู้จักตายในนิทานจีน
และในภาษาจีนเรียกต้าผู่ยี่
(ต้าปูยี)
การก่อสร้างอเนกกุศลศาลาเริ่ม
พ.ศ. ๒๕๓๑
สร้างโดยนายสง่ากุลกอบเกียรติโดยได้รับพระราชทานที่ดินขนาด ๗
ไร่ในบริเวณโครงการพัฒนาพื้นที่วัดญาณสังวราราม
มีมุ่งหมายเปิดเผยการผสมของวัฒนธรรมจีนและไทยโดยมีงานแสดงศิลปะและวัตถุที่มนุษย์ทำขึ้นตีราคาได้
ประกอบด้วยรูปหล่อจำลองสัมฤทธิ์ขนาดใหญ่ของสมัยราชวงศ์จีนต่างๆ
แบบจำลองกำแพงเมืองจีนและแบบจำลองสุสานจิ๋นซีฮ่องเต้ที่มีรูปปั้นหุ่นทหาร ม้า รถ
เป็นกองทัพทำด้วยดินเผา
รูปหล่อแปดเซียนข้ามทะเลขนาดสูงใหญ่
(รูป)
ห้องแสดงศิลปกรรมไทยร่วมสมัย
พระพุทธรูปหลายแบบจีนและไทย
ฯลฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดอเนกกุศลศาลาเมื่อวันที่
๒๔ ธันวาคม ๒๕๓๖ ในเวลานั้นได้ใช้เงินแล้วประมาณ ๒๒๐ ล้านบาทเพื่อการก่อสร้างและการติดตั้ง
เงินส่วนมากมาจากการรวบรวมเงินที่ให้ รัฐบาลจีนให้วัตถุเป็นประโยชน์ ๓๒๘
สิ่งสำหรับแสดงในงานแสดงถาวร และบ่อยพิพิธภัณฑสถานที่เองสะสมเพิ่มสิ่งใหม่

อโนดาด
ชื่อภาษาฮีนดิ
ชื่อสระใหญ่ ๑ ใน ๗ สระในป่าหิมพานต์
อบเชย
เปลือกไม้ส่วนข้างในที่ทำให้แห้งของต้นอบเชย เป็นพรรณไม้ต้นขนาดกลางพวกหนึ่ง สกุลซินามอมุม
(cinnamomum) ใช้ทำยาไทยและปรุงน้ำหอม ภาษาอังกฤษเรียกซินามน
(cinnamon)

อบายมุข
ทางแห่งความฉิบหายและทางลงไปนรก
ต้นเหตุที่จะนำไปสู่ความเสียหาย มี ๖ อย่างคือว่า ดื่มน้ำเมา เที่ยวกลางคืน
เที่ยวดูการเล่น เล่นการพนัน คบคนชั่วเป็นมิตร เกียจคร้านทำการงาน
อภิธรรม
ภาษาบาลี-ไทย ชื่อปิฎกหนึ่งในพระไตรปิฎก
อภิเนษกรมณ์
ภาษาบาลี
การร่ำลาของพระสิทธารถเพื่อเริ่มชีวิตสันโดษ
เป็นการลาไม่พูดไม่จา พระองค์ทิ้งครอบครัวและละราชสมบัติ
จึงหนีบรรพชา ในภาษาอังกฤษเรียกกเรทรินันซิเอฌัน
(Great Renunciation)
อภิเษก
(अभिषेक)
๑.
ภาษาสันสกฤต-ไทย การตั้งโดยการทำพิธีรดน้ำ หรือการรดน้ำบนรูปบูชาเป็นพิธี
ทำเพื่อแสดงความเคารพหรือการบูชา
บางทีใช้สิ่งอื่นๆ เช่น น้ำนม
หญ้าฝรั่น กลีบดอกไม้
ฯลฯ คำว่า
อภิเษก
มาจากคำภาษาสันสกฤตว่า อาบิเฌ็กะ ดูต่อรดน้ำมนต์
๒. ภาษาสันสกฤต-ไทย
พิธีการรดน้ำแต่งตั้งตำแหน่งชั้นสูง เข่น
อภิเษกของศรี
อภิเษกของศรี
ภาษาสันสกฤต-ไทย ชื่อรูปบูชาของเทพธิดาศรี
ท่านั่งบนฐานบัวหลวง
(รูป)
และถือของประจำตัวของพระองค์
คือ ดอกบัวหลวง
(รูป)
ถือดอกบัวหลวงสองดอก มือละดอก
(รูป)
และถูกอภิเษก
(อาบิเฌ็กะ)
โดยช้างสองเชือก ในศิลปะและการพรรณรูปบูชาของพระพุทธศาสนาและศาสนาฮินดู
รูปอภิเษกของศรีแสดงเป็นนัยของความเจริญ
เพราะศรีเป็นเทพธิดาแห่งความงาม
เคราะห์ดี และความสมบูรณ์
อมยิ้ม
ชื่อขนมชนิดหนึ่ง
ซึ่งทำด้วยมือ เป็นที่นิยมของเด็กๆ
มักจะปั้นในรูปสัตว์หรือดอกไม้

อมฤต
(अमृत)
ภาษาสันสกฤต
'ไม่ตาย'
ดูต่อน้ำอมฤต
อมิตาภ
(अमिताभ)
๑.
พระอมิตาภพุทธเจ้า พระนามพระพุทธแห่งพุทธศาสนามหายาน เป็นหนึ่งในบรรดาห้าพระพุทธเจ้านอกเหนือธรรมชาติหรือพระพุทธเจ้าไดอานิของลัทธิมหายาน
ซึ่ง ทรงเป็นประมุขสวรรค์ทิศประจิม อุปมาเป็นบุคคลของแห่งดวงประทีปไม่รู้จักดับ
ผู้มีความสว่างหาประมาณมิได้ มีความเชื่อถือว่า โดยบูชาพระอมิตาภพุทธเจ้าองค์นี้
สามารถเกิดใหม่ในสวรรค์ได้ ฉะนั้นจะบรรลุความสำเร็จและเมื่อเกิดใหม่เป็นโพธิสัตว์
และสามารถเป็นพระพุทธได้
จึงทำให้พระอมิตาภเป็นจีนะที่นิยมมากที่สุดของประชาชน
ที่ประเทศจีนและประเทศญี่ปุ่นประชาชนนับถือพระองค์นี้แม้กระนั้นสำคัญกว่าพระพุทธเจ้าศากยะมุนี
ในศิลปะมักจะแสดงท่านั่งสมาธิ โพธิสัตว์พระอวโลกิเตศวรฟุ้งออกมาจากพระอมิตาภพุทธเจ้า
จึงทรงเครื่องรูปพระอมิตาภพุทธเจ้าในเครื่องปกคลุมศีรษะเสมอ
บางที่เรียกอมิตา (Amida) และในภาษาบาลี-สันสกฤตเรียกอมิตาภะ (Amitabha)

๒.
ภาษาบาลี-สันสกฤต
ชื่อพระพุทธเจ้าแห่งประวัติศาสตร์
อยุธยา
ชื่อจังหวัดที่ภาคกลาง อำเภอเมืองอยู่ห่างจากกรุงเทพฯ
๗๖
กิโลเมตรไปทางทิศเหนือ (แผนที่)
มีพลเมืองประมาณ ๖๐,๐๐๐ คน อำเภอเมืองเป็นเกาะ
อยู่ที่บรรจบของแม่น้ำสามสาย คือ แม่น้ำเจ้าพระยา
แม่น้ำป่าสัก และแม่น้ำลพบุรี
ตั้งชื่อตามกรุงอโยธยา ชื่อทางการเต็มที่พระนครศรีอยุธยา
ในประวัติไทยเคยเป็นอาณาจักร (รูป)
ซึ่งปกครองโดยพระเจ้าแผ่นดิน อาณาจักรนี้เจริญขึ้นในระหว่าง พ.ศ. ๑๘๙๓ และ พ.ศ.
๒๓๑๐ ภายหลังการบ่ายลงไปของกรุงสุโขทัยถือเห็นว่า
กรุงศรีอยุธยาเป็นนครหลวงที่สองของประเทศไทย
มีความรุ่งเรืองนานถึง ๔๑๗ ปี มีพระมหากษัตริย์ปกครองถึง
๓๔ พระองค์
(๓๕ รัชกาล) และราชวงศ์ ๕
พระวงศ์ ในสมัยที่รุ่งเรืองที่สุดกรุงศรีอยุธยาใหญ่กว่ากรุงลอนดอนของสมัยนั้น ก่อน พ.ศ. ๑๘๙๓
เมื่อนครหลวงถูกย้ายจากอู่ทอง
กรุงศรีอยุธยาเคยเป็นด่านหน้าของจักรวรรดิเขมรเมื่อสมัยโบราณก่อน
ช่วงเวลาหลังการก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. ๑๘๙๓ กรุงอยุธยาพัฒณาและขยายรวดเร็ว
มาเป็นแหล่งการทำธุรกิจที่เจริญขึ้น
เนื่องจากสถานที่ตั้งเป็นสถานที่ดีเลิศและสมบูรณ์
เพราะตั้งขึ้นบนเกาะที่ปกป้องโดยการบรรจบแม่น้ำสามสาย
ด้วยแม่น้ำเจ้าพระยา
ซึ่งเป็นสายที่เชื่อมต่อกรุงอยุธยากับอ่าวไทยโดยตรง
จึงทำให้ดึงดูดเรือขนาดใหญ่และเล็กที่มาทำธุรกิจจากเมืองและกรุงอื่นๆ
ในอาณาจักรและจากนานาประเทศต่างชาติ
เนื่องจากนี้กรุงอยุธยาได้บรรจุกับคนที่อพยพมาจากต่างจังหวัดและต่างประเทศ
และอาณานิคมของชาวต่างชาติในทางธุรกิจก่อตั้ง
ประกอบด้วยอาณานิคมบ้านฮอลันดาของบริษัทอินเดียตะวันออกของฮอลันดา
(รูป)
นอกจากนั้นยังใช้ชื่ออยุธยาเพื่อเรียกแบบศิลปะและสถาปัตยกรรมของภาคกลางในระหว่าง
พ.ศ. ๑๘๙๓ และ พ.ศ. ๒๓๑๐ ซึ่งแบ่งแยกเป็นสามส่วนหรือยุคสำคัญ คือ สมัยตอนต้นจาก
พ.ศ. ๑๘๙๓ ถึง พ.ศ. ๒๐๓๑ สมัยกลางจาก พ.ศ. ๒๐๓๑ ถึง พ.ศ. ๒๑๗๓ และสมัยการเสื่อมลงอย่างช้าๆ
จาก พ.ศ. ๒๑๗๓ จนกระทั่งการถูกทำลายของกรุงศรีอยุธยา
เมื่อ พ.ศ. ๒๓๑๐ ที่ค่อยๆ ลักษณะของแบบศิลปะถูกเปลี่ยนแปลงทีละน้อย
จากศิลปะด้วยอิทธิผลแบบเขมรและแบบสุโขทัยที่นำกลับมาใหม่
จนมาเป็นแบบอยุธยาด้วยลักษณะพิเศษของแบบเอง ซึ่งแตกต่างจากแบบอื่น
และที่แสดงพระพุทธรูปประดับด้วยมงกุฎและทรงเครื่อง
ในสมัยการเสื่อมลงของกรุง
พิจารณาแบบเหมือนบารอค (baroque) จังหวัดพระนครศรีอยุธยามีโบราณสถานและสถานที่ที่น่าสนใจมากมาย
อ่านต่อ
.gif)
อโยธยา
(अयोध्या)
๑.
ภาษาสันสกฤต 'ไม่สามารถจะปราบได้' ชื่อเมืองหลวงของจักรวรรดิโคซาละที่ปกครองโดยพระเจ้าดาฉาราทาชื่อหนึ่งของบิดาพระรามในเรื่องรามายณะ
(ในรามเกียรติ์เรียกทศรถ)
๒. ชื่อภาษาฮินดิ
ชื่อเมืองที่ภาคเหนือของประเทศอินเดีย
อรจานเดว
ดูอรจานเดวจี
อรจานเดวจี
(ਅਰਜੁਨਦੇਵ)
ชื่อภาษาปัญจาป
ตามตารางลำดับวันเวลาของซิก
เป็นชื่อของคุรุที่ห้าในบรรดาสิบคุรุ
ที่เริ่มกับคุรุนานักเดว
คุรุคนแรกและผู้ก่อสร้างลัทธิซิก เขาเกิด พ.ศ. ๒๑๐๖ ที่เมืองกันดวาล์ (Gundwal) ที่อำริตสาร์
(Amritsar) นอกจากนั้นเขายังเป็นผู้ก่อสร้างฮาร์มะดีรซะเฮ็บ
ซึ่งรู้จักกันด้วยในชื่ออีกชื่อว่า
โบสถ์ทอง
ที่อยู่ในมณฑลปัญจาปในประเทศอินเดีย และเขาเป็นผู้ช่วยประพันธ์คัมภีร์อาดีกรันท
ซึ่งได้ประพันธ์เมื่อ พ.ศ. ๒๑๔๗ อรจานเดวเป็นคุรุตั้งแต่ พ.ศ. ๒๑๒๔ จนกระทั่ง พ.ศ.
๒๑๔๙ ตายเป็นผู้ที่ยอมตายเพื่อปกป้องความเชื่อมั่นศรัทธา เมื่ออายุ ๔๓ ปี
บางทีเรียกอรจานเดวจี
อรจุนะ
(अर्जुन)
ภาษาสันสกฤต
'สีขาว' ชื่อกษัตริย์ของเผ่าปันดาวะ
และวีรบุรุษในตำนานมหาภารตของชาวอินเดีย
มหารบขของภารต
ปันดู
บิดาของอรจุนะในทางธรรมชาติ เลือกพระอินทร์มาเป็นบิดาในทางศาสนา
พระกฤษณะเป็นผู้ขับรถม้าทำศึกสองล้อของเขา
อรหัง
พระอรหันต์
ชื่อพระพุทธเจ้าที่ใช้เป็นคำพูดเพื่อปลุกผี
ใช้โดยผู้เฝ้ายามคนใกล้จะตาย
อรหัต
ความเป็นพระอรหันต์
คือผลแห่งท่านผู้สำเร็จธรรมวิเศษสูงสุดในพระพุทธศาสนาลัทธิเถรวาท
พระสงฆ์บางรูปพิจารณามีอรหัต

อรหัตผล
ธรรมที่ทำให้เกิดการสำเร็จพระอรหันต์
หรือผลคือการสำเร็จพระอรหันต์
อรหัตมรรค
ทางปฏิบัติเพื่อบรรลุพระอรหันต์
อรหันต์
ผู้สำเร็จธรรมวิเศษสูงสุดในพระพุทธศาสนา
พระพุทธหรือผู้สำเร็จพระนิพพาน
ภาษาจีนเรียกหลอฮ่าน
หรือเซียน
อรัญวาสี
ภาษาสันสกฤต-ไทย
ผู้อยู่ในป่า ชื่อคณะสงฆ์โบราณ
ฝ่ายวิปัสสนาธุระซึ่งตั้งอารามอยู่ในป่า เรียกอีกชื่อว่า
วัดป่า
อรันย์
ภาษาบาลี-ไทย คำนี้แปลว่า
'ป่า' แต่เข้าใจเท่าเทียมกับ 'ที่ไกล'
หรือ 'ที่เปลี่ยว' ในทางศาสนามีคำที่อาจมาจากคำอรันย์นี้หรือมีความเกี่ยวข้องในทางวิชาภาษาศาสตร์
เช่น
อรหันต์
อรัญวาสี
อาราม
ฯลฯ บางทีสะกดอรัญ
อริยกะ
ภาษาสันสกฤต-ไทย
ชื่อคนชาติหนึ่งในสมัยโบราณ เป็นต้นตระกูลของพวกชาวยุโรปบางพวก
ที่อพยพไปอยู่ประเทศอิหร่านและประเทศอินเดียเมื่อประมาณสองพันปีก่อนคริสต์ศักราช
และที่เอาภาษา วัฒนธรรม และศาสนาที่เป็นของตัวเองมาด้วย พิธีกรรมทางศาสนาและความคิดของพวกอริยกะเป็นหลักของวัฒนธรรมของพวกเขา
ได้บันทึกในคัมภีร์เวทของชาวฮินดู
เรียกอีกชื่อว่า อารยันหรืออินโดอารยัน
อริยสัจ
ดูอริยสัจสี่
อริยสัจต้น
ดูดุขะและอริยสัจสี่
อริยสัจสี่
ภาษาสันสกฤต-ไทย
ความจริงอันประเสริฐ ความจริงของพระอริยะ
ชื่อธรรมสำคัญหมวดหนึ่งในพระพุทธศาสนา
เป็นรากฐาน มีสี่ข้อคือ
ทุกข์ (ดุขะ)
สมุทัย (ที่เกิดแห่งความทุกข์) นิโรธ (ความดับทุกข์) และมรรค (ทางแห่งความดับทุกข์)
ซึ่งสามารถสำเร็จได้โดยตามหนทางแปด
อริยะ
(आर्य)
ภาษาสันสกฤต-ไทย
'เด่น' หรือ
'ประเสริฐ'
คำมาจากชาติอริยกะ
ในพระพุทธศาสนาหมายถึงผู้บรรลุธรรมวิเศษ
มีโสดาปัตติมรรค เป็นต้นว่า พระอริยะ
เป็นชื่ออีกชื่อของศรี
'อริยะ'
เมตไตรย
(ศรีอริยเมตไตรย)
อีกสะกดอริย บางทีเรียกอริยบุคคล
อริษฏ
ภาษาสันสกฤต
ชื่อปิศาจในร่างกายวัวตัวผู้
ซึ่งได้สั่งการไปฆ่าพระกฤษณะโดยคันสะหลานชายของเขา
ดูต่อกุวาลยาปีดะ
อวตาร (अवतार)
ภาษาสันสกฤต 'การลงมาเกิด'
การแบ่งภาคมาเกิดในโลก มักจะอ้างถึงพระวิษณุ
(พระนารายณ์)
ซึ่งลงมาจากสวรรค์
มาเกิดในโลกในร่างกายอื่นๆ เช่น พระนารายณ์มาเกิดในโลกเป็น
ปลา กระ หมูตัวผู้
มนุษย์ด้วยศีรษะสิงโตนาราสิงหะ
คนแคระวามานะ
บาลารามะ
รามะชันดระ
พระกฤษณะและพระพุทธเจ้า
อวตารที่สิบของพระวิษณุยังไม่ลงมาเกิด
อวตารที่สิบเป็นอวตารของอนาคต
จะปรากฏขึ้นตอนปลายยุคนี้
(กาลิยุค)
เป็นม้าที่เรียกชื่อกาลกิน
ในภาษาบาลีเรียกอวตาระ
อวโลกิเตศวร
(अवलोकितेश्वर)
ชื่อเทพเจ้าสำคัญของพระพุทธศาสนาลัทธิมหายานที่นิยมของประชาชน
ชื่อสามารถแปลได้
'เจ้าแห่งความกรุณา'
พระอวโลกิเตศวรเป็นการรวมมาไว้ในตัวของความกรุณา
เป็นโพธิสัตว์
ได้ตรัสรู้แล้วแต่ยังไม่ปรินิพพานเพราะจะอยู่บนโลกเพื่อช่วยคนอื่นๆ
ไปถึงความตรัสรู้เหมือนกัน ทรงเครื่องรูปพระอมิตาภพุทธเจ้าในเครื่องปกคลุมศีรษะ
บางทีแสดงร่างกายเด้วยครอบพระพุทธรูปหลายๆ
รูปเล็กๆ
และจะมีหลายกรที่แผ่รัศมีครอบร่างกาย
จึงมาเรียกอวโลกิเตศวรเปล่งรัศมี
บางทีแสดงสวมหนังแอนทิโลปแขวนอยู่บนไหล่ข้างซ้ายหรือเคียนพุงหนังเสือ
บางทีสามารถพบได้มี
๒๒
กรและ ๑๑
ศีรษะ ในศิลปะเขมรพรพอวโลกิเตศวรมีของประจำตัวหลายสิ่ง
คือ
ประคำ สมุดคัมภีร์
ขวดขนาดเล็กๆ (กาฬสะ)
และดอกบัว (ปัทมะ)
และมีหลายรูปร่างหลายชื่อ เช่น ที่เอสียอาคเนย์เรียกโลเกส์วาระและปัทมปาณิ
ที่ประเทศจีนพระองค์มีร่างกายผู้หญิงและเรียกควันยิน
เทพธิดาแห่งความกรุณา
ซึ่งที่ประเทศญี่ปุ่นรู้จักกันในชื่อควันโนน
และที่ประเทศธิเบตมีผู้เชื่อว่า
ดาไลลามะเป็นอวตารของโพธิสัตว์องค์นี้
ภาษาสันสกฤตเรียกอวโลกิเตศวาระ
_small.jpg)
อวโลกิเตศวรเปล่งรัศมี
ร่างอย่างหนึ่งของโพธิสัตว์พระอวโลกิเตศวร
ซึ่งเป็นโพธิสัตว์ของพุทธศาสนาลัทธิมหายาน
ร่างกายเขาได้ครอบพระพุทธรูปเล็กๆ สุดคณนา
ทรงเครื่องรูปพระอมิตาภพุทธเจ้าในเครื่องปกคลุมศีรษะ
มีหลายกรที่แผ่รัศมีครอบร่างกาย
จึงเรียกอวโลกิเตศวรเปล่งรัศมี
บางที่แสดงมี ๒๒
กรและ ๑๑
ศีรษะ

อวัสะตะ
(अवसथ)
ภาษาสันสกฤต 'ที่อยู่อาศัยแห่งนักเรียนและนักพรต'
เป็นรากของคำไทยว่า
วัด
อวิ้หววง
(玉皇)
ภาษาจีนกลาง
'จักรพรรดิหยก'
ชื่อเทพเจ้าสำคัญที่สุดของคณาเทพในลัทธิเต๋า
พระองค์ปกครองสวรรค์เหมือนจักรพรรดิมนุษย์เคยปกครองจักรวรรดิจีน
ตามเทวตำนานจีน
อวิ้หววงดำรงอยู่แล้วแต่ครั้งโบราณในขั้นต้นพระองค์เป็นผู้ช่วยง่วนสีเทียนจุ๋น
เป็นลูกของปันกุและปฐมสิ่งมีชีวิต เป็นสัญลักษณ์ของพลังของจักรวาล
ผู้สร้างสวรรค์และโลก
ซึ่งเคยเป็นจักรพรรดิหยกเอง
แต่ในสมัยหนึ่งแล้วสละตำแหน่งด้วยเบื่อหน่ายความเลวของมนุษย์
อวิ้หววงจึงได้ปกครองสวรรค์และโลกเมื่อง่วนสีเทียนจุ๋นสละตำแหน่ง
และในอนาคตอวิ้หววง ก็จะมอบตำแหน่งนี้ให้เทพผู้อื่นเช่นกัน
อวิ้หววงประสูติเป็นมงกุฎราชกุมารแห่งอาณาจักรชื่อว่า
แหล่งของความสุขบริสุทธิ์ด้วยความสว่างและเครื่องประดับที่วิเศษ
ประสูติเมื่อวันที่ ๙ เดือน ๑ ตามปฏิทินจันทรคติจีน
วันที่ซึ่งปัจจุบันวัดลัทธิเต๋าถือเป็นวันมงคลฤกษ์
และทำพิธีเป็นเกียรติ เมื่อประสูติอวิ้หววงปล่อยแสงออกมาที่ทำให้อาณาจักรสว่างทั้งหมด
อวิ้หววงมีนามเรียกขานหลากหลาย
บางที่เป็นภาษาจีนแต้จิ๋ว
เช่น เทียนฮ๊วง
เหล่าโจ๊วกง ทีกง
เง็กอ๊วงไต่ตี่ เง็กเซียนฮ่องเต้ และเง็กอ๊วง
ภาษาจีนกลางบางทีสะกดอี้ว์หวงหรือวิหวุวง รูปพระองค์พิมพ์อยู่ที่แบงก์กงเต็ก
ซึ่งในภาษาจีนกลางเรียกหมิงปี้

อวิ๋กู๋ (鱼鼓)
ภาษาจีน
'กลองปลา' ชื่อเครื่องดนตรีจีนโบราณประเภทเคาะ ทำด้วยกระบอกไม้ไผ่ยาว
ปลายข้างหนึ่งหุ้มด้วยหนังปลาที่บาง และข้างบนมีไม้ตีกลองสองอันยื่นออกมา
ซึ่งยอดปลายมีหัวโค้งเหมือนไม้ตีกอล์ฟ
อวิ๋กู๋เป็นของประจำตัวของเทพเจ้าจีนบางองค์ประกอบด้วยจางเกว๋าะเหล่า
ซึ่งเป็นพระองค์หนึ่งในแปดเซียน
บางทีสะกดหวิ๋กู๋

อเวจี
ชื่อนรกขุมหนึ่งในแปดขุมสำหรับลงอาชญาแก่สัตว์ที่มีบาปหนักที่สุด
บางทีใช้ว่า อวีจี หรืออวีจิ
อโศก
(अशोक)
๑. ภาษาสันสกฤต
'ไร้ทุกข์'
ชื่อจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่แห่งประเทศอินเดีย
ซึ่งปกครองตั้งแต่
พ.ศ.
๒๗๐
จนกระทั่ง พ.ศ.
๓๑๑
เป็นกษัตริย์นักรบนักรักผู้ยุติการทำสงคราม และหันมาใฝ่พระทัยในพุทธศาสนา
ทรงใช้ธรรมะปกครองบ้านเมือง และทรงอุปถัมภ์บำรุงและเผยแผ่พระพุทธศาสนาเป็นอย่างมาก
จนเรียกได้ว่า เป็นยุคที่พระพุทธศาสนา
รุ่งเรืองทั่วชมพูทวีป (ชื่อประเทศอินเดีย) และแผ่กว้างไกลออกไปในต่างแดน
โดยส่งพระสงฆ์ไปสอนและเผยแพร่ศาสนาพุทธในต่างแดน ไปถึงหลายๆ
ประเทศของทวีปเอเชีย
ประกอบด้วยเอเชียอาคเนย์
เกาะลงกาและประเทศไทย
อีกเรียกว่า พระเจ้าอโศกมหาราช
๒. ภาษาสันสกฤต
'ไร้ทุกข์' ชื่อไม้ยืนต้นขนาดกลาง
ไม่ผลัดใบ
ชื่อวิทยาศาสตร์สาราคะอินดีคะ (saraca
indica)
สกุลสาราคะ (saraca)
ทั้งหมดมี ๗๑ ชนิด
ที่เอสียอาคเนย์
สามารถขึ้นได้สูงประมาณ
๙ เมตร ตามแหล่งของประวัตบางแหล่งว่า
ประสูติของพระสิทธารถเกิดขึ้นที่ใต้ต้นไม้ชนิดนี้
(รูป)
และเป็นต้นไม้ซึ่งมหามายาจับกิ่งก้านในระหว่างการประสูติ
(รูป)
แต่มีแหล่งอื่นๆ
ที่พรรณนาต้นไม้นี้ไม่ใช่ต้นอโศกแต่ต้นไม้ชนิดอื่น

อสิต
(असित)
ภาษาสันสกฤต
ชื่อฤาษีตนหนึ่ง
ซึ่งอาศัยอยู่ในภูเขาไม่ไกลนักจากพระราชวังของพระเจ้าสุทโธทนะ
ฤาษีอสิตเป็นผู้ซึ่งทำนายว่า
หากพระกุมารพระสิทธารถทรงเจริญวัยขึ้นในพระราชวังจะได้เป็นพระราชาผู้ยิ่งใหญ่ครอบครองโลก
แต่ถ้าหากว่าพระกุมารทรงสละราชสมบัติแล้วออกบำเพ็ญพรตจะได้เป็นพระศาสดา
บางทีเรียกฤาษีนี้ชื่อกเลวิน
อสุร (असुर)
ชื่อสัตว์ครึ่งปิศาจครึ่งเทวดาซึ่งแทนกำลังแห่งความชั่วและความมืด
และซึ่งทำสงครามกับเหล่าเทวดาโดยไม่รู้จักหยุด
บางทีเรียก อสูร (อะสูน) อสุรา (อะสุรา) อสุรี (อะสุรี) อสูเรศ และภาษาสันสกฤตเรียก
อสุรา
อสูรปักษี
ชื่อของสัตว์ในจินตนาการ มีลักษณะครึ่งสัตว์ครึ่งเทพจากสรวงสวรรค์
อยู่ในหิมพานต์
ศีรษะเป็นยักษ์
ร่างเป็นนก คล้ายคลึงอสูรวายุพักทร์
%201_small.jpg)
อสูรวายุพักทร์
ชื่อของสัตว์ในจินตนาการ มีลักษณะครึ่งสัตว์ครึ่งเทพจากสรวงสวรรค์
อยู่ในหิมพานต์
ร่างเป็นอสุร
ท่อนล่างเป็นนก คล้ายคลึงอสูรปักษี
%201_small.jpg)
อสุรอินดะราหุ
ภาษาสันสกฤต
ชื่อยักษ์ซึ่งปรารถนาสนทนากับพระพุทธเจ้า
แต่จองหองด้วยตัวใหญ่โตของยักษ์ตนเองไม่อยากน้อมคำนับพระพุทธเจ้าซึ่งร่างกายขนาดเล็กกว่ามาก
ทราบความคิดของยักษ์ตนนี้พระพุทธเจ้าจึงปาฎิหาริย์และปรากฎในร่างกายมหึมา
ใหญ่กว่ายักษ์อีก แม้เท้าพระพุทธเจ้าก็ใหญ่กว่าตนของยักษ์ทั้งหมด
(รูป)
จึงต้องนอนเพื่อสามารถเจอยักษ์ได้ ประทับใจทั้งหมดโดยการปาฎิหาริย์นี้ยักษ์อสุรอินดะราหุถูกสอนบทเรียน
กล่าวคือ เสมอมีโอกาศเราจะพบใครก็ได้นอกจากความคิตที่ใหญ่กว่าหรือสำคัญกว่าเราตนเองเป็นไปได้
เพราะฉะนั้นมันดีกว่าถ้าเราไม่เชื่อข่าวเล่าลือโดยไม่พิจารณาก่อน
พระพุทธรูปขนาดใหญ่ด้วยปางไสยาสน์
(รูป)
มักจะอ้างอิงเรื่องนี้
อสุรา
(असुर)
ภาษาสันสกฤตของอสุร
ออกแก้ว
ชื่อเมืองโบราณในประเทศเวียดนาม ซึ่งก่อสร้างราว พ.ศ. ๖๕๐
ที่จังหวัดอันยาง (An Giang) อยู่ตามบริเวณสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง
ที่ไหลลงสู่ทะเลจีนใต้ในแดนเวียดนาม
เมืองประกอบด้วยสารผสมของวัฒนธรรมแขกและวัฒนธรรมท้องถิ่น การขุดเปิดเผยสิ่งต่างๆ
ที่แสดงว่า
ออกแก้ว (Oc Eo) เคยเป็นเมืองท่าและแหล่งในทางวัฒนธรรมสำคัญ
สิ่งที่ได้พบประกอบด้วยวัตถุที่ทำด้วยโลหะมีค่า
หินมีค่าด้วยหลายสี เครื่องดินเผา หม้อโลหะ ฯลฯ
ออกพรรษา
วันสิ้นเทศกาลพรรษา
เมื่อสิ้นระยะสามเดือน
(ไตรมาส) ในวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๑ ภาคกลาง (โดยปกติตรงกับเดือนพฤศจิกายนหรือเดือนเกี๋ยงที่ภาคเหนือ)
ในวันนี้ทางสงฆ์จะจัดพิธีเรียกว่า วันมหาปวารณา คำปวารณา สามารถแปลได้ว่า
อนุญาต
กล่าวถึงข้อที่ผิดพลาดล่วงเกินระหว่างที่จำพรรษาอยู่ด้วยกัน หลังจากวันแรม
๑ ค่ำ เดือนพฤศจิกายนไปแล้ว พระสงฆ์จะไปแรมคืนที่อื่นก็ได้
ก่อนวันออกพรรษาหนึ่งวัน ซึ่งตรงกับวันอาฬารหบูชา
ชาวบ้านจะมีการทำอาหารและขนมเพื่อนำไปทำบุญเป็นพิเศษ เช่น
เดียวกับเข้าพรรษา ส่วนในวันออกพรรษาจริงนั้น บางทีจัดทำบุญใส่บาตรเทโว คือ
ในวันนี้พระสงฆ์จะทำพิธีทางศาสนาในพระอุโบสถตอนรุ่งอรุณ ซึ่งพอดีกับฟ้าสางพระอาทิตย์ขึ้น
หมู่พระสงฆ์จะเดินออกจากพระอุโบสถ ซึ่งชาวบ้านสมมุติกันว่า
พระพุทธเจ้าเสด็จลงมาจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์เมื่อครั้งที่พระองค์เสด็จขึ้นไปโปรดพระพุทธมารดา
ระหว่างที่หมู่พระสงฆ์เดินเรียงมานี้
ชาวบ้านผู้ทำบุญก็จะทำพิธีใส่บาตรด้วยข้าวสุกบ้าง ข้าวต้มบ้าง ขนมที่เตรียมไว้บ้าง
ซึ่งปัจจุบันนิยมใส่บาตรด้วยข้าวสารอาหารแห้ง พอตอนสาย ๆ ชาวบ้านจะทำบุญที่เรียกว่า
ทานขันเข้า ให้กับญาติที่ตายไปอีก
กลางคืนวันออกพรรษาของทุกๆ
ปีจะมีงานบั้งไฟพญานาคที่แม่น้ำโขง
อ. เมืองหนองคาย บางทีเรียกออกวัสสา
ดูต่อเข้าพรรษา
ออริกามี
ดูการพับกระดาษ
อฮิมซะ
(अहिंसा)
ภาษาสันสกฤต หลักการซึ่งสอนการไม่ทำลายในทางความคิด
ในทางการกระทำ ในทางการพูด ฯลฯ เป็นหลักการของศาสนาเชน
ซึ่งสามารถพบได้ในตำราพุทธศาสนาด้วย
อัคนิ
ชื่อภาษาสันสกฤตของพระอาคเนย์
อัคร
ราชาศัพท์
มักใช้หน้าสมาส สามารถแปลได้ว่า เลิศ ยอด ปลาย ส่วนดีที่สุด ออกเสียง อัก-คะ-ระ
อัครชายา
ตำแหน่งมเหสีพระเจ้าแผ่นดิน
อังกุซะ
(अंकुश)
ภาษาสันสกฤต 'ขอช้าง'
เป็นของประจำตัวของพระคเณศ
(รูป)
ซึ่งเป็นเครื่องหมายแห่งอำนาจบังคับบัญชา
เพราะสามารถบังคับให้ใครคนหนึ่งมุ่งไปในทางที่ถูกต้อง
ภาษาไทยอีกเรียกขอ
อังกุลิมาละ
ภาษาสันสกฤตขององคุลิมาล
อังโคร์
ภาษาเขมร
'นคร'
หรือ 'นครหลวง'
ชื่อโบราณของนครหลวงที่ประเทศกัมพูชา ในระหว่าง ๑๓๔๕
จนกระทั่ง พ.ศ. ๑๙๗๔
เป็นแหล่งของอาณาจักรเขมร
อังสะ
ผ้าที่ภิกษุห้อยเฉียงบ่า สวมใต้จีวร
หรือแทนที่จีวรเมื่อทำงานหรือพักผ่อนที่วัด

อั่งเปา (红包)
ภาษาไทย-จีน 'ซองสีแดง'
ซองสีแดงเป็นเงินของขวัญที่มีการให้และรับในวัฒนธรรมจีน
อั่งเปานิยมมีการให้มอบให้ในงานสำคัญของครอบครัว เช่น
วันปีใหม่ของจีน พิธีงานแต่งงาน ฯลฯ
ซองสีแดงมอบให้โดยมีเงินบรรจุอยู่ภายใน ธนบัตรที่ใส่ภายในเรียกลี่ซื่อ
สีแดงของซองเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงถึงความโชคดี
จำนวนเงินที่บรรจุภายซองคงจะเป็นเลขคู่
เพราะเลขคี่เกี่ยวเนื่องกับเงินที่มอบให้ในพิธีงานศพและเห็นว่า
นำคราวร้าย แต่เลขคู่เลขสี่คงจะหลบหลีกด้วย เพราะในภาษาจีนเลขสี่
(sì) เป็นคำพ้องเสียง
หมายถึงออกเสียงเหมือนกันกับคำว่า ตาย (sĭ) แต่ทว่าเลขแปด
(bā) อ่านในภาษาจีนจะมีความหมายถึงความรุ่งเรือง
หรือความร่ำรวย จึงเห็นว่า เลขแปดจะนำเคราะห์ดี
ในวันตรุษจีนผู้ที่มีอายุสูงกว่าหรือทำงานมีเงินเดือนแล้วจะเป็นคนให้อั่งเป่าแก่เด็กหรือญาติที่ยังไม่ได้ประกอบอาชีพ
แล้วแต่ธรรมเนียมแต่ละที่
แต่บางทีจะเป็นคนที่แต่งงานแล้ว
ที่จะเป็นคนให้อั่งเป่าแก่คนที่ยังไม่แต่งงานโดยไม่คำนึงถึงอายุ
ธรรมเนียมของการมอบให้ซองสีแดงมีมาตั้งแต่เมื่อคนจีนสูงอายุผูกเหรียญกษาปณ์ให้แน่น
ใช้เชือกสีแดง
เพื่อป้องกันจากความป่วยและความเจ็บปวด
(รูป)
เชือกเหรียญนั้น
ซึ่งเรียกยาซุ่ยเฉียน
ได้แทนโดยซองสีแดงทีละน้อยเมื่อแท่นพิมพ์แพร่หลาย
ปัจจุบันยังเรียกอั่งเปาชื่ออีกว่า
ยาซุ่ยเฉียน ตามชื่อเชือกเหรียญนั้น
ภาษาจีนกลางจะออกเสียงหงเปา
และในภาษาจีนแต้จิ๋วออกเสียงอั๊งเปา

อัญเชิญจุติ
ราชาศัพท์
'เชิญเชื้อเทวดาด้วยความนับถือเพื่อลงมาเกิด'
อ้างถึง การเชิญเชื้อสันดุสิตเทพบุตร
(เทวราชองค์หนึ่งซึ่งปกครองสวรรค์ชั้นดุษิต) คือ
พระโพธิสัตว์
จากดุสิตสววรค์ลงมาเกิด เพื่อโปรดเวไนยสัตว์ให้พ้นจากกิเลส
คือ ราคะ โทสะ และโมหะ เรื่องนี้ติดตามสวรรคตของพระเวสสันดร
ซึ่งเป็นทศชาติที่สิบและชาทกสุดท้ายของพระองค์พระพุทธเจ้า
เรื่องอัญเชิญจุติมักจะแสดงในจิตรกรรมฝาผนังในวัดของพุทธศาสนา
อัฐ
๑.
ส่วนหนึ่งในแปด
๒.
เงินตราเหรียญทองแดงโบราณ ใช้กันมาจนถึงรัชกาลที่ ๕
เป็นส่วนหนึ่งในแปดของเฟื้อง
หรือส่วนหนึ่งในหกสิบสีของบาท
อัฐิ
กระดูกหรือกระดูกของศพที่เผาแล้ว
อัฒจันทร์
พระจันทร์ครึ่งซีก ซึ่งมีกำเนิดในระหว่างการกวนเกษียรสมุทร
และพระศิวะจัดในผมของพระองค์เองเป็นเครื่องประดับ
ภาษาอังกฤษเรียกเคร้ซซึ่นท (crescent)
อันนฟปุร์นะ
(अन्नपूर्णा)
ภาษาสันสกฤต 'ผู้สละให้คุณ'
ร่างหนึ่งของเทวี
ฌัคติของพระศิวะ
เป็นเทพธิดาที่มีหลายๆ ร่าง มีร่างเลวและร่างดีทั้งสอง
อัปสร
(अपसरा)
ชื่อชาวสวรรค์จำพวกหนึ่ง มีเพศเป็นหญิง
เป็นนางฟ้าจากสวรรค์ดาวดึงส์
ซึ่งเกิดขึ้นจากน้ำนมเมื่อเวลากวนเกษียรสมุทรเพื่อเอาน้ำอมฤตขึ้นมา
ชื่อมาจากภาษาสันสกฤตอัปสาระ
คำว่า อัปสาระ นั้นมาจากคำว่า
อัป หมายถึง 'น้ำ' และคำว่า สาระ
หมายถึง 'เคลื่อนไป' คำว่า อัปสาระ
จึงหมายถึง 'ผู้ที่เคลื่อนไปหรือหลุดออกจากน้ำ(นม)'
อันเป็นกำเนิดของนางอัปสร
ดังความปรากฏในมหากาพย์มหาภารตของอินเดีย
ในนิทานของฮินดูพวกอัปสรมีความสามารถในการขับร้องและเต้นรำเป็นอย่างยิ่ง
และเป็นเพื่อนกับคนธรรพ์
พวกนักดนตรีเพศเป็นชายที่เป็นกึ่งมนุษย์กึ่งเทวดา
แต่ในนิทานเขมรอัปสรแสดงในวัดเป็นเครื่องประดับที่อยู่อย่างเดียว
(รูป)
นอกจากนั้นอัปสรยังเป็นนางฟ้าพวกดูแลและช่วยพระกาม
(พระกามา)
เทพเจ้าแห่งความรักและกาม
และเมื่อจะเอาหรือต้องการสามารถเปลี่ยนรูปร่างกายได้
บางครั้งพวกเทพดาจะจ้างอัปสรเพื่อล่อลวงพวกฤาษีและผู้ถือสันโดษ
นางฟ้าอัปสรเป็นรางวัลในทางมัวเมาในกามสำหรับพวกกษัตรีย์และผู้กล้าหาญซึ่งตายเป็นวีรบุรุษ
ในศิลปะมักจะแสดงเป็นรูปแกะสลักในทับหลัง (รูป)
หรือจิตรกรรมฝาผนัง

อัปสรสีห์
ชื่อนางฟ้าจากนิทาน
มีร่างกายกึ่งอัปสรกึ่งสิงห์
(รูป)
เมื่อมีร่างกายเพศชายกึ่งเทพธิดากึ่งสิงห์เรียกเทพนรสีห์
(รูป)

อัปสาระ
ภาษาสันสกฤตของอัปสร
อัลวัร์
ภาษาสันสกฤต 'ซึ่งจุ่ม' พวกอรหันต์กวีของลัทธิไวษณาวะ
ในระหว่างพุทธศตวรรษที่ ๑๑ และพุทธศตวรรษที่ ๑๔
มีความเชื่อถือมีอัล์วัร์ ๑๐ หรือ ๑๒ ตน ถือว่า เป็นอวตารของของประจำตัวของพระวิษณุ
บูชาเป็นเทวดาฝ่ายข้างน้อยที่ไม่สำคัญเท่าไร
อัสดงคต
ดูประจิม
อาข่า
ชื่อชาวเขาที่อาศัยอยู่ทางภาคเหนือของประเทศไทย
ในบรรดาหลายชาวดอยชนเผ่าอาข่ายากจนที่สุด
คนไทยรู้จักกันในชื่อว่า อีก้อ
(รูป)
คำว่า อีก้อ
เป็นคำที่รู้จักกันด้วยในภาษาลาวและมาจากอีกคำหนึ่งซึ่งแปลว่า
'ผู้ที่ถูกขับออกจากวงสังคมและตกเป็นทาส'
โดยทั่วไปแล้วอาข่ามักตั้งถิ่นฐานอยู่บนภูเขาสูง
และครอบครองพื้นที่แห่งนั้นในการปลูกฝิ่นจนกระทั่งเมื่อไม่นานมานี้ทางรัฐบาลได้ประกาศห้ามทำการปลูกฝิ่น
สิ่งพิเศษของวัฒนธรรมอาข่าที่ยังสามารถพบได้คือ
ประตูวิญญาณ
(รูป)
ซึ่งตั้งไว้ที่หน้าบ้านของพวกเขา
(รูป)
ที่ประตูวิญญาณชาวอีก้อจะตั้งรูปจำลองท่าการร่วมเพศของมนุษย์
(รูป)
ลักษณะพิเศษของบ้านอีก้อ คือ
ได้สร้างขึ้นตรงบนพื้นดิน มีพื้นห้องเป็นดิน
(รูป)
นอกจากนั้นหมู่บ้านอีก้อยังจะมีโล้ชิงช้าที่จะใช้เล่นเมื่อถึงฤดูเก็บเกี่ยว
(รูป)
ผู้หญิงสวมเครื่องปกคลุมศีรษะเป็นหมวกมีสีประดับ
(รูป)
ชนชาติหลักที่ตั้งถิ่นฐานในประเทศไทยได้แก่ ชนชาติ
ฮูโล
(ยูโล -
รูป)
และชนชาติ
ลอยมิ
(รูป)
อ่านต่อ

อาคเนย์
๑. ทิศตะวันออกเฉียงใต้ เป็นทิศซึ่งปกป้องโดยโลกบาลพระอาคเนย์
(ซึ่งรู้จักกันด้วยในชื่อภาษาสันสกฤตพระอัคนิ)
ดูต่ออีกด้วยอุดร
ทักษิณ
อีสาน
บูรพา
หรดี
ประจิมและพายัพ
๒. หนึ่งในสามเทพเจ้าสำคัญพร้อมกับพระอินทร์และพระสุริยะ
พระอาคเนย์ดูแลโลกและเป็นเทพเจ้าแห่งไฟ
ส่วนพระสุริยะเป็นเทพเจ้าแห่งพระอาทิตย์และท้องฟ้า
นอกจากนั้นพระอาคเนย์ยังเป็นพระผู้กลางที่เข้าช่วยประนมในระหว่างพวกมนุษย์และพวกเทพดา
จึงมาเป็นผู้ก่อพิธีกรรมและการบูชาต่างๆ
พระองค์ยังเป็นหนึ่งในแปดโลกบาล
คือ พระผู้คุ้มครองทิศตะวันออกเฉียงใต้
มักจะแสดงด้วยแกะตัวผู้

อ่างทอง
ชื่อจังหวัดที่ภาคกลาง (แผนที่)
จังหวัดมีพื้นที่ดินแดน ๙๖๘.๓
ตารางกิโลเมตร
อำเภอเมืองตั้งอยู่ที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาห่างจากกรุงเทพฯ
๑๐๘ กิโลเมตรไปทางทิศเหนือ
มีพลเมืองประมาณ
๑๐,๐๐๐ คน ทิศเหนือจังหวัดติดกับ จ.
สิงห์บุรี
ทิศตะวันออกติดกับ จ.
ลพบุรี
ทิศตะวันออกเฉียงใต้ติดกับ จ.
พระนครศรีอยุธยา
และทิศตะวันตกติดกับ
จ.
สุพรรณบุรี
จังหวัดอ่างทองมี ๗
อำเภอ ชื่เดิม คือ
เมืองวิเศษชัยชาญและเมืองบางแก้ว อาชีพสำคัญของพลเมืองคือว่า
ทำนา
ประมง เลี้ยงฝูงปศุสัทว์ ทำเครื่องจักสานและกลอง
ทำธุรกิจ และอุตสาหกรรม จังหวัดนี้มีต้นพลับมากมาย
และแม่น้ำสำคัญ คือ
แม่น้ำน้อยและแม่น้ำเจ้าพระยา
สถานที่ที่น่าสนใจประกอบด้วยวัดไชโยวรวิหารและวัดป่าโมกวรวิหาร

อาจารย์
ผู้สอน ผู้สั่งสอนวิชาความรู้
หรือผู้สอนความประพฤติ ต้นกำเนิดคำอาจารย์อ้างอิงคำภาษาสันสกฤตว่า
อาจารยะ
(อาชารยา)
ซึ่งเป็นชื่อแสดงยศบรรดาศักดิ์ของผู้นำของศาสนา
(ผู้นำทางของความเชื่อในทางศาสนา) หรือนักปราชญ์
มักจะใช้คำอาจารย์นี้เพื่ออ้างถึงพระพุทธเจ้า
คำสามัญเพื่ออ้างถึงผู้สอนคือ
กรู ซึ่งเป็นคำที่มาจากคำภาษาสันสกฤตว่า
คูรู
อาชารยา
(आचार्य)
ภาษาสันสกฤต ชื่อเหล่าผู้สอนลัทธิไวษณาวะ
ซึ่งคำสอนมีหลักในคัมภีร์ที่เขียนด้วยภาษาสันสกฤตและภาษาทมิฬ
ที่บูชาพวกอัล์วัร์
ซึ่งเชื่อถือเป็นอวตารของประจำตัวของพระวิษณุ
บางทีสะกดอาจารยะ
อาเซียน (ASEAN)
ถ้อยคำภาษาอังกฤษ
'แอ็ซโซฌิเอฌันอ็อฝเซาธอีซทเอแฉ็นเนฌันส'
สมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ก่อสร้างวันที่ ๘
สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๑๐ ที่กรุงเทพฯ โดย ๕ ประเทศที่เป็นสมาชิกแรกเดิมกล่าวคือ
ประเทศอินโดนีเซีย
ประเทศมาเลเซีย
ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์และประเทศไทย
ประเทศบรูไนดารูสสาลาม
(Brunei
Darussalam) เข้าร่วมเป็นสมาชิกวันที่
๘ มกราคม
พ.ศ.
๒๕๒๗ ประเทศเวียดนามมาเป็นสมาชิกวันที่
๒๘ กรกฎาคม
พ.ศ. ๒๕๓๘
ประเทศลาวและเมี้ยนม่าร์
(ประเทศพม่า)
มาเป็นสมาชิกวันที่
๒๓ กรกฎาคม
พ.ศ.
๒๕๔๐ และประเทศกัมพูชามาเป็นสมาชิกวันที่
๓๐ เมษายน
พ.ศ.
๒๕๔๒ แคว้นอาเซียนมีประชาชนจำนวนประมาณ
๕๐๐ ล้านคนและมีพื้นที่ดินแดน
๔.๕ ล้านตารางกิโลเมตร
มีปริมาณการผลิตของชาติรวมกันในปีหนี่ง
๗๓๗ พันล้านเหรียญสหรัฐ ฯ และยอดพาณิชกรรม
๗๒๐ พันล้านเหรียญสหรัฐฯ
อาดีกรันท
(आदिग्रंथ)
ภาษาฮินดิ ชื่อคัมภียร์ของซิก
ซึ่งเป็นเพลงสวด ๕๐๐ เพลง ประพันธ์ พ.ศ. ๒๑๔๗ โดยอรจานเดว
(พ.ศ. ๒๑๒๔-๒๑๔๙) และคูรู
๕ คน คัมภียร์อาดีกรันทเก็บไว้ในโบสถ์ทองที่อำริตสาร์
(Amritsar) ที่ประเทศอินเดีย
อาดีบุดดะ
(आदिबुद्ध)
ภาษาสันสกฤต
ชื่อพระพุทธแรกและสำคัญอย่างยิ่งยวดของพุทธศาสนาลัทธิมหายานนิกายวาชระยานะ
ซึ่งเนรมิตโดยพระองค์เองจากความว่างเปล่าซึ่งมีมาแต่เดิม
ที่จริงพระพุทธองค์นี้ไม่มีตัวมีตน ซึ่งไม่สามารถจะมองเห็นได้
เนื่องจากนั้นไม่สามารถแสดงในศิลปะได้ เว้นแต่ถ้าแสดงในร่างค่อนข้างโลกีย์ เช่น
วาชระดาระ และวาชระสัตวะ
ซึ่งสามารถพบในศิลปะเขมรได้
และในร่างพระโพธิสัตว์ต่างๆ
ที่เกาะชวานับถือไวรอชานะเป็นอาดีบุดดะ
มักจะแสดงทรงเครื่องหรื่อในร่างกะเทยเมื่อรวมกับภรรยาด้วยจิตใจและกิริยาทั้งชายและหญิง
ซึ่งรู้จักกันจากพระพุทธศาสนาลัทธิมหายานนิกายวาชระยานะ
และเรียกยับยัม
อาทิตยา
(आदित्य)
๑. ภาษาสันสกฤตของพระอาทิตย์
ตะวันหรือสุริยะ
ดูต่อพระอาทิตย์
๒. ภาษาสันสกฤต
'ลุกแห่งอาทิติ'
คือ
ชื่อที่ตั้งให้ลูก ๑๒ ลูกของเทพธิดาแห่งตะวันพระนางอาทิติ
อาทิติ (अदिति)
ภาษาสันสกฤต
'ไม่มีเขตจำกัด' หรือ 'มีอิสระ' มารดาแห่งพวกอาทิตยา
อานะวราตะ
ชื่อกษัตริย์พม่าซึ่งทรงเป็นประมุขของชาติตั้งแต่
พ.ศ. ๑๕๘๗ จนกระทั่ง พ.ศ. ๑๖๒๐ เป็นประมุขที่ ๔๒ ในราชวงศ์ปากัน
(Pagan) ซึ่งรวมพม่าทำให้เป็นประเทศหนึ่ง
เขาคือผู้เปลี่ยนศาสนามาเป็นพุทธศาสนานิกชนของพุทธศาสนานิกายเถรวาทผู้ที่กระตือรือร้นมาก
กษัตริย์นี้โปรดเกล้าฯ
ให้สร้างขึ้นส่วนมากของสถูปที่เมืองปากัน
ถาวรวัตถุที่มีชื่อเสียงซึ่งพระองค์สังให้สร้างคือสถูปชเวซีกอน
(Shwezigon) ด้วยเป็นกษัตริย์ซึ่งเป็นผู้ต้นเหตุของการประหารพี่น้องชเวหปยินกยิธองบียอน
(Shwe Hpyin Gyi Taungbyon)
และชเวหปยินเงธองบียอน (Shwe Hpyin
Nge Taungbyon)
เพราะคู่นี้ไม่ได้วางหินที่สถูปตามคำสั่งของพระเจ้าอยู่หัวองค์นี้
ต่อไปคู่นี้มาเป็นผีตายโหงซึ่งที่พม่าเรียกนัท
ทั้งหมดพวกผีนัทมีจำนวน ๓๗ ตน
อานันต์
(अनन्त)
ภาษาสันสกฤต
'ที่เป็นอมตะ'
'ที่ไม่มีขอบเขต'
ชื่องูใหญ่จากนิทานที่มีหนึ่งพันหัว ซึ่งพระวิษณุใช้บรรทมสินธุ์ในระยะเวลาระหว่างสองยุคจักรวาล
เป็นเรื่องที่รู้จักกันด้วยในชื่อภาษาสันสกฤตว่า
อานันตสายิน
และเป็นเรื่องที่เป็นที่นิยมมากที่มักแสดงในเครื่องประดับตึกและอาคารวัดของที่เอสียอาคเนย์
เป็นพญานาคและเครื่องหมายแห่งน้ำของจักรวาล
เทวดาและอัปสรใช้อานันต์นาคราชเป็นเชือกปั่นเมื่อกวนเกษียรสมุทรเพื่อเอาน้ำอมฤตขึ้นมา
(รูป)
บางทีเรียกเซชะ
หรือวาสุกิ
บางทีสะกดอนันต

๒. ภาษาสันสกฤต
'ที่เป็นอมตะ'
'ที่ไม่มีขอบเขต'
ชื่ออีกชื่อของพระวิษณุ
๓. ดูอานันทมหิดล
อานันตสายิน
(अनन्तशायिन्)
ภาษาสันสกฤต
'พระวิษณุนอน'
การแสดงถึงพระวิษณุทรงบรรทมบนพญานาคอานันตในระหว่างบรรทมของจักรวาล
ภาษาไทยเรียกพระนารายณ์บรรทมสินธุ์

อานันท
ดูอานันทมหิดล
อานันทมหิดล
ชื่ออีกชื่อของพระรามที่
๘ รัชสมัย
พ.ศ. ๒๔๗๘
จนกระทั่ง
พ.ศ.
๒๔๘๙

อาบัติ
ข้อห้ามแห่งพระภิกษุ
โทษเนื่องจากการล่วงละเมิดสิกขาบท หรือข้อห้ามแห่งพระภิกษุ
ดูต่อสมี
อาบายา
(आभा)
๑. ภาษาสันสกฤต ชื่อมุดราที่หมายถึง
'ความทำให้ใจเย็น' 'ความทำให้แน่ใจ' และ 'ไม่กลัว' จะแสดงกับพระพุทธรูปท่ายืนและพระพุทธรูปปางลีลา
หากแสดงท่ายกมือทั้งสองจึงอ้างอิงปางห้ามสมุทร (รูป) ถ้าแสดงท่าชูมือขวามือเดี่ยวจึงอ้างอิงปางห้ามญาติ (รูป)
เมื่อแสดงท่าชูมือซ้ายมือเดี่ยวก็อ้างอิงปางห้ามพระแก่นจันทน์
บางทีสามารถพบสามปางนี้แสดงพร้อมกันได้
(รูป)
ภาษาไทยบางที่สะกดว่า อภย

๒. ภาษาสันสกฤต 'ไม่กลัว' ชื่อเทพเจ้าซึ่งนับถือเป็นอรหันต์อุปการีแห่งราชวงศ์ศากยะ
ซึ่งพระสิทธารถถูกถวายตัวในวัดเมื่อพึ่งประสูติ
ตามประเพณีโบราณ
อาบิเฌ็กะ
(अभिषेक)
ภาษาสันสกฤตของอภิเษก
อาบิมันยุ
(अभिमन्यु)
ภาษาสันสกฤต
'ความโกรธเหลือล้น' บุตรของพระสุบาดระกับนางอรจุนะ
เป็นนักรบฉลาดที่ได้เรียนความรู้วิธีการแทงเข้าไปข้างในจักรไวอุฮะ
(Chakravyuha)
แถวทหารป้องกันที่ขดเป็นวงเจ็ดวง โดยบังเอิญได้ยินอรจุนะพูดถึงเรื่องนี้เมื่อยังอยู่ในครรภ์แม่
แต่เพราะแม่หลับไปขณะที่ได้ถูกอธิบาย
อาบิมันยุจึงไม่ได้เรียนรู้วิธีการหนีจากจักรไวอุฮะ
และต่อมาจึงตายในการรบเวลาหาทางออกจากแถวทหารนั้น ไม่ช้าภายหลังอาบิมันยุตายแล้ว
ภรรยาอุธธาระ
(Uttara) แท้งลูก แต่ว่า
ลูกที่เรียกปาริกชิด (Parikshit) ได้เอามาให้ชีวิตใหม่โดยพระกฤษณะ
และในขั้นสุดท้ายสืบราชสมบัตพระติยุดิชทีระ (Yudhishthira)
ทรงเป็นกษัตริย์ของอาณาจักรฮัสเทียนปูระ (Hastianpura)
อาถรรพเวช
(अथर्व)
ภาษาสันสกฤต
หนึ่งในบรรดาสี่เวทในคัมภีร์ของพราหมณ์
บางทีสะกดว่า อาถรรพเวท
อามะลากะ
(आमलक)
๑. ภาษาสันสกฤต
ชื่อเครื่องประดับบนยอดแหลมของวัดฮินดูในแบบทิศเหนือของประเทศอินเดีย
รูปร่างเป็นวงกลมทำให้เป็นริ้ว มักจะตั้งอยู้เหนือแผ่นหินกลมแบนที่เรียกเบคี
ชื่อและรูปร่างเกี่ยวข้องกับมะยม

๒. ภาษาสันสกฤต
ชื่อต้นไม้และผลไม้ที่คล้ายคลึงมะยม
อายุรเวช (आयुर्वेद)
ภาษาสันสกฤต 'ความรู้เกี่ยวกับชีวิต' คำสมาสที่ประกอบด้วยคำว่า
อายุร หมายถึง 'ชีวิต' และเวช
ที่หมายความว่า 'ความรู้'
เป็นชื่อของระบบการรักษาโบราณอีกทางหนึ่งจากชมพูทวีปและเกาะลังกา
ซึ่งรวบรัดศิลปะแห่งเวชกรรมฮินดูและการยืดเยื้อชีวิต
ที่เชื่อกันโดยทั่วไปแสดงอภินิหารให้แลเห็นโดยพระพรหม
ยึดเป็นหลักหลักของอภิปรัชญาเวช
ความคิดกลางคือทฤษฎีที่บอกว่า
จะมีสุขภาพดีเมื่อมีความสมดุลในระหว่างร่างกายและจิตใจ อายุรเวชใช้วิธีรักษาต่างๆ
ประกอบด้วยการนวด และยาอายุรเวชมักจะทำจากสมุนไพร บางทีถือว่า เป็นเวชที่ห้า
อาร์ดานารี
(अर्धनारी)
ภาษาสันสกฤต
ร่างกึ่งชายกึ่งหญิงของเทพเจ้าฮินดูพระศิวะ
(รูป)
เมื่อรวมกับภรรยาพระนางอุมา
(รูป)
ปรากฏว่ามีจิตใจและกิริยาทั้งชายและหญิง เป็นเครื่องหมายแห่งการร่วมกันของพลังผู้หญิงและผู้ชาย
(ฌัคติ)
ด้านหนึ่งแสดงพระศิวะด้วยลักษณะของพระองค์ เช่น ผมแบบที่ถักอย่างเป็นปอย
และอีกด้านหนึ่งแสดงมเหสีของพระองค์ซึ่งทรงเครื่องศรีษะ
ในพุทธศาสนาลัทธิวาชระยานะาแสดงความสามัคคีนี้เรียกยับยัม

อาราธนา
การนิมนต์หรือการเชื้อเชิญพระสงฆ์เริ่มการเทศน์หรือพิธีการทาวศาสนา
อาราม
ภาษาสันสกฤต-ไทย เป็นชื่อที่เรียกอีกของวัด
ซึ่งสามารถแปลได้ว่า 'ที่สำราญ'
'ที่รื่นรมย์'
อาศรม
(आश्रम)
ภาษาสันสกฤต สถานที่สอนศาสนาฮินดู ที่อยู่ของอรหันต์และฤาษี
ในเรื่องไทยมักจะเป็นถ้ำ
คำว่า อาศรม
มีรากว่า ศรม หมายถึง
'ปฎิบัติด้วยความมานะ'
อาสน (आसन)
ภาษาสันสกฤต-ไทย
'การนั่ง'
'ที่นั่ง'
'ท่านั่ง' ชื่อท่านั่งต่างๆ
ซึ่งใช้ในโยกะ
ในการพรรณรูปบูชาหรือศิลปะ
เป็นปางหรือท่านั่งต่างๆ
ของรูปบูชา และเฉพาะสำหรัพระภิกษุสามเณรเป็นเครื่องปูรองนั่ง
บางทีเรียกว่า อาสนะ ดูต่ออาสนราชผ่อนคลาย
(รูป)
ปัทมาสนะ
สิมหอาสนะ
วาชร์อาสนะ
(รูป)
วิรอาสนะ
และลาลิตอาสนะ
(รูป)
บางทีสะกดอาสน์
มักเป็นส่วนของพระนามของพระตำหนักและพระที่นั่งเป็นต้น เช่น
พระตำหนักชาลีมงคลอาสน์
(รูป) พระที่นั่งไอศวรรย์ทิพยอาสน์
(รูป)
ฯลฯ
อาสน์
ดูอาสน
อาสนบัวหลวง
ชื่ออาสนหรือท่านั่งของพระพุทธรูป
ซึ่งใช้ในศิลปะและในการพรรณรูปบูชา
ท่านั่งนี้แสดงขาไขว้
เท้าขวาอยู่เหนือขาอ่อนข้างตรงกันข้ามกัน
(เท้าขวาอยู่เหนือขาอ่อนข้างซ้ายและเท้าซ้ายวางอยู่เหนือขาอ่อนข้างขวา)
ฝ่าเท้าอยู่ข้างบน พระพุทธรูปปางมารวิชัยแบบพม่ามักแสดงนั่งท่าอาสนบัวหลวง
(รูป)
ส่วนพระพุทธรูปปางมารวิชัยแบบไทยมักจะแสดงนั่งท่ากึ่งอาสนบัวหลวง
(รูป)
ดูต่อวาชร์อาสนะ
(รูป)
และปัทมาสนะ
ภาษาอังกฤษเรียกโลทัซโพะสีฌัน
(lotus position)
_small.jpg)
อาสนราชผ่อนคลาย
ชื่ออาสนหรือท่านั่ง
ในศิลปะเป็นปางของรูปเทพเจ้านานาองค์บูชาของศาสนาฮินดู
นั่งโดยคุกขาข้างหนึ่ง ซึ่งวางบนแท่นหรือบัลลังก์ และขาอีกข้างหนึ่งห้อยไว้
บางทีแสดงด้วยวางข้อศอกแขนขวาบนเข่าข้างขวา
ภาษาสันสกฤตเรียกลาลิตอาสนะ

อาสาฬหบูชา
ชื่อย่อที่มาจากคำว่า
อาสาฬหปุรณมีบูชา แปลว่า การบูชาในวันเพ็ญเดือนอาสาฬห คือ
เดือน ๘
ถือเป็นวันสำคัญวันหนึ่งในพระพุทธศาสนา
เป็นวันที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงปฐมเทศนา คือ
แสดงธรรมเป็นครั้งแรกแก่ปัญจวัคคีย์
(รูป)
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในป่าอิสิปตนมฤคทายวัน
อีกเรียกว่า วันอาสาฬหบูชา
อาฬารดาบส
ชื่ออาจารย์พรหมเป็นฤาษี ซึ่งเป็นอาจารย์คนแรกของพระสิทธารถ
ภายหลังหนีบรรพชา
แต่เมื่อยังไม่ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า
ไปเรียนเพื่อค้นหาการไถ่ถอนความทรมานของมนุษยชาติ
ซึ่งสาเหตุโดยวัฎสงสาร
อาจารย์อาฬารดาบสเป็นครูสอนฌานสมาบัติให้แก่พระพุทธองค์
เรียกเต็มว่า อาฬารดาบสกาลามโคตร
ภาษาสันสกฤตเรียกว่า
อัราดากาปาละ (Arada Kalapa)
อำแดง
คำนำหน้าชื่อผู้หญิงสามัญในสมัยโบราณ
เลิกใช้เมื่อสิ้นสมัยรัชการที่ ๕
อำนาจเจริญ
ชื่อจังหวัดที่ภาคอีสาน
พื้นที่ดินแดน ๓,๑๖๑
ตารางกิโลเมตร
อำเภอเมืองเล็กๆ ห่างจากกรุงเทพฯ
๕๘๕ กิโลเมตรไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัด (แผนที่)
ติดกับแม่น้ำโขง
และที่ทิศเหนือติดต่อกับ จ.
มุกดาหาร
ทิศตะวันออกติดต่อกับประเทศลาว
ทิศใต้ติดต่อกับ จ.
อุบลราชธานี
และที่ทิศตะวันตกติดต่อกับ
จ.
ยโสธร
แต่ก่อน จ. อำนาจเจริญเคยเป็นอำเภอของจังหวัดอุบลราชธานี
สถานที่ที่น่าสนใจประกอบด้วยมหาศิลาพญานาคราช
และพุทธอุทยานเขาดานพระบาท ต้นไม้ประจำ คือ
ตะเคียนหิน สดุลฮอเปยะ
(hopea)
แม่น้ำสำคัญ คือ แม่น้ำโขง และแม่น้ำห้วยเซบก
อาชีพสำคัญของพลเมือง คือ ทำนา
ทำไร่ ปศุสัทว์ ประมง เลี้ยงไหม และทอผ้า พลเมืองฉลองงานประจำฤดูตามระบบประเพณีฮีตสิบสองคองสิบสี่
เป็นงานที่รวบรวมประเพณีสิบสองเดือนของอีสานมาจำลองให้ชม
ส่วนมากมักจะเป็นงานบุญ
ที่เกี่ยวข้องกับพุทธศาสนาเป็นหลัก เช่น งานบุญกฐิน
งานบุญบั้งไฟ
งานบุญข้าวจี่ งานบุญลอยกระทง
ฯลฯ จังหวัดอำนาจเจริญมี ๖ อำเภอและ
๑
กิ่งอำเภอ

อำเภอ
บริเวณปกครองท้องที่ อันมีตำบลหลายตำบลเข้าด้วยกัน
กำหนดขึ้นเพื่อสะดวกในการปกครอง แบ่งออกเป็นตำบลหรือแขวงและหมู่บ้าน
ประเทศไทยมีจำนวน ๗๙๕
อำเภอ รวมทั้งหมด
อำริตสาร์
(अमृतसर)
ภาษาฮินดิ-สันสกฤต
ชื่อของโบสถ์ทองของศาสนาซิก
ที่ตั้งอยู่ ณ
มณฑลปัญจาปในประเทศอินเดีย
คำว่า
อำริตสาร์
มาจากร์มาจากน้ำอมฤต
หมายถึง น้ำศักดิ์สิทธิ์ซึ่งล้อมโบสถ์ทองนี้
อิกโสระ
ภาษาลาติน-อังกฤษของดอกเข็ม
อิชวาระ
ภาษาสันสกฤต
'เจ้า' ชื่อเรียกอีกชื่อของเทพเจ้าฮินดูพระศิวะ
อิชานะ
ภาษาสันสกฤต
โลกบาลแห่งภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
และชื่ออีกชื่อของพระศิวะหรือพระรุดระ
เรียกอีกอิสานะ และภาษาไทยเรียกพระอิศวรหรือพระอีสาน
อิน
ชื่อแฝดสยาม
คนหนึ่ง
ซึ่งเกิดวันที่
๑๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๓๕๔ ที่แม่กลอง ชื่อเดิมของสมุทรสงคราม
คลอดมาในลักษณะติดกับน้องชายตรงอก เชื่อมด้วยเอ็นเยื่อติดอยู่
จึงไม่สามารถแยกออกจากกันได้ น้องชายชื่อจัน
คำว่า อินกับจันนั้นหมายถึง
ผลไม้ชนิดหนึ่งเมื่อยังดิบอยู่หรือยังเขียวอยู่เรียกว่า 'ลูกอิน'
พอผลไม้ชนิดนี้สุกงอมสีเหลืองนวลสดใสมีกลิ่นหอมเรียกว่า 'ลูกจัน'
อินดระ
(इन्द्र)
ชื่อภาษาสันสกฤตของพระอินทร์
แปลว่า มีหยด[น้ำฝน]
เป็นคำสมาสที่ประกอบด้วยคำว่า อินดุ ซึ่งหมายถึง 'หยด'
และคำว่า
ระ ซึ่งหมายถึง 'มี'
อินทนิล
ชื่อไม้ผลัดใบขนาดเล็ก
ชื่อวิทยาศาสตร์ลาเกอร์สตรืเมีย
(lagerstroemia) มีหลายชนิด สามารถขึ้นถึงสูง ๑๐
เมตร ผลรูปไข่สีน้ำตาลอ่อนเป็นมัน กลีบเลี้ยงแข็ง มีเมล็ด
ชนิดส่วนใหญ่มีดอกไม้สีม่วงสดแล้วซีดออกชมพู
ออกคอดเป็นช่อตั้งที่ปลายกิ่ง

อินทร์
ดูพระอินทร์
อินทรชิต
(इन्द्रजीत)
ภาษาสันสกฤต-ไทย
ชื่อยักษ์ในรามเกียรติ์
มีกายสีเขียว
เป็นโอรสของทศกัณฐ์กับนางมณโฑ
เดิมชื่อรณพักตร์
เมื่อสามารถรบชนะพระอินทร์ได้ ทศกัณฐ์พอใจมากจึงเปลี่ยนชื่อให้ว่า อินทรชิต
เขาแปลงกายเป็นพระอินทร์ได้
จึงได้ผลหลอกลวงนายพลลิงหนุมาน
มีศรนาคบาศเป็นอาวุธ
เป็นศรที่เปลี่ยนตัวมาเป็นนาค
และผูกมัดพระรามและพระลักษมณ์
แต่เมื่อครุฑ
ซึ่งเป็นศัตรูตัวสำคัญของพญานาคและงู
มาบินพ่านไปโดยบังเอิญ นาคนั้นด้วยความกลัวก็ปลอยพระรามและพระลักษมณ์
อินทราทิตย์
ชื่อพ่อขุน
ยึดเมืองสุโขทัยจากพวกเขมร
สิ้นพระชนม์เมื่อ พ.ศ. ๑๘๑๑
เป็นบิดาของพ่อขุนรามคำแหงแห่งสุโขทัย
เรียกอีกชื่อว่า
พระร่วง
อินทรานิ
(इन्द्राणी)
ภาษาสันสกฤต
ชื่อมเหสีของเทพเจ้าฮินดูพระอินทร์
อินทราบุระ
ชื่อเมืองหลวงของอาณาจักรจามปาเมื่อประมาณพุทธศตวรรษที่
๑๕
อิร์ยะภาทา
ภาษาสันสกฤตของอิริยาบถ
อิริยาบถ
ชื่อของท่าสี่อาการ
ซึ่งใช้เพื่อแสดงพระพุทธรูปในศิลปะ
(รูป)
คือว่า
ท่าลีลา
(รูป)
ท่ายืน
(รูป)
ท่านั่ง (รูป)
และท่านอนหรือท่าไสยาสน์
(รูป)
ภาษาสันสกฤตเรียกอิร์ยะภาทา
อิศวร
(ईश्वर)
ภาษาสันสกฤต-ไทย
อีกชื่อของพระศิวะ

อิสลาม (الإسلام)
ภาษาอาหรับ แปลว่า 'การสวามิภักดิ์
(อย่างบริบูรณ์แด่อัลลอฮฺพระผู้เป็นเจ้า)'
ชื่อศาสนาสำคัญศาสนาหนึ่งของโลก พระนะบีมะหะหมัด
(มูฮัมมัด) เป็นศาสดาผู้ก่อตั้งศาสนาอิสลาม เมื่อพุทธศตวรรษที่
๑๒ เริ่มประกาศศาสนาเมื่อ พ.ศ. ๑๑๕๓ ศาสนาอิสลามเน้นความศรัทธาในพระผู้เป็นเจ้าเพียงพระองค์เดียว
ซึ่งมีความสัมพันธ์กับมรดกศาสนาจิวและศาสนาคริสต์ ชาวมุสลิมรู้จักและยอมรับพวกศาสดาของศาสนาจิวและศาสนาคริสต์
แต่เชื่อว่า คัมภีร์โกหร่าน
('การท่อง' หรือ 'การเล่าเรื่อง')
เป็นการแสดงอภินิหารสุดท้ายที่พระผู้เป็นเจ้าให้่แก่มนุษย์
ซึ่งทำให้สมบูรณ์และทำให้สำเร็จทุกประการของพวกศาสดาที่มาก่อน
ศาสนาอิสลามถือศีล
๕ ข้อ คือว่า ๑. แสดงหรืออ้างศรัทธา
(การประกอบกิจบูชาสักการะอัลลอห) ๒. การสวดมนต์ (การดำรงการนมาซ)
๓. บำเพ็ญฮัจญ์หากมีความสามารถ
๔. ถือศีลอดในเดือนรอมะฎอน (อดอาหาร
เครื่องดื่ม และการเสพกาม
ตั้งแต่ยามรุ่งอรุณจนกระทั่งถึงเวลาหลังตะวันตกดิน) ๕. การกุศล
(แสดงความเมตตากรุณา) ข้อแรกเรียกว่า
ฉาหาดา (Shahada) และปฏิญาณว่า
'อัลลอหฺทรงเป็นพระผู้เป็นเจ้าเพียงพระองค์เดียว
ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกเหนือจากพระองค์ และนบีมะหะหมัดเป็นศาสนทูตของอัลลอ'
การปฏิญาณนี้ได้ท่องทุกครั้งเมื่อผู้มุสลิมสวดมนต์
โดยปกติสวดมนต์วันละ ๕ ครั้ง เป็นภาระหน้าที่
โบสถ์ของอิสลามของอิสลามเรียกสุเหร่า
(รูป)
หรือมัสยิด
ซึ่งแปลว่า 'สถานที่แห่งการนบนอบ'
หรือ 'สถานที่ที่หมอบกราบ'
(รูป)
ทุกๆ มัสยิดจะมีเวิ่งโค้งซุ้ม
ตั้งอยู่ในผนังภายในด้านหนึ่งและเรียกมีรับ
(รูป)
เวิ่งมีรับแสดงคิบละ
คือว่า
จุดที่ชาวอิสลามหันกันเพื่อแสดงความเคารพที่ชี้ทิศเมืองเม็กกะ
ซึ่งเป็นที่เกิดของพระนะบีมะหะหมัด
เป็นสถานที่สำคัญที่สุดของศาสนาอิสลาม
อยู่ที่ภาคตะวันตกของประเทศซาอุดิอาระเบีย เมื่อสวดมนต์นอกมัสยิดผู้มุสลิมจะใช้พรมสวดมนต์ที่มีรูปคิบละหรือรูปเมืองเม็กกะ
(รูป)
แต่เดิมอิสลามคือลัทธิในทางศาสนาซึ่งคงจะรวมชาวอาหรับทำให้เป็นชาวหนึ่ง
แต่เมื่อพุทธศตวรรษที่ ๑๒ จะยอมคนนอกสัญชาติอาหรับ
จึงมาเป็นศาสนาสำคัญมาก และปัจจุบันมีคนนับถือศาสนาอิสลามประมาณ
๑,๑๗๙ ล้านคน
นับว่ามีจำนวนมากที่สุดเป็นอันดับสองในโลก ที่ประเทศไทยมีคนนับถือราว
๒.๔๗ ล้านคน
สวนใหญ่อาศัยอยู่ที่ภาคใต้
อิเหนา
ชื่อของวรรณคดีไทยเก่าแก่ รูปแบบกลอนบทละคร
ประพันธ์โดยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย เรื่องนี้ได้เค้าเรื่องมาจากชวา
ไทยรับเข้ามาในสมัยพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ เมื่อประมาณ พ.ศ. ๒๓๐๓ ช่วงปลายสมัยกรุงศรีอยุธยา
อิหม่ำ
๑. ภาษาอาหรับ
หัวหน้าในทางศาสนาและในทางของโลก ในการปกครองประเทศโดยพระมุสลิม
๒. ภาษาอาหรับ
หัวหน้าของมัสยิด
๓. ภาษาอาหรับ
ตำที่ใช้โดยคนมุสลิมนิกายชิอิตเพื่อผู้สืบสกุลพระนะบีมะหะหมัด
ซึ่งพวกชิอิตเห็นว่า เป็นประมุขแท้จริงของหมู่มุสลิม
อีก้อ
ชื่อไทยของอาข่า

อีกัท
ชื่อของอุตสาหกรรมการทอผ้าที่ประเทศลาวและประเทศไทย
เป็นกรรมวิธีการทอผ้า
ซึ่งใช้แบบที่ได้โดยมัด ด้ายดิบก่อนจะย้อม ป้องกันสีจะเข้า
จึงได้ผ้าชนิดหนึ่ง เรียกอีกว่า
มัดหมี่
อีซ์เทิร์นแอ็นดโอเรียนเท็ล์เอ็กซเพรซ์
(Eastern & Oriental Express)
ชื่อเต็มการทางของรถไฟพิเศษตะวันออก
(รูป)
อี้จิง (易经)
ชื่อหลวงจีน ซึ่งตอนปลายพุทธศตวรรษที่
๑๒
เยี่ยมเมืองไชยา
และเขียนหนังสือให้การเป็นพยานถึงการโก้เก๋ของเมืองในทางศาสนาและในทางวัฒนธรรม
อีสาน
๑.
ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นทิศซึ่งปกป้องโดยโลกบาลพระอีสาน
(คือพระอิศวรหรือพระศิวะ)
เป็นภาคที่มี ๑๙
จังหวัด
เป็นภาคเช่นเดียวกันกับที่ราบสูงของโคราช
ดูต่ออีกด้วยอุดร
ทักษิณ
อาคเนย์
บูรพา
หรดี
ประจิมและพายัพ

๒.
ชื่ออีกชื่อของพระอิศวรหรือพระศิวะ
โลกบาลภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ดูต่อพระอีสาน
อุฉา
ชื่อภาษาสันสกฤต ธิดาเสน่ห์ของบนา
อุชชัยสราวาส์
ดูอุชชัยสาราวาส์
อุชชัยสาราวาส์
ชื่อม้าสีขาวของพระอินทร์
ซึ่งปรากฏขึ้นในระหว่างการกวนเกษียรสมุทร
อีกชื่อหนึ่งว่า อุชชัยสราวาส์
อุชนิชะ
ภาษาสันสกฤต
'ผ้าโผกศีรษะ' ชื่อในศิลปะและการพรรณรูปบูชาที่อ้างถึงปุ้มบนพระเศียรพระพุทธรูป
เป็นสัญลักษณ์ที่แสดงความสว่างของผู้สำเร็จธรรมวิเศษสูงสุดในพระพุทธศาสนา
บางครั้งมีเปลวไฟหรือรัศมี
(รูป)
หรือดอกไม้ตูมบัวหลวง
(รูป)
ซึ่งโผล่ออกจากอุชนิชะ
สองอย่างหมายถึงโพธิญาณ

อุณา
ภาษาบาลีของเอิร์นะ
อุณาโลม
๑.
ขนระหว่างคิ้ว เปรียบเทียบกับเอิร์นะ
๒.
เครื่องหมายอันเป็นนิมิตหมายที่ดี ซึ่งใช้ในพุทธศาสนาและศาสนาฮินดู
คล้ายเครื่องหมายยันต์
บางที่แสดงตรงหว่างคิ้วรูปบูชา เช่น พระพุทธรูป เทวดา ฯลฯ ตามเทพนิทานอุณาโลมจะเปล่งรังสี
ซึ่งทำให้ความรู้และความสว่างแก่โลก จึงเป็นเครื่องหมายของการตรัสรู้ ในศิลปะและการพรรณรูปบูชามักจะแดงเป็นจุดกลม
ภาษาสันสกฤตเรียกเอิร์นะ
(urna) และภาษาบาลีเรียกอุณา
(unna) ภาษาอังกฤษบางครั้งเรียกษบูดดะไอ
(buddha eye) หรือเธิร์ดไอ
(third eye)
ซึ่งสามารถแปลได้เนตรพระพุทธเจ้า
(รูป)
หรือตรีเนตร

๓.
เครื่องหมายรูปหน้าหมวกทหารบก
อุดร
๑. ทิศเหนือ
ส่วนเหนือ ภาคเหนือ ฝ่ายเหนือ เป็นทิศซึ่งปกป้องโดยโลกบาลพระเวสสุวัณหรือพระไพศรพณ์
(ซึ่งรู้จักกันด้วยในชื่อภาษาสันสกฤตพระไวส์ราวานะและเกี่ยวข้องพระกุเบระ)
ดูต่ออีกด้วยทักษิณ
อีสาน
บูรพา
อาคเนย์
หรดี
ประจิมและพายัพ

๒.
ชื่อย่อของจังหวัดหนึ่งที่ภาคอีสาน
ชื่อเต็มอุดรธานี
อุดรธานี
ชื่อจังหวัดที่ภาคอีสาน
(แผนที่)
อำเภอเมืองห่างจากกรุงเทพฯ
๕๖๘ กิโลเมตรไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ อำเภอเมืองมีพลเมืองประมาณ ๙๕,๐๐๐ คน
ชื่อคำย่อว่า
อุดรฯ
จังหวัดอุดรธานีมี ๑๘ อำเภอและ ๒
กิ่งอำเภอ

อุตตรประเทศ
ชื่อของสหพันธ์มณฑลสมัยก่อนในประเทศอินเดีย
อุตรดิตถ์
ชื่อจังหวัดที่ภาคเหนือ
(แผนที่)
อำเภอเมืองห่างจากกรุงเทพฯ
๔๙๑ กิโลเมตรไปทางเหนือ อำเภอเมืองมีพลเมืองประมาณ ๓๕,๐๐๐ คน
เมืองแห่งลางสาดหวานหอม และบ้านเกิดของพระยาพิชัยดาบหัก
ขุนศึกคู่บารมีสมเด็จพระเจ้าตากสินพระเจ้าตากสินมห |